ฉบับที่ 1 เส้นทางนักเขียน/คนทำหนังสือ
 
Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
CAMPUS DREAM
อ่านสัมภาษณ์อื่นๆ ในหมวดนี้
  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
  ชื่อ : สุวรฐ สตันยสุวรรณ
  ชื่อเล่น : กอล์ฟ
  นักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
   
 

ความฝันในวัยเด็กอยากเป็นอะไร
อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะชอบใส่เสื้อขาวๆ ดูเท่ ดูเหมือนช่วยกอบกู้โลก
ตอนนี้ความฝันได้เปลี่ยนไปรึเปล่า
ตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะตอนนี้มีสาขาคอมพิวเตอร์เข้ามาเยอะ คงจะไม่ได้เข้าไปนั่งทดลองเคมีแล้ว เท่าที่ด ูแต่ตอนนี้ก็อยู่กึ่งกลางระหว่าง ความฝันในวัยเด็ก เพราะว่าเรียนมาทางสาขาคอมฯ ก็ยังอยู่ในแนววิทยาศาสตร์อยู่ แต่เปลี่ยนจากด้านเคมี ชีวะมาเป็นด้านคอมพิวเตอร์แทน ก็ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่

มีบุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิตรึเปล่า
คงเป็นคุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นตัวอย่างให้ดำเนินชีวิตตาม

เรียนมัธยมที่ไหน
ตอนมัธยมต้นอยู่ที่ รร.วัดมกุฏกษัตริย์ พอขึ้นปลายก็ย้ายไปเรียนที่ รร.สามเสนเพื่อเตรียมตัวในการเอ็นทรานซ์ เพราะคิดว่าที่นี้มีความพร้อมมากกว่า พอสอบติดที่สามเสนก็เรียนที่นี่อีก 2 ปี ตอนม.4 กับ ม.5 แล้วก็เอ็นทรานซ์เข้ามา

เรียนสายอะไรมา
สายวิทย์-คณิต

ที่เรียนสายนี้เพราะมาจากความฝันในวัยเด็กรึเปล่า
ใช่ครับ เพราะจะได้เรียนพวกฟิสิกส์เคมี ชีวะได้

ตอนที่เอ็นทรานซ์เนี่ยเลือกที่ไหนไว้บ้าง
ตอนที่เอ็นเข้ามา อันดับ1 ก็เลือกวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่ธรรมศาสตร์ อันดับ2 เลือกวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ ที่จุฬา เลือกไว้แค่ 2 อันดับ เพราะ ตอนนั้นยังอยู่ม.5 ก็เลยยังไม่ได้เลือกจริงจัง เพราะไม่ได้คิดว่าจะติด

แต่ในที่สุดก็ติด
ครับที่ธรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เรียนที่รังสิต

การที่เราเอ็นฯ ติดตั้งแต่ตอนที่อยู่ ม.5 รู้สึกแปลกๆ บ้างรึเปล่า เช่นรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ถึงวัย
ช่วงนั้นจริงๆ ก็ได้เตรียมตัวตั้งแต่แรกแล้วที่จะเข้ามหาวิทยาลัยตอน ม.5 ก็เลยไม่รู้สึกแปลกสักเท่าไหร่ เพราะว่าช่วง ม.5 ตั้งแต่ต้นเทอม ก็เรียนพิเศษคอร์สเอ็นทรานซ์มาตลอด เรียนความรู้ ม.6 มาด้วย แล้วก็ได้คุยกับพี่ที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย พอเข้ามาก็เลยปรับตัวไม่ยาก แล้วก็ไม่รู้สึกแปลก เหมือนกับว่าเราเตรียมพร้อมมาหมดแล้ว

แสดงว่าก็ต้องมีพื้นฐานการเตรียมตัวที่ดีด้วย
ใช่ครับ ก็ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ นะครับช่วงที่จะเตรียมตัวสอบ แล้วก็ต้องทำข้อสอบเก่าสัก 10 ปี ก็ทำอย่างที่เขาบอกๆ กันที่เรียนพิเศษ

เท่าที่ฟังมาแสดงว่าเป็นคนที่เรียนดีมาตลอด
ก็ไม่นะ แต่ว่าก่อนจะเอ็นฯ ก็ไปเรียนพิเศษตลอดแล้วก็อ่านหนังสือเยอะๆ แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่ง เพราะพอเรียนไปก็จะเจอคนที่เก่งกว่า ก็ทำให้รู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรอีกเยอะ

การที่ไม่ได้เรียน ม.6 เหมือนกับเพื่อนๆ ทำให้รู้สึกเหมือนพลาดอะไรไปบ้างรึเปล่า
อันนี้ก็แน่นอน เพราะว่าได้รู้ว่าเพื่อน ม.6 เขาได้ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกัน มีความสนิทสนมกัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนขาดเพื่อนสมัย ม.ปลาย ไปช่วงหนึ่งเหมือนกันซึ่งเป็นปีที่สำคัญ เป็นปีสุดท้ายที่มีกิจกรรมที่ทำให้สนิทกัน ก็รู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้อยู่

ทำไมถึงสนใจคณะนี้
จริงๆ แล้วก็สนใจคณะนี้มาตั้งแต่เรียนที่สามเสน คือได้เข้าชมรมคอมพิวเตอร์ แล้วก็ได้ไปเรียนคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ตอน ม.ต้น ก็เลยสนใจ เริ่มจากเกมส์คอมพิวเตอร์ ทำให้เรารู้สึกสนใจอยากทำได้บ้าง ก็เลยเริ่มสนใจคอมพิวเตอร์ เริ่มเรียนพื้นฐาน เรียนวิธีการเขียนโปรแกรม จนม.5 ก็เห็นว่าจริงๆ คอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ แล้วเราก็ชอบอยู่แล้วด้วย ก็เลยเลือกคณะนี้ด้วยความสนใจจากกิจกรรมที่ รร.สามเสน แล้วด้านคอมพิวเตอร์เนี่ย พอเราจบแล้วก็สามารถเอามาใช้ในการดำเนินชีวิตได้ง่ายกว่าสาขาอื่น

ชีวิตช่วงมหาลัยเป็นยังไงบ้าง
สนุกมากครับ รู้สึกว่า 4 ปี ผ่านไปเร็วมาก

ได้ร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยบ้างไหม
ก็ร่วมในหลายกิจกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาและพวกกิจกรรมรับน้อง แต่ที่เสียดายที่ไม่ได้ไป ก็พวกค่ายอาสา พอดีช่วงนั้นไม่มีเวลาก็เลยไม่ได้ไป

แสดงว่าคณะนี้เป็นคณะที่ต้องใช้เวลามากเลย ต้องเตรียมตัวอย่างดี
ใช่ครับ คณะที่เรียนหลายๆ คนก็จะพบปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำความเข้าใจกับมัน จริงๆ ก็จะยากมาก แต่สำหรับบางคนที่มีพื้นฐานแล้ว ก็เหมือนเป็นการปรับความรู้พื้นฐานให้เข้าใจมากขึ้น

ควรจะเรียนคอมฯ มาก่อนรึเปล่า
ก็ไม่จำเป็น เพราะคิดว่าเด็กสมัยนี้ก็คงจะรู้พื้นฐานคอมฯกันเยอะแล้ว แต่ว่าถ้าได้เรียนปูพื้นฐานมาหน่อยก็ดี

แล้วถ้าเราไม่มีคอมฯ เป็นของตัวเอง แล้วจะมีปัญหารึเปล่า อย่างเช่นเวลาทำโปรเจ็ค
ไม่น่าจะมี เพราะเดี๋ยวนี้ทางมหาวิทยาลัยเขาก็จะมีคอมฯ ให้นักศึกษาได้ใช้ ก็สามารถเข้าไปใช้ในห้องของภาคได้ไม่น่ามีปัญหา มีเพื่อนกอล์ฟหลายๆ คนที่ใช้คอมฯ ของภาคทำ project ถ้าจะมีปัญหาก็ตรงที่เราจะต้องแบ่งเวลาให้ถูกว่า ช่วงไหนที่เราจะว่าง ช่วงไหนที่ต้องทำงาน

มีคนที่เรียนและทำงานไปด้วยบ้างรึเปล่า
มีเพื่อนที่เรียนไปทำงานไป แต่เกรดออกมาก็คงจะไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่ แต่ก็เรียนได้จนจบ แต่สำหรับตนเองก็รู้สึกว่า ยังสนุกกับกิจกรรม ในมหาวิทยาลัย ก็เลยยังไม่ได้สนใจทำงาน อยากจะเรียนให้จบก่อน อยากจะทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้ดีก่อน แล้วค่อยทำอย่างอื่นต่อ

ชีวิตมัธยมกับชีวิตมหาวิทยาลัยต่างกันหรือเปลี่ยนไปไหม
เปลี่ยนครับ เปลี่ยนไปเยอะมาก เราจะมีอิสระมากกว่าตอนที่เราเรียนมัธยม เพื่อนก็จะเยอะกว่า การตัดสินใจในแต่ละรายวิชาก็จะมีมาก ตอนมัธยมจะมีอาจารย์มาบอกว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

คือ ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น
ใช่ ต้องรับผิดชอบมากขึ้น

พอจบปริญญาตรีแล้วทำไมถึงเลือกที่จะเรียนปริญญาโทต่อ แทนที่จะทำงานเลย
ตอนแรกก็คิดว่าจะทำงานก่อน แต่มีคนบอกว่าพอมาทำงานก่อนแล้วมันจะเพลิน จนบางทีทำให้ไม่อยากเรียนต่อ ก็เลยคิดว่าน่าจะเรียนต่อ ตอนแรกก็ลองไปสอบ ก็คิดว่าถ้าสอบไม่ติดก็จะหางานทำสักปีแล้วค่อยมาสอบใหม่ พอดีสอบติดก็เลยเรียนต่อ มาถึงตอนนี้ก็คิดว่าคุ้มที่เลือกเรียนเลย

หลังจากจบปริญญาโทแล้วจะทำอะไรต่อ
ตอนนี้ที่คิดไว้ ก็อยากจะทำงานบริษัทสักปีสองปี เพราะจะได้เรียนรู้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ต่อจากนั้นก็คิดว่าอยากจะทำธุรกิจของตัวเอง

คิดว่าจะต่อปริญญาเอกไหม
เคยมีความคิดเหมือนกันว่าอยากจะเป็นดอกเตอร์ แต่ว่าพอมาเรียนปริญญาโทก็รู้ว่าการทำปริญญาเอกไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้ เหมือนตอน เด็กๆ ที่สอบผ่านมาเรื่อยๆ ให้ได้เกรด4 ก็พอ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ พอมาถึงระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอก มันไม่ใช่แค่สอบ ท่องหนังสือ แล้วมานั่งทำข้อสอบ มันต้องคิดมากกว่านั้น ถ้าเป็นปริญญาเอกก็คงต้องใช้เวลาอีกนานคงต้องขอหยุดไว้ก่อน แต่ถ้ามีโอกาสก็จะเรียนต่อ

พอได้มาทำงานแล้ว รู้สึกว่ามันต่างจากที่เรียนมากไหม
ต่างครับ ต่างกันมาก ก็เหมือนกับเราเรียนภาคทฤษฎีมา แล้วมาทำปฏิบัติจริงๆ แต่พอทำจริงๆ แล้วมันแตกต่างจากที่เราเรียนพอสมควร ก็เหมือนกับ เราเปลี่ยนสาขามาเรียนอีกระดับหนึ่งเลย อย่างที่เราเรียนเขียนโปรแกรม แต่พอมาใช้จริงแล้วมันไม่ใช้ มันเหมือนการนำพื้นฐานตรงนั้นมาใช้ให้ดีขึ้น

คิดว่าสาขาที่ตัวเองเรียนจะนำไปช่วยสังคมได้ยังไงบ้าง
ก็ตอนนี้ในสังคมไทยก็คงยังช่วยอะไรได้ไม่มาก เท่าที่ดูก็คนไทยยังไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวันมากนัก ส่วนใหญ่ก็ใช้กัน แต่ในกรุงเทพฯ แล้วก็เมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัดเนี่ยคอมพิวเตอร์ยังไม่มีความจำเป็นต่อชีวิตเค้ามากนัก ที่จะช่วยได้ก็คงเป็นทางอ้อมมากกว่า อาจจะช่วยพัฒนาซอฟแวร์ให้กับประเทศได้ อย่างที่ตอนนี้ที่ทำงานวิจัยอยู่ก็คงจะช่วยนักศึกษารุ่นหลังๆ ได้บ้าง เพราะว่าคนไทยยังขาดงานวิจัยดีๆ อีกเยอะ

มาถึงจุดนี้แล้ว มองเห็นอนาคตของตัวเองรึยัง
ถ้าเป็นสัก30 40 ปีก็คงยังไม่เห็น แต่ถ้าเป็นสัก 2-3 ปี ก็พอมองเห็นภาพบ้าง ก็คงจะทำอาชีพที่เรียนมา แต่ก็ต้องดูตามลู่ทางของเศรษฐกิจด้วย

ความสุขในการใช้ชีวิตมาจากอะไร
ถ้าตอนนี้ ก็คงมาจากเพื่อนมากกว่า อาจจะเป็นเพราะเรายังอยู่ในช่วงวัยรุ่นด้วย ก็มักจะไปเที่ยวด้วยกัน ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกัน

มีแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง
ก็คงเป็นทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ พยายามทำทุกๆ อย่างให้ดี

มีอะไรที่อยากฝากถึงน้องๆ ที่อยากจะศึกษาในด้านคอมพิวเตอร์บ้าง
ก็อยากจะฝากว่าถ้ามีความสนใจจริงๆ ก็ขอให้ตั้งใจแล้วก็เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่ตัวเองอยากจะเรียน ต้องมีความตั้งใจ ขยันทำงาน เพราะว่าในสาขานี้ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติจริงก็คงยากที่จะเข้าใจ

   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com