|
ความฝันในวัยเด็กเคยคิดว่าอยากจะเป็นอะไร
ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นครู และในเวลาปัจจุบัน ก็ยังอยากเป็นอยู่
ตอนเด็กๆ โดยครูตีบ่อยหรือถึงอยากเป็นครู
สืบเนื่องมาจากเมื่อครั้งตอนเข้าโรงเรียนใหม่ๆ จะสังเกตได้ว่า คนที่ดูโดดเด่นและมีพลังอำนาจมากที่สุดในห้องเรียนก็คือคุณครู ผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจที่ทุกคนให้ความสำคัญและจับตามอง อีกทั้งมีคำพูดเป็นประกาศิตที่ใครๆ ก็ต้องเชื่อฟังและยอมสยบ แต่ในเวลาขณะนี้ แม้ว่ายังอยากเป็นครูอยู่ แต่เหตุจูงใจนั้นแตกต่างไปจากเดิม
จบมัธยมสายไหนมาครับ
เรียนสายศิลป์ภาษา-ฝรั่งเศส
ชีวิตมัธยม
ชีวิตในช่วงมัธยมนั้นก็สนุกดี จะเน้นการทำกิจกรรมมากกว่าเรียนหนังสือประกอบกับช่วงนั้นมีกระแสChild-Center กับ Self-Learning มาแรงมากๆ เลยไม่ค่อยเข้าเรียนเท่าไหร่จะศึกษาหาความรู้เองมากกว่าตามกระแสนิยม
ตอนนี้ละครับ
ขอตอบว่าเรียนปี 3 เอกประวัติศาสตร์ โทวรรณคดีเปรียบเทียบ (ไม่ได้ถาม แต่ภูมิใจที่จะตอบ) คณะ
อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้
การที่เลือกเข้ามาศึกษาในคณะนี้ได้ มันก็มาจากการคิดและคัดสรร หาสิ่งที่เหมาะควรแก่ความสนใจของตัวเองมาเป็นเวลานาน ซึ่งสุดท้ายก็รู้ว่าน้ำหน้าอย่างเราๆ ควรค่าแก่การศึกษาด้านมนุษยศาสตร์มากกว่าด้านอื่นใดทั้งมวล
การเตรียมตัวที่จะเข้าอักษรศาสตร์
โดยส่วนตัวก็ไม่คิดว่ามันจะลำบากนักหนาอะไรกันเชียว เพียงแต่จักต้องอาศัยความเพียรและความต่อเนื่องนิดๆ หน่อยๆ
ความเห็นของครอบครัว
ก็เห็นดีเห็นงามด้วยเป็นอย่างมาก คงเป็นสิ่งเดียวในชีวิตเลยก็ว่าได้กระมังคะที่ทำไปแล้วได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากทุกคนในครัวเรือน
ได้เข้ามาตรงนี้ได้เรียนอะไรบ้างเหมือนกับที่คาดไว้หรือเปล่า
คนส่วนใหญ่จะชอบมองว่าอักษรศาสตร์จะเป็นแค่การเรียนเกี่ยวกับภาษา ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งและหากจะให้ตอบว่าเรียนอะไรบ้างแล้วนั้น ก็เกรงว่าจะเขียนได้ไม่หวาดไม่ไหว เลยกล่าวได้เพียงโดยคร่าวๆ ว่าอักษรศาสตร์สอนให้ผู้เขียนมีความเข้าใจในมนุษย์และสังคม อีกทั้งแม้จะสอนเกี่ยวกับภาษาแต่ก็ไม่ได้รู้เพียงฟังเขียนอ่านพูดเท่านั้นนะคะคุณ
กิจกรรมระหว่างเรียน
สามารถแบ่งได้เป็น 3 ช่วงก็คือในปีหนึ่งนั้น จะเป็นผู้ร่วมกิจกรรมที่คณะและมหาวิทยาลัยจัดขึ้น เช่น ออกค่ายสอนหนังสือ ขึ้นสแตนด์งานบอล สัพเพเหระร้องเล่นเต้นรำไปเรื่อย, ต่อมาในปีสอง หลักๆก็ทำกิจกรรมเชียร์ ซึ่งก็จะมีกิจกรรมพ่วงท้ายที่ไม่ทำไม่ได้ มาอีกมาก, จวบจนถึงปัจจุสมัย ก็รับบทบาทเป็นประธานฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของคณะ ซึ่งก็ท้าทายดีคะ
จบแล้วอยากทำอะไร
อันที่จริง ก็อยากจะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีปัญญาเรียนหรือเปล่าอีกทางเลือกคือ อยากเป็นครูอาสา แต่บอกใครเค้าก็จะทำหน้าไม่เชื่อถือกันไม่ทราบว่าทำไม?
การเลือกคบเพื่อน
ก็ไม่ได้เลือกอะไร แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรอบตัวมีแต่ตุ๊ด
คำว่าหน้าที่ในนิยามของคุณ
หน้าที่เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับสิทธิ - ในชีวิตของคนเรา เมื่ออยู่ในสังคมที่มีมิติมากขึ้น ก็จะต้องมีหน้าที่มากขึ้น ตามแต่สถานภาพที่ได้รับการกำหนดไว้ในสังคม คิดว่าการทำตามหน้าที่เป็นสิ่งที่สมควรทำ (อ้างอิงจากหลักปรัชญาของอิมานูเอล ค้านท์ ซึ่งเค้ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้จริงๆนะคะ ดิฉันไม่ได้อุปโลกน์ขึ้นมาเองแต่อย่างใด)
วิธีเสริมเขี้ยวเล็บ
คิดว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดในสังคมก็คือ ความเพิกเฉยละเลยต่อสิ่งรอบตัว ถ้าคนในสังคมหันมาสนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวมากขึ้น ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการใช้ชีวิต
คณะที่เรียนตรงกับความตั้งใจหรือไม่
เป็นอะไรที่ไม่คาดฝันมากกว่า แต่โดยรวมแล้วก็มีความสุขกับการเรียนและการใช้ชีวิตในคณะนี้มากเป็นคณะมหัศจรรย์ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเวลา จนบางทีรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโคลัมบัสผู้ค้นพบทวีปอเมริกายังไงยังงั้นเลยทีเดียว
การแข่งขันเรื่องการเรียนในรั้วจามจุรี มีค่อนข้างสูง
เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น ยู้ฮู้ มามะมาดูอักษรศาสตร์จุฬา
สังคมในวัยเรียน
เป็นยุคทองของชีวิต รุ่งโรจน์ทั้งด้านการเรียนการงาน รู้สึกมีความสุขที่ได้มาอยู่ในสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนี้มีเพื่อนๆ ที่ดีงอยู่หลายหน่วย แม้บางคนจะเป็นปัจเจกแบบแปลกๆไปบ้างแล้วเวลากินก็ชอบมาแย่งก็ตามแต่อย่างไรก็ดี เราก็สามารถอยู่กันอย่างสมานฉันท์โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไรเป็นพิเศษ
แนวทางสู่ความสำเร็จ
ความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญกับคนรอบตัวก็จำเป็นไม่แพ้กัน เรื่องของเรื่องจะบอกว่า มันไม่ผิดถ้าเราเลือกที่จะก้าวไปถึงจุดมุ่งที่วางไว้ แต่ก็อย่าให้ความสำคัญกับมันมากซะจนเราต้องปีนป่ายเหยียบหัวคนอื่นไปเด็ดความสำเร็จลงมา
โลกในอุดมคติ
มันก็เป็นเหมือนสังคมยูโทเปียที่ไม่มีอยู่จริง คิดว่าหันมาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสังคมอย่างที่มันเป็นจะดีกว่า
ขอบคุณที่สละเวลาครับ
ไม่เป็นไรค่ะ
|