|
สาวน้อยผู้โดดเด่นด้วยดวงตาที่กลมโตมีชื่อเรียกเล่นๆว่า เนย์
เธอชอบร้องเพลง เธอหลงใหลเสียงเปียโน เธอรักวันพรุ่งนี้ แล้วก็เธอ
เธอ เธอ...
ไปรู้จักกันดีกว่าว่าเธอ...อะไรอีก
แรกเริ่มอยากขอให้ช่วยแนะนำตัวก่อนแล้วกันครับ?
ชื่อ วรานันทน์ มณีรอด ค่ะ ชื่อเล่นชื่อ เนย์ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปี
3 คณะสถ่าปัตยกรรมและการออกแบบ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ ม. เทคโนโลยีพระจอมเเกล้าธนบุรี
เป็นคนกรุงเทพฯ ค่ะ
ช่วยเล่าเบื้องต้นว่าเข้ามาเรียนสถาบันแห่งนี้ได้อย่างไร?
เข้ามาโดยการสมัครโควต้าค่ะ และที่เลือก เพราะคิดว่าคณะนี้ตรงกับที่ต้องการจะเรียน
และเรียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าที่นี้เรียนอะไรกันแน่
แต่พอค้นดูทาง internet ก็คิดว่ามันเข้าท่าและน่าสนใจดี เลยสมัครดู
แล้วก็ติดด้วย
ตอนเด็กๆฝันอยากเป็นอะไร?
อยากเป็นหลายอย่างเลย อยากเป็นนักร้อง เพราะชอบร้องเพลงแต่เด็กๆ
อยากเป็น Game Dire ctor เพราะชอบเล่นเกมมาก เรียกได้ว่าอยากเป็นอะไรก็ตามที่ชอบทำ
แต่ทุกอย่างนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากปัจจุบันมาก
อะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ก้าวมาเส้นทางนี้?
ช่วงตอนอยู่ ม.2 ได้รู้จักกับเกม เกมนึงที่เป็นแรงบรรดาลใจให้มากๆ
(ไม่ขอบอกชื่อนะ) ตอนนั้นรู้สึกว่าโตขึ้นมาอยากสร้างเกมที่มี graphic
ที่สวยงามสักเกม แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน
แต่ด้วยความที่คิดว่าอย่างน้อยก็คงต้องวาดรูปเป็น ก็เลยเริ่มฝึกวาดรูปเองไปเรื่อยๆ
ฝึกใช้สีหลายๆ ประเภท แต่ก็หันกลับมาใช้สีไม้ที่ถนัดที่สุด กับบางทีก็ใช้
Photoshop ลงภาพ CG บ้าง
พอเข้าเรียนที่นี่ได้ก็ดีใจมาก แต่ที่นี้สอนให้เราเป็น Designer
ซึ่งเราคิดว่ามันแผลงเอาไปทำอะไรได้เยอะกว่านอกจากเกม
คิดว่ามหาลัยแห่งนี้เป็นอย่างไร?มีจุดเด่นอะไรบ้าง?
ถึงมหาวิทยาลัยนีมันจะดูเล็กแต่เชื่อว่ามีบุคลากรที่มีคุณภาพอยู่มากค่ะ
สภาพแวดล้อมก็ดี และมาตรฐานก็ไม่เป็นรองใครแน่ๆ
แล้วคณะที่เราเรียนล่ะมีอะไรเด่น?
จุดเด่นที่สุด คิดว่าเป็นอาจารย์ที่สอนที่นี่ค่ะ มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
แทบจะทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ มาจาก อังกฤษ นิวยอร์ค อิตาลี เกาหลี
ญี่ปุ่นๆลๆ การเรียนการสอนที่สนุกมากแต่ต้องขยันมาก เพราะอาจารย์ที่มาสอนโดยมากพวกท่านจะเป็น
Desig ner หรือ Artist มาก่อน ถือว่านอกจากให้ความรู้เราเขาก็มาเรียนรู้จากเรา
ไม่เพียงแต่ชี้แนวพวกท่านผลักดันสนับสนุนเราและแทบจะทำงานร่วมกับเราด้วยเช่นกัน
ดังนั้นนักศึกษาค่อนข้างใกล้ชิดกับอาจารย์มาก
อีกประการก็คือที่นี่เรียนเป็นภาษาอังกฤษซึ่งสำคัญมากอย่างเช่น ถ้าเราDesignงานออกมาดีขนาดไหนสวยขนาดไหน
แต่ถ้าไม่สามารถสื่อสารให้รู้เรื่องตอนPresent ทำให้เขาเข้าใจไม่ได้ว่ามันมีขันตอนเป็นมายังไงจะมีผลอย่างมากกับคะแนน
แต่ที่เล่านี้กำลังจะบอกว่า ตั้งแต่ปี1 จนปี3 เท่าที่สังเกตุดู เพื่อนของเราแทบทุกคนมีการพัฒนาด้านภาษาไปเร็วมาก
บ้างคนนี่จากที่แทบไม่รู้อะไรเลยแต่ตอนนี้พูดได้คล่องมาก
คิดว่าจบไปแล้วจะทำอาชีพอะไร?
ที่จริงอยากทำหลายๆอย่าง ที่คิดว่าอยากเป็น Creative หรือ อาจจะทำ
Sound Composerค่ะ
คิดว่าความมั่นคงในชีวิตของตนเองคืออะไร?
อย่างน้อยที่คือตอนนี้ไม่อย่ากเริ่มต้นชีวิตโดยการติดลบ คือไม่เป็นหนี้
เพราะว่าอย่างน้อยมันสบายใจ และแน่นอนว่าเงินคือปัจจัยหลัก กับสุขภาพที่ดี
คิดว่าตนเองจะใช้เวลากี่ปีในการสร้างความมั่นคงในชีวิต ?
คงกะว่าไม่เกินสามสิบแต่ไม่คาดหวังขนาดนั้น
คิดถูกหรือผิดที่เลือกเรียนคณะนี้?
ถูกมากๆ ขอฟันธงเลย เราคิดว่าเป็นชีวิตมหาวิทยาลัยที่สนุกค่ะ
มั่นใจหรือเปล่าว่าสามารถใช้วิชาชีพที่เรียนไปประกอบอาชีพ ?
มั่นใจค่ะ
อะไรทำให้มั่นใจว่าสามารถนำวิชาที่เรียนไปประกอบอาชีพได้อย่างแน่นอน
?
มันไม่มีอะไรที่ทำให้เราแน่ใจได้ขนาดนั้น เราไม่ได้เก่งที่สุด แต่ต้องเชื่อว่าตัวเองเก่งที่จะพัฒนาตัวเองได้
น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ขับเขี้ยวกับตัวเอง ดึงเอาสิ่งที่เรามีอยู่
ประสบการณ์ สิ่งที่เราเรียนมาแม้ว่ามันจะน้อยนิดหรือมากมายแค่ไหนมาใช้ให้เป็นประโยชน์
เรียนมาทางนี้ คิดว่าสนองความฝันเราหรือเปล่า?
คิดว่าได้นะ อย่างน้อยมันก็เป็นใบเบิกทางสำคัญที่พาเราไปได้แน่ๆ
ตอนนี้ผลการเรียนเป็นไงบ้าง?
ด้านการเรียนก็ดีค่ะ เกรดค่อนข้างสูงค่ะ
เตรียมตัวในการเรียนอย่างไร?
อยู่ที่นี้ไม่สำคัญว่าจะต้องเตรียมตัวยังไงมันอยู่ที่ว่าเราจะตักตวงและแบ่งปันได้มากแค่ไหน
การจะเป็นDesignerเราต้องเปิดตัวเองให้กว้าง รับฟังแรกเปลี่ยนเสนอแนะ
หาความรู้ใหม่ๆ updateตัวเองตลอดเวลา เราจะได้ความคิดเห็นหลายๆ แง่
นำงานของเราไปให้เพื่อนๆอาจารย์ คนอื่นๆ ได้ถกกัน ที่นี่จะไม่ต้องการคำว่ามันไม่ดีหรือดีแล้ว
แต่ต้องการหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมถึงดี ลองเพิ่มตรงนี้ดูมั้ย ลองลดตรงนี้ดูสิ
ยิ่งเราตักตวงมากเรายิ่งให้คนอื่นได้มาก ยิ่งเราแบ่งปันได้มากเรายิ่งเราก็ไดรับกลับคืนเป็นเท่าตัว
แตกต่างกับมัธยมมากเรา คิดว่าตอนเป็นนักเรียนจะต้องอยู่ในกรอบเสมอ
รู้สึกไม่ได้รับอิสระเสรี ในการเสนอความคิดเท่าไหร่ เวลาจะสอบทีก็อ่านหนังสือกันให้เหนื่อย
และน่าเบื่อ แต่ที่นี่สอบเป็นเรื่องรองๆ ไปเลย เน้นเก็บคะแนนที่งานdesignมากกว่า
แล้วระหว่างเรียนทำกิจกรรมอะไรพิเศษบ้าง?
ก็ทำบ้างค่ะ อย่างตอนปี1 ก็มีละครของคณะมีส่วนร่วมได้เป็นพีธีกร
เมื่อเร็วๆนี้ ที่ ฺBangkok Code ได้จัดงาน F Design มีกิจกรรมหลายอย่างรวมทั้ง
fashion show ที่รุ่นพี่เป็นคน ทำเราเองก็ได้ไปเดินแบบกับเค้าด้วยน่ะ
สนุกดี
ชอบร้องเพลงแล้วยังได้เดินแบบอีกไม่คิดเปลี่ยนไปเป็นนักร้องหรือเดินแบบบ้างหรือ
?
ร้องเพลงมันเป็นงานอดิเรกค่ะ ถ้ามีโอกาสมันก็ดีค่ะ แต่เราเองก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ตัวเองเท่าไหร่
และพอคิดจะเอาเข้าจริงก็รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น
ก็เลยทำในสิ่งที่มันมีความเป็นไปได้มากกว่าดีกว่าค่ะ
แล้วอนาคตมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษ?
อยากเล่นเปียโนเป็นล่ะ หลงใหลในเสียงมันมากเลย ค่ะ
มีต้นแบบในการดำเนินชีวิตหรือเปล่า?
ไม่มีใครเป็นพิเศษค่ะ คงเพราะเป็นคนเชื่อในตัวเองมากมั้ง
ตั้งแต่เรียนมาประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุด?
เมื่อเดือนก่อนมีการคัดเลือกนักเรียนแลกเปลี่ยนของทางคณะเรากับมหาวิทยาลัยที่Sydney
เราก็ลองดูเล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้หรอก ปรากฎว่าเราได้รับเลือกให้ไปกับรุ่นพี่อีกคน
เสียดายที่สละสิทธิ์ เพราะไม่พร้อมด้านการเงิน แต่การได้ออก Yes-wedo
ก็ถือว่าเป็นได้น่ะ
แล้วประสบการณ์ที่ไม่อยากจะจดจำเอาเสียเลยล่ะ?
ไม่มีค่ะ
หากนำการเรียนมาประยุกต์ใช้ในสังคม คิดว่าคณะนี้สอนอะไรเราบ้าง?
สอนให้เรามีไหวพริบ ช่างสังเกตสิ่งรอบตัวตลอดเวลา และตั้งคำถามกับมัน
Sensitive to surrounding เป็นหนแห่งการได้ไอเดียค่ะ ถ้าให้เราไปประยุกต์
ก็คงช่วยให้เราทำความเข้าใจต่อสิ่งแวดล้อมสภาพสังคมได้ดี และปรับตัวได้ง่าย
รู้สึกอย่างไรบ้างได้มาออก Campus dream ใน Yes-wedo?
ตอนแรกก็ตกใจอยู่เหมือนกัน และดีใจที่เราได้รับเลือกเพราะคิดว่าคนอื่นเห็นอะไรดีดีและยอมรับในตัวเรา
คิดว่าอะไรทำให้ตนเองได้มาออก Yes-wedo?
เชื่อว่าคนอื่นคงเห็นเราเป็นคนมีศักยภาพที่จะนำเสนอคณะและมหาวิทยาลัยได้มั้งค่ะ
คิดว่าจุดเด่นของตนเองคืออะไรที่คนอื่นเห็นปั๊บรู้ได้ทันทีว่าเป็นเรา?
อันนี้เราก็ไม่แน่ใจ แต่เวลาเจอเพื่อนจะชอบเข้าไปกอด
หากมีโอกาสเข้ารอบสุดท้ายนางสาวไทย แล้วเจอคำถามว่าจะทำประโยชน์อะไรให้สังคม
จะตอบว่าไง?
ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ ดิฉันอยากจะส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเยาวชนค่ะ
เราเองก็เคยเป็นเด็กคนที่ประสบปัญหาครอบครัวหนักๆมาก่อน และที่ผ่านมาได้
อาจเป็นเพราะความรักของทั้งพ่อและแม่ประการหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือพลังใจที่แน่วแน่ของตนเอง
เราคิดเสมอว่าจะไม่อ้างเหตุผลของการเป็นเด็กบ้านแตกไปทำหรือร้องความขอสนในโดยการกระทำที่อะไรไม่ดี
เพราะสุดท้ายผลเสียก็ตกอยู่กับเราเอง ทั้งสภาพครอบครัวก็แย่อยู่แล้วก็จะแย่หนักไปกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นเด็กมีปัญหาหรือไม่ สิ่งเขาจำเป็นต้องปลูกฝังและตระหนักคือการรักและดูแลตนเองให้เป็น
ถึงจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
หากเปรียบเทียบตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นหรือสิ่งของอื่นจะเปรียบตัวเองเป็นอะไร?
เพื่อนๆชอบล้อว่าเป็นนกกระยาง ขาเรายาวขนาดนั้นเลยเหรอ ?
ถึงจุดไหนหรืออะไรคือสิ่งที่เรียกว่า "ใช่"ในชีวิตคุณ
?
เราเองก็ไม่แน่ใจค่ะ รู้เพียงแต่ว่า จุดๆ นั้นจะต้องนำความสงบความสุขใจมาให้เราไม่ต้องดิ้นรนอะไร
แต่ไม่ใช้ตอนนี้แน่ เพราะยังมีความทะเยอทยานอยู่ ตอนนี้มีสิ่งที่อยากทำ
อยากมี อยากเป็นอยู่ ชีวิตยังต้องการความตื่นเต้นผจญภัย กว่าจุดที่ว่าใช่จะมาถึงคงอีกนานคะ
สุดท้ายหากมีประโยคหนึ่งที่จะพูดกับคนบนโลกนี้จะพูดว่าอะไร?
" I love tomorrow " |