|
"
ตอนเด็กๆเป็นเด็กร่าเริง ดื้อๆ ซนๆ ชอบทำกิจกรรม
... แต่พอเรียนมัธยมก็เริ่มเครียดกับการเรียน เป็นเพราะเลือกเรียนในด้านที่เราไม่ชอบด้วย
ผลการเรียนออกมาเลยแย่มาก เรื่องกิจกรรมที่เคยชอบก็ลืมไปได้เลย เพราะไม่มีเวลา
... กลับมาค้นพบตัวเองอีกครั้งตอนเรียนราชภัฏ เลยทำให้ผลการเรียนออกมาดี
เลยได้มีโอกาสกลับไปทำกิจกรรม ตอนนี้มีความสุขกับการเรียนมากๆค่ะ "
เมื่อตอนเด็กๆ คุณเคยฝันว่า
อยากเป็นอะไร
อยากเป็นนักร้องค่ะ ... คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า
ปอชอบเอาไฟฉายมาทำเป็นไมโครโฟน แล้วก็ซิงค์เพลง ทำท่า เลียนแบบพี่ตู่
นันทิดา (ตอนปอเด็กๆพี่ตู่ดังมากๆ) ... อยากเห็นภาพตอนนั้นเหมือนกัน
คงขำดี
มีแรงจูงใจ หรือเหตุผลอะไรที่อยากจะเป็นอย่างนั้น
จำได้ว่าตอนเด็กๆเป็นคนชอบแสดงออก ยิ่งเห็นนักร้องอยู่บนเวที
มีคนดูเยอะๆ ร้องเพลงตามได้ ก็เลยอยากไปอยู่ตรงนั้นบ้าง อยาก entertain
คน ทำให้คนอื่นมีความสุข ... แล้วเราก็จะมีความสุขตามไปด้วย
ตอนมัธยมเรียนมาทางสายไหน
วิทย์ - คณิต
เหตุผลที่เลือกเรียนคณะนี้
ชอบค่ะ อยากเรียนคณะนี้มานานแล้ว (แต่ก็หลงทางไปเรียนวิทย์ตอนมัธยม)
... เพราะชอบดูทีวี ฟังวิทยุ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ก็เลยอยากรู้ว่ากว่าจะออกมาให้เราได้เห็น
ได้ฟัง มันทำได้ยังไง ...
การเตรียมตัวสำหรับการสอบเอนทรานซ์คณะนี้
ตอนเอนทรานซ์ ปอเอนฯไม่ติดค่ะ ... เพราะเรียนสายวิทย์ฯมา
พอมาเลือกคณะ เราก็เลยต้องตามน้ำ เลือกคณะที่เกี่ยวกับวิทย์ฯ ซึ่งรู้สึกตัวอยู่แล้วว่าหัวเราไม่ไปทางนี้เลย
แต่จะให้ไปเลือกนิเทศฯ หรืออะไรที่เกี่ยวกับด้านศิลป์ เราก็กลัวว่าด้านภาษาเราจะสู้คนที่เรียนศิลป์มาโดยตรงไม่ได้
แล้วอีกอย่างก็คือทางบ้านอยากให้เรียนเกี่ยวกับด้านวิทย์ด้วย ... ผลออกมาก็เลยเอนฯไม่ติด
พอมาสอบราชภัฏ ก็เลยขอเลือกคณะเอง ไม่ให้ทางบ้านดูใบสมัครเลย รู้สึกอยากรับผิดชอบตัวเองแล้วว่าถ้าไม่ติดอีกก็จะรอเอนฯปีหน้าเลย
อยู่บ้านก็อ่านหนังสือ หาความรู้รอบตัวเยอะๆ แต่ผ่อนคลายตัวเองมากกว่าตอนเอนฯ
เพราะตอนเอนฯรู้สึกเครียดจนเบลอเลย คราวนี้ก็เลยมีพักสมองบ้าง ...
ผลออกมาก็สอบติดอันดับหนึ่ง นิเทศฯ พระนครค่ะ
ครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไรกับคณะที่คุณเลือก
ตอนแรกที่บ้านไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะทางบ้านส่วนใหญ่จะรับราชการ
เค้าเลยมองว่าด้านนิเทศฯ ออกมาจะมีอาชีพที่ไม่มั่นคง แล้วอีกอย่างคือเค้ากลัวว่าเราชอบนิเทศฯเพราะแฟชั่นหรือเปล่า?
พอเราสอบติดก็เลยต้องพิสูจน์ตัวเอง ตั้งใจเรียนให้เกรดออกมาดี พอได้เกรด
3 กว่า ที่บ้านก็เลยวางใจค่ะ
คณะนี้เรียนอะไรบ้าง เหมือนที่คิดไว้ก่อนเอนทรานซ์หรือเปล่า
เมื่อเรียนแล้วมีความน่าสนใจอย่างไร
นิเทศฯพระนคร จะมี 4 สาขาค่ะ คือ วิทยุ-โทรทัศน์,โฆษณา,วารสารศาสตร์,ประชาสัมพันธ์
... ปอเลือกเรียนวิทยุ-โทรทัศน์ เพราะรู้สึกว่าเป็นตัวเองมากที่สุด
พอได้เรียนก็ชอบเลย ได้เห็นว่ากว่าจะได้งานออกมาให้เราเห็น มันมีขั้นตอนที่ต้องพิถีีพิถันมาก
ต้องเตรียมงาน เขียนบท เซ็ทฉาก-แสง-เสียง อะไรมากมาย ถึงเราเป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่ว่าแค่ออกมาแต่งตัวสวยยืนหน้ากล้องนะคะ
ก็ต้องแบกกล้อง ขาตั้งกล้อง หนัก5-6โล ด้วย ... เหนื่อยแต่สนุกมากๆค่ะ
แล้วมันก็มีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเทคนิคพิเศษ จนรู้สึกว่าเรียนยังไงก็ไม่มีวันหมดค่ะ
กิจกรรมที่ทำในระหว่างเรียน
ค่อนข้างเยอะค่ะ มีเป็นเลขารุ่นฯ, สมาชิกชมรมเชียร์,
ทำโฮมเพจของรุ่น, เป็นคอลัมน์นิสต์และกองบก. Shuck Magazine (หนังสือทำมือขายภายในสถาบัน),
เป็นพิธีกรและฝ่ายประสานงานละครเวทีนิเทศศาสตร์ เรื่อง \"คนสี่บาท.50\",
อบรม DJ.Generation ของ A-Time Media แล้วก็เคยเป็นตัวแทนสถาบัน (ร่วมกับเพื่อนๆอีก
5 คน) ไปประชุมเชิงปฏิบัติการยุวสื่อสารมวลชนของนักศึกษานิเทศศาสตร์ทั่วประเทศค่ะ
คิดว่าหลังจากจบการศึกษาแล้ว ตัวเองอยากจะทำอะไร
หรือจะช่วยเหลือสังคมอย่างไรบ้าง
อยากประกอบอาชีพตามที่ตัวเองเรียนมา อย่างเป็นดีเจ
หรือเป็นพิธีกร ที่ดีและประสบความสำเร็จ ... แล้วก็อยากเป็นวิทยากร
มาแนะนำเรื่องการเรียนและการทำงานให้น้องๆที่สถาบันค่ะ
|