|
"กาย" ฝันอยากเป็นสจ๊วตมาตั้งแต่เด็ก เขามีฝันเดียวตั้งแต่เกิด
คงเป็นเพราะในวัยเด็ก หนุ่มน้อยคนนี้ได้เดินทางโดยเครื่องบิน กับคุณแม่บ่อยๆ
ได้เห็นชีวิตที่โลดแล่นไปทั่วโลกของสจ๊วตหลายสายการบิน ประกอบกับความรักความสนใจในงานด้านบริการ
ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่อาชีพนี้อย่างเต็มตัว
ที่เรียนอยู่นี้ มุ่งตรงไปสู่ฝันหรือเปล่า
ตอนนี้เรียนอยู่สถาบันราชภัฎสวนดุสิต คณะนิเทศศาสตร์ครับ
คือพ่อผมบอกว่า เป็นสจ๊วตเรียนด้านไหนก็ได้ ขอให้เก่งภาษาอังกฤษก็พอ
ทำไมถึงอยากเป็นสจ๊วต
ความคิดจริงๆเลยคือ เป็นคนชอบงานบริการ อย่างที่บอก ผมเดินทางกับคุณแม่บ่อย
รู้สึกพวกพี่ๆ สจ๊วต จึงคิดว่าอาชีพนี้เท่ห์ดี อยากเป็นเหมือนเขาบ้าง
เริ่มมีความใฝ่ฝันในอาชีพนี้ตั้งแต่เมื่อไร หรือได้รับอิทธิพลจากใคร
ผมไม่ได้รับอิทธิพลจากใครครับ คือเห็นตั้งแต่เด็ก ก็ชอบเลย เพราะผมเป็นคนชอบเที่ยว
และคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่เราได้ไปเที่ยวหลายๆ แห่ง
อยากเป็นสจ๊วตที่บินในประเทศ หรือต่างประเทศ
อยากทั้งสองแบบ ถ้าต่างประเทศอยากไปแถบยุโรป เพราะสวยดี
ชอบสายการบินอะไรมากที่สุด และไม่ชอบที่สุด เพราะอะไร
การบินไทย เพราะ เรื่องสวัสดิการที่พ่อแม่จะได้ด้วย ถ้าเป็นสายการบินอื่นอาจจะไม่ช่วยด้านนี้
รู้สึกอย่างไรกับงานบริการของแอร์ /สจ๊วต
ถ้าจะมองว่าหนักก็หนักนะครับ แต่ถ้าใครชอบแล้วคงไม่เหนื่อย แล้วก็คิดว่ามีหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับ
,เสิร์ฟ , และดูแลผู้โดยสาร น่าจะสนุกดีครับ
คิดว่าอาชีพนี้น่าสนใจไหม แล้วคิดว่าเขาต้องทำอะไรกันบ้าง
เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากครับ หลายคนแข่งขันกันที่จะเป็น ปีๆหนึ่งมีคนสมัครเป็นหลายพันคน
แต่รับไม่กี่คน
แล้วคิดว่าตัวเองพอจะมีสิทธิ์บ้างไหม
ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ก็ต้องพยายามทำให้ได้
ถ้าจะต้องเดินทางเที่ยวต่างจังหวัด คุณชอบเดินทางโดยพาหนะใด
ถ้าไปคนเดียวง่ายๆ ก็คงรถทัวร์ แต่ถ้าไปกับแม่ แม่คงไม่ไหวต้องนั่งเครื่องบิน
คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติตรงกับอาชีพนี้อย่างไร
ก็ต้องมีใจรักบริการ ซึ่งตรงนี้ผมชอบอยู่แล้ว
มีการพัฒนาตัวเองด้านใดบ้าง เพื่อเตรียมตัวกับการสมัครและสัมภาษณ์ในสายอาชีพนี้
ต้องพัฒนาเรื่องภาษาอังกฤษ และผมก็พอพูดภาษาจีนได้นิดหน่อย เพราะคุณแม่ทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้ากับทางประเทศจีน
เพราะเราว่าเราเก่งแล้วยังมีคนเก่งกว่าเยอะ ที่สำคัญเรื่องบุคลิกเพราะเท่าที่คิดตัวเองยังไม่ค่อยดี
เช่นไปเล่นฟิตเนตให้หุ่นบึกกว่านี้ และว่ายน้ำด้วยครับ
ต้องใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองสักเท่าไร
จะพัฒนาตั้งแต่ตอนนี้เลย พอจบปีสี่ ก็น่าจะเต็มที่ได้
คิดว่าอาชีพสจ๊วตต้องเป็นคนลักษณะแบบไหน
เท่าที่ผมคิดน่าจะต้องเป็นคนมีอัธยาศัยดี ซึ่งผมเข้ากับคนอื่นได้ง่าย
นอกจากนี้ควรมีความรู้เกี่ยวกับประเทศที่เราจะไป เรื่องความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์บนเครื่อง
อีกอย่างที่สำคัญที่เห็นเป็นข่าวเร็วๆ นี้คือเรื่องทำคลอดด้วย
ถ้าคุณสัมภาษณ์ผ่าน วินาทีแรกคุณจะรู้สึกอย่างไร และทำอะไรก่อน
ดีใจมากครับ สิ่งแรกเลยโทรบอกคุณแม่ก่อนเลย และบอกญาติๆ เพราะพวกเขาคงเป็นคนที่ดีใจมากกว่าผมอีก
กะว่าจะทำสักกี่ปี
คงทำจนแก่ ปลดเกษียณ
คิดว่าทำไปจะมีวันเบื่อไหม เนื่องจากว่า ลักษณะการทำงานก็เดิมๆ
เป็นงานบริการที่ซ้ำซากจำเจสำหรับน้องไหม
น่าจะเบื่อเหมือนกัน
คิดว่าอาชีพนี้เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเรา
ก็ไม่น่าไกลมาก ถ้าเราฟิตตัวเองในด้านภาษา ว่ายน้ำ และบุคลิก
อาชีพนี้ถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง คิดว่าคุ้มไหมกับชีวิตที่ต้องเสี่ยงกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน
ผมว่าคุ้มนะ ถ้าเครื่องบินตกผมตาย คนข้างหลังก็จะได้เงินประกันไป
ถ้าเครื่องบินเกิดเหตุขัดข้อง มีทีท่าว่าต้องตกกลางมหาสมุทร สิ่งแรกที่น้องจะทำ
คืออะไร แล้วตอนนั้นคิดอะไรอยู่
ตามหน้าที่ต้องบอกผู้โดยสารว่าใต้เบาะมีชูชีพ ส่วนตัวเราก็คงไหว้พระอย่างเดียวแล้ว
เพราะผมคิดว่าเมื่อเรามาทำอาชีพตรงนี้ เราต้องพร้อมและยอมรับก่อนแล้วว่า
มันเสี่ยงกับชีวิต ถ้ามันจะตายก็ต้องตายอยู่ดีล่ะครับ
หากสภาพเศรษฐกิจโลกตกต่ำ มีผู้โดยสารน้อยลง สายการบินเริ่มปลดพนักงานออก
คุณมีวิธีใดในการทำให้ตัวเองไม่ถูกไล่ออก
เราต้องทำงานให้เด่นกว่าคนอื่น อย่างที่คิดไว้ภายใน 3 ปีต้องเป็นหัวหน้าสจ๊วตให้ได้
เพราะเมื่อเป็นแล้วตำแหน่งตรงนี้คงไม่โดนปลดง่ายๆ ซึ่งก็ต้องเกิดจากการได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ
พี่ๆร่วมงานและผู้โดยสาร คืออัธยาศัยดี
คุณจะทำอย่างไรในการช่วยโปรโมต (เรียกลูกค้า) ให้กับสายการบินของคุณ
ผมจะจัดกิจกรรมแบ่งเป็นส่วนๆ โดยแบ่งตามวัยของผู้โดยสาร เช่น วัยเด็ก
วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา
ซึ่งจะมีการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนานบนเครื่อง น่าจะดึงดูดใจได้
คิดว่าแอร์ /สจ๊วต จะเป็นใบเบิกทางในสายอาชีพอื่น
ก็น่า เพราะผมชอบเดินทาง โดยส่วนตัวผมอยากทำธุรกิจสปา (ถ้ามีเงิน)
ที่อเมริกา
คุณคิดจะกอบโกยโอกาสอะไรบ้างจากตรงนี้
ได้เที่ยวอันดับหนึ่ง ได้เงินเดือน และได้เพื่อนด้วย
คุณคิดว่าจะต้องเงินเดือนเท่าไรถึงจะพออยู่ได้ สำหรับนักศึกษาจบใหม่
ประมาณหมื่นต้นๆ ก็พอ เพราะผมก็คงอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร
และก็ไม่คิดจะไปไหนด้วย พอผมจบพ่อ แม่ก็แก่พอดี คงต้องอยู่ดูแลกัน
คุณว่าการใช้จ่ายจะแตกต่างกันไหม เกิดสักวันได้เป็นสจ๊วต
คงต้องเพิ่มขึ้น เพราะเราต้องใช้ในการเสริมบุคลิกเราด้วย คงหมดไปกับการดูแลตัวเองด้วยอาชีพตรงนี้มันต้องหน้าตา
หุ่นที่ต้องดูดีเสมอ ผมว่าน่าจะมากกว่าอาชีพอื่นๆเลย
คุณคิดอย่างไรกับค่านิยมในอาชีพนี้ที่ว่า ต้องสวย หล่อ ไฮโซ และเด็กเส้น
ผมว่าอาชีพนี้น่าจะอยู่ที่ความสามารถมากกว่า ถ้าคนเหล่านี้ไม่มีความสามารถที่จะดูแลผู้โดยสาร
ไม่สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ดี ก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน
อยากให้อีก 10 ปีข้างหน้า แอร์ สจ๊วตจะเป็นอย่างไร
อยากให้เหมือนเดิม ขอพูดถึงเฉพาะสายการบินไทยนะครับ คือผมเห็นเขาเป็นไทยๆ
ดีอยู่แล้ว ถ้าให้เปลี่ยนเป็นฝรั่งมาก มันก็ไม่มีความเป็นไทย เอกลักษณ์ของเราก็หายไป
ทางคุณพ่อ คุณแม่สนับสนุนไหม
ตอนนี้เขายังไม่แสดงออกอะไร เพราะยังอีกนาน แต่ผมเชื่อว่าถ้าผมอยากเป็นอะไร
ท่านก็คงสนับสนุนอยู่แล้ว ท่านไม่เคยบังคับให้ผมทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
ช่วงที่ผ่านมาได้ทำอะไรตามความฝันไปแล้วบ้าง
ยังเลยครับ อ๋อ แต่มีอยู่งานหนึ่ง ก็ไม่ถึงกับเป็นความฝันอะไรหรอก
มันเป็นการทำโปรเจคงานกลุ่ม พอถึงเวลาผมทำคนเดียวและสำเร็จ งานเสร็จทันส่งอาจารย์
เพื่อนๆก็รอด ผมก็ผ่าน ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากในตอนนั้น
อ่านหนังสือ นิตยสารอะไรบ้างไหม
แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เพราะมันทำให้ผมเกิดจินตนาการตามแฮร์รี่
คุณคิดว่าวัยรุ่นกับการเมืองเกี่ยวกันไหม
เกี่ยวครับ เพราะเอาง่ายๆ อย่างการเลือกตั้งก็เปิดโอกาสให้วัยรุ่นอายุ
18 เลือกได้แล้ว
ตอนนี้เศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไร และส่งผลต่อธุรกิจสายการบินอย่างไร แนวโน้มธุรกิจนี้น่าจะไปในทิศทางใด
ผมว่าดีขึ้นกว่า4-5 ปีที่แล้ว ซึ่งสังเกตจากครอบครัวผม เพราะที่บ้านขายเสื้อผ้าส่งออก
ตอนสภาพเศรษฐกิจแย่ ค่าเงินสูง กว่าเมื่อเทียบกับประเทศจีน ซึ่งค่าเงินถูกกว่าเรา
เขาก็เลยแย่งลูกค้าประจำเราไปเกือบหมดเลย ส่วนที่ว่าจะส่งผลต่อสายการบิน
ก็อย่างที่เห็น มีสายการบินเล็กๆ เกิดขึ้นเยอะ เช่น โอเรียนท์ แอร์เอเชีย
และผมแนวโน้มน่าจะทิศทางที่เป็นตัวหลักในการนำเงินเข้าให้กับประเทศไทยเลยทีเดียว
ถ้าเรียนจบแล้วอยากทำงานราชการ หรือเอกชน
ใจจริงๆ อยากทำงานราชการ เพราะมันมั่นคง เอกชนมันจะล้มเมื่อไรก็ได้
แต่สำหรับอาชีพทางสายการบินผมเห็นว่ามันไม่ทางที่จะล้มได้ง่ายๆ จากที่เห็นถ้าสายการบินไหนดูท่าจะไปไม่รอด
ก็มีการโอนถ่ายหุ้นส่วนกัน ก็แค่เปลี่ยนเจ้าของ หรือผู้บริหาร น้อยมากที่จะเห็นล้มหรือหายไปเลย
นอกจากจะมียานอวกาศมาแทน
คิดว่าจำเป็นไหมเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยต้องมีรถขับ
สำหรับผมว่าไม่จำเป็น เพราะผมขารถเมล์อยู่แล้ว แต่คนอื่นผมไม่รู้ เคยมีเพื่อนเอารถมาแค่วันแรก
แล้วก็เจอปัญหารถติด ค่าที่จอดรถ
ชีวิตมัธยมกับมหาวิทยาลัยต่างกันไหม
ต่างมากครับ อยู่มหาวิทยาลัยเหมือนใส่หน้ากากหากัน แต่เพื่อนมัธยมจะสนิทกันมากกว่า
มีแฟนหรือยัง แล้วคิดอย่างไรกับน้อง ๆที่มีกันตั้งแต่เรียนมัธยม
แล้วคิดว่ามีแนวโน้มเลิกกันไหมเมื่อต่างเข้ามหาวิทยาลัย
ยังครับ ส่วนเรื่องนั้นผมว่าตราบใดที่เขายังหาเงินเองไม่ได้ ยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่
ก็ไม่ควรคบกันแบบผู้ใหญ่ เป็นแค่แฟนธรรมดาก็พอแล้ว
แล้วตัวเราอยากมีแฟนไหม
ก็อยากมีนะ ผมก็ผู้ชาย เห็นเพื่อนมีก็อยากมีเป็นธรรมดา เอาไว้คุยเล่น
ไปดูหนัง กินข้าวด้วยกัน
*******************************************************
ถ้าในโรงเรียนขายถุงยางจะรู้สึกอย่างไร
ขำ คงไม่มีใครใช้หรอก ไม่มีใครกล้าไปซื้อหรอก
ถ้ามีตู้ขายทุกอย่างในมหาวิทยาลัย อยากให้มีขายอะไรมากที่สุด
หนังสือเรียน เพราะ จะได้สะดวกไม่ต้องไปร้านหนังสือ
คิดว่า นักเรียนมาเรียนหนังสือ จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียน ตัดผมสั้น
หรือเปล่า เพราะอะไร
จำเป็นครับ ไม่รู้นะ ตอนผมเรียน รด. ผมอยากเป็นครูปกครองมากเลย มันต้องระเบียบกันบ้าง
เพราะพูดตรงนะครับ ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ไม่ค่อยเรียบร้อย ขาดวินัยกันอยู่
ถ้าไม่มีกฎระเบียบเรื่องเล็กน้อย ก็อาจทำให้เละเทะได้
ระหว่างเพื่อนกับพ่อแม่ ใครมีอิทธิพลกับเรามากกว่ากัน เพราะอะไร
พ่อ แม่ ครับ เพราะเราอยู่กับพ่อแม่ตลอด แต่สำหรับเพื่อนนานๆ โทรคุยกัน
ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด
เวลาเหงา ๆ เบื่อ ๆทำอะไรส่วนใหญ่
ไปดูหนังกับแม่
เที่ยวกลางคืนบ่อยไหม ไปที่ไหน และรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ไป
อยากไป แต่แม่ไม่ให้ไป บางทีเพื่อนก็โทรมาชวน ก็เล่าให้ฟังบ้างว่าข้างในเป็นอย่างไร
สนุกกันขนาดไหน ผู้หญิงเยอะแยะ ซึ่งยิ่งทำให้ผมอยากไป แต่ก็คิดว่าถ้าไปจริงๆ
ก็อาจเบื่อก็ได้ เพราะผมเป็นคนเบื่อง่าย ส่วนใหญ่เพื่อนก็ไม่ RCA น่ะครับ
คิดว่าคนที่ไปเที่ยวกลางคืนเป็นคนอย่างไร เหมือนหรือต่างกันไหม
สำหรับคนทำงานก็คงไปเพื่อคลายเครียด แต่ที่พวกนักศึกษาไปก็ไม่ค่อยดีนะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่คนนะ ผมก็ไม่ได้มองว่าทุกคนจะดีหรือไม่ดีไปหมด
คิดว่าอาชีพนี่คือสุดยอดแห่งความฝันในชีวิตของเราแล้วหรือยัง
ใช่เลยครับ
คิดว่าปัจจุบันที่สายการบินต่างออกมาลดราคากระหน่ำ จะส่งผลต่อแอร์
สจ๊วตไหม
ที่ตอนนี้เขาลดราคากันเพื่อเรียกลูกค้าให้มาใช้บริการเยอะๆ ซึ่งผมคิดว่าอีกสักพักก็คงค่อยปรับราคาขึ้นเหมือนเดิม
แต่ที่แน่แอร์ สจ๊วตก็คงเหนื่อยกันมากขึ้น เพราะลูกค้าคงเยอะขึ้น แต่ทางสายการบินอาจเพิ่มเงินเดือนขึ้นก็ได้
เป็นเรื่องดีครับ
*********************************************
|