|
ตอนเด็ก ๆ ฝันอยากเป็นอะไร
มีหลายอย่างครับ ตอนเด็กสุดเลยเนี่ย อยากเป็นหมอครับ แล้วก็อยากเป็นทันตแพทย์
โตขึ้นมารู้สึกว่าหมอต้องรับผิดชอบชีวิตคน ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นนักบิน
สักพักนึงรู้สึกนักบินก็ไกลเกินเอื้อมอีก พอถึงช่วงม.5-ม.6 ก็คิดอะไรที่มันเป็นสาระ
ที่มันเป็นไปได้ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นวิศวะครับ แต่วิศวะก็เหมือนหมอที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคน
ถ้าตึกพังหรือมีข่าวตึกถล่ม เราเป็นวิศวะเราก็ต้องรับผิดชอบ แล้วพอดีเราเป็นคนชอบวาดรูปก็เลือเปลี่ยนมาเป็นสถาปัตย์ครับ
ตอนมัธยมเรียนมาทางสายไหน
สายวิทย์-คณิตครับ
ทำไมถึงเรียนสายวิทย์
เพราะว่าช่วงม.4 เป็นช่วงที่มีความคิดว่าอยากเรียนวิศวะครับ ก็ต้องเรียนวิทย์เท่านั้นถึงจะเรียนวิศวะได้
เพราะตอนเริ่มหาแนวทางแล้วครับ ว่าแนวทางไหนที่ตัวเองอยากเป็น
ทำไมเลือกเรียนคณะนี้
อย่างแรกเลยชอบวาดรูปครับ เลยคิดว่าสถาปัตย์เป็นงานที่เข้ากับเราได้มากที่สุด
เพราะว่าเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือด้วย ดูแล้วอย่างวิศวะเนี่ยหนังสือเป็นตั้ง
ๆ เลยไม่ไหวครับ
แล้วสอบเอนท์เลือกสถาปัตย์หมดเลยหรือเปล่า
เลือกสถาปนิก 4 อันดับเลยครับ
ก่อนเอนทรานซ์เตรียมตัวอย่างไร
ก็ดูก่อนครับว่าตัวเองอ่อนวิชาอะไร กวางรู้สึกว่าอ่อนวิชาเลข ก็เลยต้องไปหาที่เรียนพิเศษเลข
แล้วก็มีไปเรียนพื้นฐานวาดรูปกับพวกรุ่นพี่ที่จุฬาฯ ด้วยครับ
แล้วตอนเตรียมตัวสอบอ่านหนังสือเยอะมั้ยคะ
ถ้าเทียบกับคนอื่นก็อาจจะเรียกว่าน้อยนะครับ เพราะว่าเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือ
ไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านเป็นบางวิชาครับ อ่านเลขกับฟิสิกส์สองอย่าง
ส่วนวิชาอื่นก็ปล่อยไปเรื่อย ๆ ครับ
แล้วครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไรที่เลือกคณะนี้
ครอบครัวไม่มีผลกับการเลือกครับ เค้าค่อนข้างปล่อย ให้ตามสบายเราครับ
เพียงแต่ว่าเค้ามีหน้าที่ช่วยให้คำปรึกษานิด ๆ หน่อย ๆ ถ้าเราเลือกไม่ถูกครับ
อย่างตอนนั้นก็ยังสับสนว่าวิศวะกับสถาปนิกมันจะต่างกันยังงัย อันนี้ก็ยังไม่เข้าใจนะครับ
ก็ไปถามเค้า เค้าก็ไม่ได้บอกว่าให้เรียนวิศวะหรือไม่ให้เรียน แต่อธิบายให้เราฟังทั้ง
2 อย่าง แล้วให้เราเลือกเอาเองครับ
คณะนี้เรียนเหมือนกับที่เราคิดไว้ก่อนเอนท์ทรานซ์หรือเปล่า
ก็ค่อนข้างเหมือนนะครับ แต่ว่าก่อนจะเรียนไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้นะครับ
พอเข้ามาก็มีเตรียม ๆ ใจไว้แล้วนะครับ เพราะได้ยินคำล่ำลือว่ามันหนักมาก
แล้วมันก็หนักจริง ๆ แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ครับ
ชอบคณะนี้เพราะอะไร มีความน่าสนใจอย่างไร
ก็คือ ชอบที่มันเป็นอะไรที่ไม่ต้องตามหนังสือ มันเป็นเหมือนการแสดงความคิดออกมา
เป็นการแข่งทางด้านไอเดียมากกว่าแข่งด้านความจำครับ
จุดเด่นของคณะสถาปัตย์คืออะไร
ก็คืออย่างที่บอกว่าเป็นคณะที่แข่งทางด้านไอเดียครับ แล้วก็ความสามารถในการอ่านหนังสือจำเป็นรองลงมา
ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นคนวาดรูปเก่งนะครับ แต่ว่าถ้ามีไอเดียดี มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะเอาออกมา
ก็เป็นคณะที่น่าสนใจคณะหนึ่ง
คิดว่าจบไปแล้วจะทำอะไรเพื่อสังคมบ้าง
อย่างน้อยถ้ามีโอกาสได้เป็นสถาปนิก ได้ออกแบบตึกอะไรอย่างนี้นะครับ
สมัยนี้ก็จะเป็นสถาปัตย์ที่ค่อนข้างผูกขาดกับธรรมชาติ คือไม่ได้สร้างมาเพื่อตึกเพียงตึกเดียว
คือเราต้องคิดถึงตึกรอบ ๆ ด้วย คือสร้างเป็นตึกที่ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบ
ๆ ด้วย
แบ่งเวลาเรียนกับการเป็นนักร้องอย่างไรบ้าง
ก็มีช่วงเทอมที่แล้วที่งานจะหนักมากครับ เราก็ขออาจารย์เราอาจจะมาเรียนไม่ครบนะ
แต่เราส่งงาน เอางานไปทำตามต่างจังหวัด แล้วก็เอากลับมาส่งให้ แต่พอวันสอบเราก็มาสอบ
แต่ก็มีดรอปไปบางตัวเหมือนกันครับ
ถ้าจบมาแล้ว อยากทำงานด้านที่เรียนมาหรือนักร้อง
จริง ๆ ก็ชอบทั้ง 2 ด้านนะครับ แต่ที่กวางคิดไว้คือ ด้านบันเทิงมันเป็นงานที่ไม่ยืนยาว
เกณฑ์เงินมันเหมือนมาวูบ ๆ ครับ จะเยอะก็เยอะ จะน้อยก็น้อยหายไปเลย
คือมันไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ แต่จริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็นงานที่ไม่มั่นคงขนาดนั้นนะครับ
ถ้าเราศึกษา แล้วเราได้เข้าไปทำงานที่ลึก ๆ จริง ๆ เนี่ยก็ทำให้มันมั่นคงได้
แต่ว่าใจจริงอยากทำงานด้านดีไซเนอร์ครับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์อะไรก็ตาม
ดีไซน์บ้าน ดีไซน์รถอะไรอย่างนี้ครับ จริง ๆ ชอบงานด้านนี้เหมือนกัน
ถ้าจะให้ฝากถึงน้อง ๆ ที่กำลังอ่านหนังสือ เตรียมตัวเอนทรานซ์
อยากให้อดทนหน่อยนะครับ คือช่วงเวลาอ่านหนังสือก็แค่ไม่กี่เดือนครับ
แล้วก็เอนท์ พอเอนท์เสร็จเราก็รู้สึกโล่งครับ ให้น้อง ๆ พยายามอดทนสักนิดนึงครับ
|