ฉบับที่ 1 เส้นทางนักเขียน/คนทำหนังสือ
 
Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
CAMPUS DREAM
อ่านสัมภาษณ์อื่นๆ ในหมวดนี้
  "นี่แหละสิ่งที่เราอยากจะเรียน"
  ชื่อ : ภูวดล ภูมิถาวร
  ชื่อเล่น : แจ็ค
  นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
   
 

ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไร
ในสมัยเด็กๆ จำได้ว่ามีอาชีพอยู่อาชีพหนึ่งที่อยากเป็น และตอนนี้ก็ยังคิดที่อยากจะเป็นอยู่ นั่นก็คือ การเป็น "ครูหรืออาจารย์พิเศษ" ที่สอนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

มีแรงบันดาลใจ - เหตุผลอะไรที่ทำให้อยากเป็นอย่างนั้น
ทำไมถึงอยากเป็นอาจารย์ก็เพราะว่าตั้งแต่ สมัยเด็กๆ แล้วจะเป็นคนที่ชอบสอนหนังสือให้เพื่อนๆ รวมถึงแนะนำวิธีจำเด็ดๆ และเพื่อนๆ เขาก็ชอบรูปแบบที่สอนหรือติวให้เข้า จนถึงตอนนี้นิสัยที่ ชอบติวเพื่อนก็ยังไม่หายไปไหน และผมก็คิดว่านิสัยตรงนี้เองที่น่าจะไปใช้ในอาชีพ "อาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัย" ได้เป็นอย่างดี

ตอนมัธยมเรียนทางไหนมา
สมัยที่เรียนอยู่มัธยมขอเริ่มตั้งแต่มัธยมปีที่ 1 เลย ตอนม.1 ถึงม. 3ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาฯ แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ตั้งแต่ม.4 -ม.6 และได้เลือกเรียนสายศิลปภาษาฝรั่งเศส

ปัจจุบันเรียนไหนที่ไหน
ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย


เหตุผลที่เลือกเรียน
เหตุผลแรกที่เลือกเรียนที่นี่คงเป็นเพราะชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีและมั่นคง ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อีกทั้งบรรดาญาติๆ เขาก็แนะนำให้มาเรียนที่นี่กันเยอะเหมือนกัน อีกอย่างในเรื่องของการเดินทางไปเรียน ก็สะดวกสบายระยะทางก็ไม่ไกล

เตรียมตัวการสอบ Entrance หรือ สอบเข้าคณะนี้อย่างไร
หลังจากพลาดหวังจากการสอบ Entrance แล้วก็คิดที่จะมาสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนหนึ่งเราก็เอาความรู้เดิมจากที่ได้อ่านจากการสอบEntrance และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องมาอ่านหนังสือเพิ่มเติมครับ จะอ่านวิชา ภาษาอังกฤษเยอะมาก รองลงมาคือสังคม และภาษาไทย ส่วนเวลาในการอ่านหนังสือนั้นก็จะตื่นมาแต่เช้า 7 - 8 โมงเช้าแล้วก็อ่านจนถึง 4 - 5 โมงเย็นเลย ผมจะไม่ค่อยอ่านหนังสือตอนดึกๆ เพราะมันจะง่วงแล้วก็จะทำให้อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง

ครอบครัวมีความเห็นอย่างไรกับคณะที่คุณเลือกเรียน?
ทางพ่อกับแม่เขาไม่ได้ห้ามหรือบังคับให้เราเลือกเรียนคณะ หรือสาขาวิชาใดเลย แต่เขาจะปล่อยโอกาสให้เราเป็นคนเลือกเรียนเองมากกว่า เพราะเขาเห็นว่าถ้าเราได้เลือกเรียนในสาชาวิชาที่เรา ชอบแล้วก็จะทำให้เรามีความพร้อมและตั้งใจเรียนมากกว่า

คณะนี้เรียนอะไรบ้าง เหมือนกับที่คิดไว้ก่อนเข้ามาเรียนหรือเปล่า เรียนแล้วมีความน่าสนใจอย่างไร?
คณะที่เรียนอยู่ตอนนี้ก็คือ"คณะนิเทศศาสตร์"ครับ และผมได้เลือกเรียนในสาขาวิชาประชาสัมพันธ์ ซึ่งการเรียนการสอนในปีแรกผมจะต้องปรับตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นนิสัยการอ่านหนังสือสอบ เราจะต้องให้ความสนใจและทุ่มเทกับมัน มากกว่าสมัยที่เราเรียนตอนมัธยมปลาย เพราะข้อสอบส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นในลักษณะที่ต้องการ ให้นักศึกษารู้จักวิเคราะห์และนำทฤษฎีต่างๆ นำไปใช้อธิบายในกรณีศึกษา (Case Study) ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยในปีหนึ่งนั้นวิชาต่างๆ จะมีลักษณะที่เหมือนกับการปูพื้นฐานในศาสตร์ด้านนิทศ นอกจากนี้ก็ยังจะมี วิชาต่างๆ ที่ เกี่ยวพันธ์กับศาสตร์แขนงต่างๆ อีกด้วย เช่น นิเทศศาสตร์เบื้องต้น จิตวิทยาสังคมเบื้องต้น กฎหมายเบื้องต้น หลักการตลาด การบริหารธุรกิจ ฯลฯ

ในส่วนของปีที่สองการเรียนการสอนก็เริ่มมีความเข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาต่างๆ ที่เริ่มมีเนื้อลึกลงไปศาสตร์ทางด้านนิเทศ โดยจะมีวิชาจำพวก หนังสือพิมพ์เบื้องต้น การประชาสัมพันธ์เบื้องต้น การโฆษณาเบื้องต้น วิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงเบื้องต้น การถ่ายภาพเบื้งต้น ฯลฯ ซึ่งในวิชาต่างๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเองหรือเพื่อนๆ ในห้องเรียนก็รู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกว่าเรากำลังได้เรียน ในสิ่งที่เราชอบแล้ว
ในส่วนของปีที่สามและปีที่สี่ วิชาที่เรียนนั้นได้เริ่มแยกตามสาขาต่างๆ แล้วในส่วนของสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์นั้น เนื้อของวิชาจะมีความเข้มข้นมาก เพราะเราจะเรียนรู้กระบวนใช้สื่อในทุกๆ ด้าน ได้ฝึกการเขียนข่าวจริง ได้ฝึกจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือในสองปีสุดท้ายนี้เนื้อหาต่างๆ ก็จะมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ตามแนวทฤษฎีเพื่อนำไปใช้และปฎิบัติในชีวิตจริงได้นั่นเอง
จากที่ได้เรียนมาตลอดสี่ปี ผมรู้สึกว่า "นี่แหละสิ่งที่เราอยากจะเรียน" เพราะผมพอจะทราบเกี่ยวกับเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาต่างๆ มาบ้างแล้วจากพี่ชาย เพราะว่าพี่ชายของผมเขาก็เรียนมาทางด้านนี้เหมือนกัน แต่เขาเรียนสาขาโฆษณา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุดนี้เองที่ทำให้ผมอยากเรียนในคณะที่เกี่ยวกับนิเทศศาสตร์

หากจะพูดถึงความประทับใจเกี่ยบกับการเรียนการสอนในคณะนี้ ถ้าจะให้ผมพูดมันคงจะต้องยาวมากๆ แน่เลยนะครับ !!!!! [-_-] งั้นผมจะขอพูดถึงความประทับใจสัก 2 - 3 ข้อแล้วกันนะครับ ความประทับใจแรกเห็นจะเป็นความเอาใจใส่และความใกล้ชิดระหว่างอาจารย์ในคณะ กับลูกศิษย์ทุกคน คณาจารย์ในคณะของผมเกือบทุกคน สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับผมและเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดีครับ และผมก็ยังความประทับใจเกี่ยวกับ สวัสดิการต่าง ๆ ที่ทางคณะ และมหาวิทยาลัยมีให้กับนักศึกษา และเจ้าหน้าที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นการมอบทุนการศึกษากว่า 700 ทุนในทุกๆ ปี การมีรถตู้รับส่งอาจารย์ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ซึ่งหากมองดูเผินๆ มันอาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ ไม่เห็นจะสำคัญอะไร แต่ในทางกลับกันผมคิดว่าจุดเล็กๆ เหล่านี้นี้แหละที่สามารถสร้างความรู้สึกที่ดี ให้กับบุคลากรทุกฝ่ายในมหาวิทยาลัยหอการค้าแห่งนี้

และความประทับใจสุดท้าย ผมขอยกความประทับใจนี้ให้กับเพื่อนทุกๆ คนในชั้นปีของผม เพราะว่าเพื่อนของผมทุกคนสนิทสนมกันมาก และบางครั้งที่มีกิจกรรมอะไร หรือมีงานอะไรที่ต้องใช้ Team Work พวกผมและและเพื่อนๆ ก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีและก็ทำงานต่างๆ ออกมาได้อย่างดี และผมยังคิดว่าความประทับใจเกี่ยวกับ"เพื่อน"นี้เองเป็นเหมือนการเติมประสบการณ์การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของผม ได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ

กิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน
กิจกรรมที่เคยทำระหว่างเรียน ถ้าจะแบ่งผมคงแบ่งได้เป็นสองส่วนครับ หนึ่งคือส่วนของกิจกรรมที่ผมทำในมหาวิทยาลัย นั้นก็คือผมเคยเป็นตัวแทนของคณะ ไปร่วมเข้าค่ายยุวสื่อสารมวลชนที่จัดขึ้นโดย ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และก็เคยเป็นผู้ช่วยประสานงานการจัดงาน I LOVE C.A. ซึ่งหน้าที่ของผมก็คือคอยดูแล และเตรียมการแสดงต่างๆ และยังช่วยคิด Theme หรือ Concept ของงานในโอกาสที่ทางคณะนิเทศศาสตร์ ครบรอบ 12 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจัดงานกันที่โรงแรมรีเจ้นท์ กรุงเทพฯ ครับ
และกิจกรรมภายนอกมหาวิทยาลัยฯ ที่เคยทำก็เช่น เคยเป็น Backstage Staff ของการจัด งาน Fashion Show, Events ต่างๆ และที่ผมชอบมากก็คือการเป็นตากล้องถ่ายภาพงานรับปริญญาครับ

หลังจากจบการศึกษาแล้วตัวเองอยากทำอะไร - แล้วจะมีส่วนช่วยสังคมอย่างไร?
ที่วางแผนไว้ก็คือจะทำงานไปก่อนอาจ1 -2 ปีครับ แล้วพอเรามีประสบการณ์แล้วผมก็คิดที่จะเรียนต่อปริญญาโท ไม่ทางด้าน Marketing ก็อาจจะเป็น Mass Communication ส่วนงานที่ผมอยากทำก็คืองานด้าน PR Agency ต่างๆ เพราะว่าตัวเองเป็นชอบงานที่ต้องคิดอะไรใหม่ๆ เสมอและชอบงานที่ต้องเจอคนเยอะ ๆ ครับ เพราะในบางครั้งงานด้าน PR Agency นี้เราต้องเจอทั้งลูกค้าและบุคคลต่างๆ หลายรูปแบบ ซึ่งจุดนี้เองผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายผมได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ผมยังคิดว่าในอนาคตอีก 4 - 5 ปีข้างหน้าเมื่อเรามีประสบการณ์ในการทำงานมากพอแล้ว ผมก็ยังอยากที่จะเป็น "อาจารย์พิเศษ" ที่สอนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกด้วยครับ

แล้วจะมีส่วนช่วยสังคมอย่างไรนะเหรอครับ??
จุดนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะช่วยสังคมได้ก็คือ ถ้าผมได้ทำงานในสายงานที่ผมชอบแล้วล่ะก็ ผมก็คงทำงานโดยคำนึงถึงจรรยาบรรณในวิชาชีพของตัวเองให้มากที่สุดครับ ซึ่งก็อาจหมายถึง เราจะต้องทำงานด้วยซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ที่เราติดต่องานด้วยเสมอไม่คิดถึงผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะได้มา แม้ว่าจุดนี้มันอาจจะดูเป็นการช่วยสังคมเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น แต่ผมเห็นว่าจุดเล็กๆ นี้แหละครับ ที่จะทำให้สังคมมนุษย์เรามีความเจริญขึ้นมีปัญหาการ Corruption ลดลงนั่นเองครับ


   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com