ฉบับที่ 1 เส้นทางนักเขียน/คนทำหนังสือ
 
Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
CAMPUS DREAM
อ่านสัมภาษณ์อื่นๆ ในหมวดนี้
    โลกทั้งใบมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเรา. . . เช่นนี้ ชีวิตจะไม่มีวันทรยศเราเป็นอันขาด !
 
  ชื่อ : รวินท์ โรจนธารา
  ชื่อเล่น : อ๊อบ
  นักศึกษา คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ ภาค Interior มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
   
 

 

“ ไม่ชนะตนเอง ย่อมมิอาจเข้มแข็ง
วิธีชนะตนเองนั้น มิมีทางอื่นนอกจากทำตนให้เข้มแข็ง
จงพยายามไม่หยุดหย่อน ต่อสู้ดิ้นรน และเข้มงวดต่อตนเองให้มาก
ชีวิตนั้นเป็นเฉพาะส่วนตน จงตระหนักไว้ให้ดี
โลกทั้งใบมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเรา. . . เช่นนี้ ชีวิตจะไม่มีวันทรยศเราเป็นอันขาด !”

เป็นคำพูดที่อยากกู่ก้องให้โลกรู้ของอ๊อบ หนุ่มน้อยจากเมืองนนท์

ด้วยจุดเด่นที่เป็นหนุ่มอารมณ์ดีและเป็นนักกีฬาทำให้ใครต่อใครเขามาสัมผัสและรู้จักเขาได้ง่าย หนุ่มน้อยคนนี้จึงมักเปรียบตนเองเป็นเครื่องดนตรีเพื่อที่จะพยายามทำให้คนรอบข้างตัวเขาได้มีความสุข

เราไปทำความรู้จักกันแบบลึกๆของเครื่องดนตรีที่กล่าวว่า “ โลกทั้งใบมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเรา. . . เช่นนี้ ชีวิตจะไม่มีวันทรยศเราเป็นอันขาด ” เขาจะมีความฝันอย่างไรในชีวิต

•  แรกเริ่มอยากขอให้ช่วยแนะนำตัวก่อนว่า ชื่ออะไร? เรียนอะไร?มาจากจังหวัดอะไรอะไร?

ชื่อ อ๊อบ เรียนอยู่ปี 1 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาค Interior จังหวัดนนทบุรีครับ

•  ช่วยเล่าเบื้องต้นว่าเข้ามาเรียนสถาบันแห่งนี้ได้อย่างไร?

ตอนนั้นอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียน ( สามเสนวิทยาลัย ) เอาโควต้าของพระจอมเกล้าธนบุรี มาให้ระดับ ม.6 ยื่นกันน่ะครับ ผมก็เลยส่ง transcript ให้ทางมหาวิทยาลัย แล้วไปสอบติดโควตาเรียนดีครับ

-เหตุผลที่เลือกคณะนี้ก็มีหลายอย่างนะครับ อย่างแรก ตอนเด็กๆผมก็ชอบการตบแต่งภายในอย่างโรงแรมหรูๆ ห้องสวยๆ เลยคิดไว้ว่าอยากจะออกแบบเกี่ยวกับทาง Interior อยู่แล้ว+กับผมก็ชอบอะไร Art ๆ แล้วก็ชอบวาดรูปเลยเป็นเหตุผลหลักที่เข้าคณะนี้ครับ

•  ตอนเด็กๆฝันอยากเป็นอะไร?

ตอนเด็กๆก็ฝันอยากจะเป็นแบบตอนนี้แหละครับ ไม่แตกต่างกันมาก จะแตกต่างกันที่พอเรียนจบแล้วจะนำความรู้ที่มีไปออกแบบได้อย่างที่คิดรึเปล่าเท่านั้นเอง

•  อะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ก้าวมาเส้นทางนี้?

ตอนที่ได้เรียนความถนัดทางสถาปัตย์ฯ ครั้งแรกครับ ถึงจะเรียนสายไปหน่อย ( เพิ่งเริ่มเรียนตอนม.6 ><) ถ้าไม่ได้เรียนเลย ถึงจะอยากเข้าก็คงไม่มีทางได้เข้าคณะสายศิลป์ อย่างแน่นอน ~

•  คิดว่ามหาลัยแห่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

สำหรับผมแล้วผมชอบมหาลัยนี้นะครับ สังคมที่นี่ดีมาก อยู่แล้วสนุกเฮฮาดีครับ ~ จุดเด่นของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นคณะทางด้านวิศวะกรรมกับทางด้านเทคโนโลยีซะส่วนใหญ่ พวกภาคปฎิบัติจะแน่นมากครับ ซึ่งเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าทั้ง 3 ที่อยู่แล้ว แต่ที่นี่จะมีตึกที่วิจัยด้านหุ่นยนต์โดยเฉพาะที่เรียกว่า FIBO เพิ่มเข้ามา ซึ่ง FIBO ก็ทำชื่อเสียงให้มหาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีในงานใหญ่ๆหลายครั้งครับ

•  แล้วคณะที่เราเรียนล่ะมีอะไรเด่น?

คณะสถาปัตยกรรมของที่นี่จะเป็นหลักสูตร Inter ทั้งหมดครับ ที่เด่นๆจึงเป็นด้านภาษาซะส่วนใหญ่ นักศึกษาที่นี่จะได้ฝึกภาษาไปในตัว 4-5ปี โดยหลักสูตรที่นี่จะไม่ได้เน้นที่ฝีมือมากมายเหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่เน้นที่ระบบความคิดและ Idea เป็นหลักครับ ถึงจะวาดไม่สวย แต่ถ้า Idea ดีถูกใจอาจารย์ก็จะได้เกรดดีครับ เพราะฉะนั้นนักศึกษาที่จบจากที่นี่ส่วนใหญ่มักจะเลือกทำงานและได้งานในบริษัทต่างประเทศเนื่องจากความสามารถทางด้านภาษาและการ Present ซึ่งฝึกมาตลอด 4-5ปีที่ศึกษาอยู่

•  คิดว่าจบไปแล้วจะทำอาชีพอะไร?

จบไปก็คงจะทำงานเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งภายในแหละครับ เงินเดือนก็คงขึ้นอยู่กับบริษัทและความสามารถของตัวเองอีกที

•  คิดว่าความมั่นคงในชีวิตของตนเองคืออะไร?

ความมั่นคงในชีวิตของผมไม่มีอะไรมากมาย ขอแค่มีงานดีๆทำ มีเงินพอกินพอใช้ไม่ต้องรบกวนเงินครอบครัว มีเงินเหลือเก็บเป็นทุนในอนาคตก็พอครับ องค์ประกอบคง

•  คิดว่าตนเองจะใช้เวลากี่ปีในการสร้างความมั่นคงในชีวิต?

ข้อนี้ถ้ายังไม่ลองทำงานคงตอบยากครับ คิดว่าคงประมาณ 7-10 ปีครับถ้าให้มั่นคง

•  คิดถูกหรือผิดที่เลือกเรียนคณะนี้?

ถูกครับ ถึงฝีมือจะไม่ได้ดีอะไรมากมาย แต่ก็ชอบเรียนทางนี้ที่สุดแล้วครับ

•  มั่นใจหรือเปล่าว่าสามารถใช้วิชาชีพที่เรียนไปประกอบอาชีพ?

ค่อนข้างมั่นใจครับ อาจจะมีศึกษาเพิ่มเฉพาะทางเพื่อให้ทำงานที่ได้มีคุณภาพขึ้นครับ

•  เรียนมาทางนี้ คิดว่าสนองความฝันเราหรือเปล่า?

ครับ ทางนี้แหละครับ1 ในความฝัน

•  ตอนนี้ผลการเรียนเป็นไงบ้าง?

ปานกลางครับ แต่ถ้าคะแนนตกเมื่อไหร่ก็ต้องฟิตเหมือนกัน ~^^

•  เตรียมตัวในการเรียนอย่างไร?

แตกต่างค่อนข้างมากครับ การเรียนมหาวิทยาลัยจะไม่มีอาจารย์มาคอยเช็คงาน มาตามให้ไป Lecture เหมือนมัธยม ต้องตั้งใจเรียน ไม่โดด เวลาส่งงานก็ต้องจำเองว่าเราส่งอันไหนไป ขาดอันไหน ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น โดยเฉพาะงานทางด้านนี้เรามันไม่ตายตัว ใช้ความคิดซะส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นมันจะใช้เวลานานในการทำงานสักชิ้น จึงควรทำงานตั้งแต่เนิ่นๆครับ ถ้าทำใกล้ๆส่งก็จะไม่ได้นอน

•  แล้วระหว่างเรียนทำกิจกรรมอะไรพิเศษบ้าง?

ปกติก็เล่นดนตรีกับกีฬาครับ เป็นนักกีฬาเทเบิ้ลเทนนิสของมหาวิทยาลัย และของสโมสรตำรวจ แล้วตอนนี้เพื่อนๆก็ลากมาเป็นมือคีย์บอร์ดของวงด้วยครับ ( เล่นเปียโน )

•  ตั้งแต่เรียนมาเจอปัญหาอะไรมาบ้าง?

ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คงคิดงานไม่ออกกับความขี้เกียจมั้งครับ บางครั้งจะให้คิดงานดีๆออกมาตาม concept ที่อาจารย์ให้ มันจะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คิดยังไงมันก็ยังไม่ดี แต่บางครั้งพอว่างๆดันคิดอะไรดีๆออกมาได้เอง ก็เซ็งๆอยู่เหมือนกันครับ ตอนนี้ที่แก้อยู่ก็พยายามดูงานไว้มากๆ จะได้มี Idea มาใช้ได้ตอนที่ต้องการครับ

•  แล้วอนาคตมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษ?

อยากออกแบบห้องที่ลูกค้าอยู่แล้วบอกว่ารู้สึกพอใจที่ได้แบบนี้ แล้วก็อยากไปทำงานต่างประเทศสักพัก เพื่อหาประสบการณ์และนำความรู้ใหม่ที่ได้มาใช้ครับ

•  มีต้นแบบในการดำเนินชีวิตหรือเปล่า?

ต้นแบบคงไม่มีล่ะครับ แค่ถ้าอยากทำอะไรก็ทำให้มันดีที่สุดก็พอ สบายๆไม่มีเครียดกับอะไร ~

•  ตั้งแต่เรียนมาประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุด?

ทำ Project แรกแล้วอาจารย์ฝรั่งมาพูดว่า “You're good at INDUSTRIAL DESIGN “ . . .คือ. . . .ผมเรียน INTERIOR คับจารย์ !!

•  แล้วประสบการณ์ที่ไม่อยากจะจดจำเอาเสียเลยล่ะ?

ทำงานดึกจนเบลอ พอออกจากหอจะไปกิน ชาย4 ( เที่ยงคืน ) ดันหยิบกุญแจบ้านออกมาแทน. . . . . เลยต้องไปขอกุญแจหอใหม่เปิดห้องเผางานตอนเช้าด้วยสีหน้าอิดโรย

•  หากนำการเรียนมาประยุกต์ใช้ในสังคม คิดว่าคณะนี้สอนอะไรเราบ้าง?

สอนให้คิดนอกกรอบ สร้างสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมที่เดี๋ยวดีต้องการสิ่งแปลกใหม่ตลอดเวลา และสอนว่าจะทำอะไรต้องมีความพยายาม มิฉะนั้นจะทำไม่สำเร็จ - -

•  รู้สึกอย่างไรบ้างได้มาออก Campus dream ใน Yes-wedo ?

ก็ดีใจครับที่ได้มา แต่ก็อยากให้เพื่อนๆมาช่วยกันออกความคิดเห็นครับ คงจะดีกว่าความเห็นของคนๆเดียว

•  คิดว่าอะไรทำให้ตนเองได้มาออก Yes-wedo ?

. . . ” ความบังเอิญ ” . . . ครับ ๐ _O เพื่อนเดินมาลากตัวไปจากห้องชมรม ผมเองยังงงๆอยู่เลย

•  คิดว่าหน้าตาตัวเองมีส่วนหรือเปล่า?

หน้าตาเนี่ยไม่มีหรอกครับ

•  คิดว่าจุดเด่นของตนเองคืออะไรที่คนอื่นเห็นปั๊บรู้ได้ทันทีว่าเป็นเรา?

คงเป็นความอารมดีกับชอบเล่นปิงปองล่ะครับ เพื่อนๆจะจำกันได้ก็ตรงเนี้ย

•  หากมีโอกาสเข้ารอบสุดท้ายหนุ่มดัชชี่ แล้วเจอคำถามว่าจะทำประโยชน์อะไรให้สังคม จะตอบว่าไง?

คงจะพยายามเป็นคนดี ตั้งใจเรียนให้ดีๆแล้วจบมาทำประโยชน์ให้สังคม +ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อสังคมให้มากขึ้น

•  หากเปรียบเทียบตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นหรือสิ่งของอื่นจะเปรียบตัวเองเป็นอะไร?

จะเป็นเครื่องดนตรี ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีคนต้องการจะอยู่เป็นเพื่อนให้ได้เสมอ เป็นเหมือนเสียงเพลงที่แม้จะทำได้ไม่มากแต่จะพยายามทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปกับเรา

•  ถึงจุดไหนหรือมีองค์ประกอบอะไรถึงจะเรียกว่าสิ่งที่ “ ใช่ ” ในชีวิตคุณ ?

คงไม่มีจุดนั้นเพราะผมต้องการพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ หากดีอยู่แล้วก็จะทำมันให้ดีขึ้นไปอีก แต่องค์ประกอบหลักคือมีงานดีๆทำในสายที่เรียนมาและก็มีความสุขครับ

•  สุดท้ายหากมีประโยคหนึ่งที่จะพูดกับคนบนโลกนี้จะพูดว่าอะไร?

ไม่ชนะตนเอง ย่อมมิอาจเข้มแข็ง

วิธีชนะตนเองนั้น มิมีทางอื่นนอกจากทำตนให้เข้มแข็ง

จงพยายามไม่หยุดหย่อน ต่อสู้ดิ้นรน และเข้มงวดต่อตนเองให้มาก

ชีวิตนั้นเป็นเฉพาะส่วนตน จงตระหนักไว้ให้ดี

โลกทั้งใบมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเรา. . . เช่นนี้ ชีวิตจะไม่มีวันทรยศเราเป็นอันขาด !!

   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com