Creative Culture Thailand | วัฒนธรรมสรรค์สร้าง สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
 
CreativeCultureThailand.com
YES! Magazine สาระบันเทิงเพื่อชีวิตที่ "ใช่" ในแบบของคุณ
 [ Home ] [ About ] [ Advertising ] [ contact ]
Contents / คอลัมน์ประจำ
 
 
 
หน้าแรก  >  Reality support for professional Dreamers   >  ปภัสรา เตชะไพบูลย์

ปภัสรา เตชะไพบูลย์

ปภัสรา เตชะไพบูลย์
ซินเดอเรลลาบนหลังอานแห่งไร่ปภัสรา


ผู้หญิงบางคนฝันอยากเป็นดารา
ผู้หญิงบางคนฝันอยากเป็นนางงาม
ผู้หญิงบางคนฝันอยากแต่งงานกับรัฐมนตรี
ผู้หญิงเกือบทุกคนฝันอยากมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น สมบูรณ์แบบ มีสามีที่ดี มีลูกที่น่ารัก


หลายคนบอกว่าชีวิตของเธอช่างโชคดีเหมือนซินเดอเรลลา ทั้งหน้าที่การงาน ความรัก ชื่อเสียงเกียรติยศและสิ่งดีๆที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายในช่วงเวลาเพียงไม่นาน จากหญิงสาวลูกชาวนาก็กลับกลายมาเป็นสาวเก่งแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจนคนทั้งประเทศจับตามอง ณ วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ กบ ปภัสรา ด้วยรูปโฉมที่มีดีกรีนางงามเป็นเครื่องการันตี บวกกับความสามารถมากมายในการทำงาน ทั้งในวงการบันเทิง ในวงการธุรกิจ และเมื่อเธอตัดสินใจเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับนักการเมืองระดับรัฐมนตรี พรเทพ เตชะไพบูลย์ นอกจากตำแหน่งหน้าที่ในฐานะภรรยานักการเมืองชั้นนำ และคุณแม่ของลูกสาววัยน่ารัก เธอยังเป็นเจ้าของไร่องุ่นปภัสรา ซึ่งคุณกบบอกว่าไม่หนักหนาเลย สำหรับคนที่เคยทำนาทำไร่มาก่อน ซึ่งเธอก็ได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเองในอีกบทบาทหนึ่ง
ภาพชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น กับการงานที่กำลังไปได้สวย บอกให้รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นนักบริหารชีวิตที่ไม่ธรรมดาทีเดียว
 

จากสาวชาวนา มาสู่นางงาม และวงการบันเทิง แล้วมาสู่ชีวิตในฐานะภรรยานักการเมือง และแม่ของลูก เป็นภาพชีวิตที่ใฝ่ฝัน หรือเป็นภาระ
จริงๆ มันก็ช่วยพึ่งพากันนะ กบคงไม่ได้ช่วยได้ทั้งหมดหรอกเพราะว่าพื้นฐานของพี่เอ๋ก็มีอยู่แล้ว มีพรรคมีอุดมการณ์ มีนโยบายชัดเจน เราเข้ามาก็เหมือนมาเป็นสีสัน ให้มันดูสนุกสนานเข้มข้นขึ้น ดูน่ามองน่าสัมผัส พอมันไปด้วยกันแล้วมันก็สนุก พอเราไม่ไปคนก็จะถามพี่เอ๋ว่า เมียไม่มาเหรอ ก็เลยกลายเป็นว่าเวลาลงพื้นที่ก็ต้องไปเป็นคู่ ไปคนเดียวแกก็จะเริ่มไม่อยากไป เริ่มติดภรรยา คนชอบถาม บางที่ลงพื้นที่ที่บุรีรัมย์คนชอบบอกว่าท่านไม่ต้องมาก็ได้เอาเมียมาก็พอ เจอะถามบ่อยๆจนปกติ เพราะเราเป็นคนในวงการบันเทิง มีชื่อเสียงเหมือนกัน เป็นดาราประชาชนก็ค่อนข้างสนใจอยากเจออยู่แล้ว ก็เลยกลายเป็นเอื้อกันไป ส่วนงานของกบเองกับลูกก็ต้องแบ่งเวลา ตอนคลอดน้องใหม่ๆ ก็อาจไม่ยุ่งยากมากเพราะยังเล็กอยู่ กบจะดูแลลูกตลอดก็ช่วยกัน พอเข้าอนุบาลแล้วต้องตื่น 6 โมง ออกจากบ้าน 6 ครึ่ง ไปส่งลูกที่โรงเรียน เที่ยงไปรับ แล้วแต่จะพาไปไหนต่อก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้ามีงานก็ให้รถไปส่งลูกที่บ้านเราก็ไปทำงาน เราจะออกกำลังกายทุกวัน
สำหรับการสอนลูกจะเน้นเรื่องของจิตใจค่ะ เค้าจะตักบาตรทุกเช้ากับกบทุกวัน ก่อนออกจากบ้าน เราจะสอนด้วยว่ามันมีความสุขนะเพราะเราเป็นผู้ให้ โตขึ้นเค้าจะรู้เองว่า การให้มันมีปิติในตัวมันเองทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีสติมีสมาธิไม่อารมณ์ร้อน พยามฝึกฝนให้เค้าเห็นได้ด้วยตาสัมผัสได้ด้วยมือ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ฝึกให้เค้าเล่นกีฬา สอนในเรื่องที่ว่า เค้าควรจะเป็นผู้ให้มากกว่าเป้นผู้รับ เพราะยังมีคนไม่มีโอกาส ด้อยโอกาสอีกมาก น้องเหนือต้องรู้จักแบ่งปันรู้จักแชร์ให้คนอื่นบ้าง สอนเค้าแล้วเค้าจะจำ จะไม่เป็นคนหวงของนะ อย่างวันเกิดเค้าจะพาเค้าไปทำบุญที่มูลนิธิเด็ก ซึ่งเค้าก็จะมีของๆ เค้า กบจะคุยกับเค้าว่าตุ๊กตาของน้องเหนือไม่ได้ใช้แล้ว เรามาทำให้มันเกิดประโยชน์เอาไปให้เพื่อนๆ ดีไหม รู้ไหมคะว่าเพื่อนๆ ไม่มีของเล่นแบบนี้หรอกนะลูก ถ้าน้องเหนือให้เค้าเค้าก็จะมีความสุขมากเลย เพราะเค้าไม่เคยเล่นของแบบนี้ น้องก็ถามกลับมาว่า แล้วเค้าจะทำพังไหม กบก็จะบอกว่าเค้าไม่ทำพังหรอกลูก เพราะเค้าไม่เคยมีของเล่นแบบนี้ เค้าจะเก็บรักษาของหนูไว้อย่างดีเลย เค้าไม่หวงนะ แต่จะกลัวว่าเค้าจะทำพัง พอถามว่าน้องเหนือให้เค้าไหมลูก เค้าก็ให้ ของน้องเหนือที่อยู่ห้องข้างล่างน้องเหนือให้หมดเลย แต่ข้างบนไม่ให้นะ คือในห้องนอนเค้าไม่ให้ แต่เค้าก็ยังไม่สามารถรับรู้ในสิ่งที่เราสอนหรอกนะ เพราะยังเด็กมาก เพิ่งจะย่าง 4ขวบเอง แต่เค้าจะเห็นเอง ทุกวันเสาร์ก่อนไปเรียนดนตรีจะพาไปถวายสังฆทานที่วัด เช้าจันทร์-ศุกร์ก่อนไปโรงเรียนก็ต้องตักบาตรกับกบ เค้าจะซึมซับและจะเห็นเลยว่ามันมีการปฎิบัติจริง เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่สิ่งที่แม่เล่านิทานให้ฟัง พูดแต่ปาก เค้าปฎิบัติมาตลอด
กีฬาก็เล่นขี่ม้าพี่เอ๋ ก็สอน บ้านเราจะชอบกิจกรรมของครอบครัวมากๆ ทั้ง 3 คนก็จะชอบเหมือนกันเลย ชอบไปทะเล เมาเทนไบค์ ม้า แม้กระทั้งอุปกรณ์ของใช้แป้งครีมทาผิว ยาสระผม ใช้ตัวเดียวกันทั้ง 3 คนพ่อ แม่ลูก เป็นเรื่องตลกมากนะ เพราะกบกับพี่เอ๋ ก็มาจากต่างพื้นฐานคอรบครัวกันเลย ไปไหนสบายมากถือเซตเดียว ลูกก็ชอบม้า ชอบจักรยาน ตีกอล์ฟ
เสาร์ อาทิตย์ จะให้ลูกค่อนข้างเต็มร้อย เราสองคนแทบไม่มีสิทธิ์ที่จะไปไหนเลย จันทร์ถึงศุกร์ หลังจากตอนเช้ากบจะเป็นคนดูแลเรื่องลูกอยู่แล้ว พี่เอ๋ก็ทำงานของเค้า หลังเที่ยงก็จะคุยกันว่าพาลูกไปทานข้าวเที่ยงจะเจอกันไหม พาลูกไปส่งบ้าน ใครเข้าบ้านก่อนก็จะพาลูกลงเล่นน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นพี่เอ๋ กบนั่งขอบสระอยู่ด้วยกัน ตกเย็นต้องไปทานข้าวกัน ไปฟาร์มไปขี่ม้าไปนอนที่นั่น ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกที่หนึ่งที่ดีมาก สวยมากเค้าทำไว้ให้ลูกขี่ม้านั่นแหละ จะเป็นลักษณะนี้ เหนื่อยเหมือนกันแต่เราก็มีความสุข ถ้าแบ่งเวลาเป็น เวลาของครอบครัวก็ไม่ได้หายไป เวลาของแม่จะให้กับลูกก็ไม่หายไป ความเป็นเมียที่จะให้สามีก็ไม่หายไป มันยังอยู่ครบ รวมทั้งงานก็ได้ด้วย
 

ความสุขของครอบครัว
หลายอย่างนะ มันมีทั้งความรัก การให้ ความผูกผันซึ่งกันและกัน ความเอื้อาทรการดูแล เทคแคร์เอาใจใส่ ถ้าให้เปรียบเทียบก็คือ ความสุขจริงๆ มันคือการให้ที่ครอบคลุมทุกอย่างเลย คุณให้ความรักกันรึเปล่า คุณให้ความสุขกันรึเปล่า มีความเอื้ออาทรกันไหม
 

จากชีวิตที่ทำงานในวงการบันเทิงดูสบายๆ ทำไมถึงหันมาหลงใหลชีวิตชาวไร่
มันไม่ใช่หลงใหลนะ จริงๆ มันคือชีวิตกบจริงๆ อยู่แล้ว ตั้งแต่เกิดก็ทำนามาเลย เป็นเรามาตั้งแต่เกิดครอบครัวชาวนา เพียงแต่ว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเราต้องมาทำงานในกรุงไง แล้วไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตดั้งเดิมของเรา พอมาถึงวันนี้เราก็มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตเดิมของเรา ก็คือทำไร่ เปลี่ยนจากทำนามาไร่แล้ว
มันต่างกันเยอะนะคะ เพราะว่าวงการบันเทิงมีแต่แสง สี เสียง แต่ถ้าเป็นชีวิตในไร่ในสวนเราก็จะไม่เห็นอะไรเลยได้แต่ธรรมชาติ วงการบันเทิงไม่มีธรรมชาติให้เราเลย ไม่มีความรู้สึก และอากาศที่บริสุทธิ์ให้เราหายใจ มีแต่ภาพลวงที่มันเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ถ้าใครยอมรับความจริงกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นได้ ก็จะอยู่ได้ แต่ว่าถ้าเป็นชีวิตชาวไร่ เราก็จะได้รับในสิ่งที่...ตื่นเช้าขึ้นมาก็จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ เห็นผลผลิตที่เราทำ มีแต่ความเป็นจริง มีแต่เรื่องจริง ไม่สร้างขึ้นมา
 

เริ่มต้นทำไร่องุ่นมาจนกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร
การทำอะไรก็แล้วแต่เราต้องรักในสิ่งที่เราทำ คือถ้าเรารัก เราจะเอนจอยสนุก แล้วงานทุกอย่างจะออกมาดี คนไม่รักงาน ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สนุกกับงาน กับสิ่งที่ตัวเองทำ ทำเพื่อฉาบฉวย แล้วจะไปคาดหวังผลผลิตมันเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณเองยังไม่เอาใจใส่มันเลย เหมือนเราปลูกต้นกล้าสักต้น เราหมั่นรดน้ำพรวนดิน เอาใจใส่ จะเจริญงอกงามเติบโตไปในทางที่ดี
อย่างพี่เอ๋จะให้ใจกับภรรยาก่อนว่าจะปลูกองุ่นให้ 10 ไร่ไว้ถ่ายละคร ด้วยความที่รักภรรยามาก (หันไปถาม "ใช่ป่าวป๋า พี่เอ๋ตอบขี้เล่น - อ๋อ รักองุ่น") เราก็เลยไม่ได้คิดว่า 10 ไร่ที่เราปลูกผลผลิตออกมามันเยอะมาก เราทำการตลาดไม่เป็นในตอนนั้น ไม่ได้เปิดฟาร์มให้คนเข้าไป เพราะเรามีม้า กลัวเชื้อโรคเข้าไปแล้วมีปัญหาไม่คุ้มกับการรักษาม้า ทีละแสนสองแสน แต่เราต้องปลูกองุ่นเพื่อถ่ายละคร เช่าที่แถวนั้นไม่ไหว แต่ผลผลิตออกมาน่ากลัวมากกินกันไม่ไหว หล่นจนพื้นเป็นสีดำหมดเลย เลยตัดสินใจว่า ลองเอาลูกค้าจรที่ขับรถไปเที่ยวเขื่อนป่าสักกลับมา เผื่อว่าหลงเข้ามาก็ขาย เริ่มจากตรงนั้น แต่ไม่ทันองุ่นเสียไป 70-80% เค้าไม่รู้ว่าขาย องุ่นของใคร ยังโนเนม ยังไม่มีแบรนด์ รู้แต่จะปลูกไว้กิน ไว้ทำงาน พื้นที่เราใหญ่ ตอนนั้นใช้ชื่อ ST คนก็ไม่รู้จัก แถวนั้นรู้แต่ว่าเป็นฟาร์มม้าที่ใหญ่ที่สุดในแถวนั้น
จนวันนึงบ้านเลขที่ 5 เค้ารู้ว่าเราทำไร่องุ่น เค้าจัดงานแฟมมิลี่เอ๊กซ์โป เชิญเราไปออกบู๊ท ก็ตื่นเต้นตกใจกัน จะทำยังไงดี ไม่เคยออกบู๊ท ในเมื่อตัดใจแล้วว่าจะเดินไปทางหน้า เลยตั้งชื่อฟาร์มก่อนชื่อองุ่นเดี่ยวคนไม่รู้จัก พี่เอ๋ก็เลยบอกว่าองุ่นปภัสรานี่แหละ คิดกล่อง แพคเกจ ขายโลละเท่าไหร่ ไปหาซื้อองุ่นแถวนั้นเอากล่องมาดูตัวอย่าง มาเลือกทำเซตกล่องตามมาตรฐานของคนแถวนั้น พอคิดถึงโลโก้ก็ตลกมาก ทำงานอยู่ดีๆ พี่เอ๋ซื้อเสื้อลายสก็อตสีชมพูมาให้ตัวนึง ก็ให้คนในกองถ่ายถ่ายรูปให้จะเอาไปติดที่กล่ององุ่น ก็ยังอยู่ถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นขายโลละ 150 บาท ขายดีมาก ขายไม่ทันขายหมด 10 ไร่เลย เราก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จแล้วนะ เพราะมันเป็นครั้งแรก
คิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะคนเริ่มรู้จักผลิตภัณฑ์เรามากขึ้น 10 ไร่ไม่พอแล้ว ปีที่ 2 เพิ่มอีก 10 ไร่ ปีต่อมาอีก 10 ไร่ จนถึงปัจจุบัน มี 30 ไร่ องุ่นสามารถมีขายได้ทั้งปี ปีแรกไม่พอขาย ออกตัวไปประชาชนเริ่มรู้จัก อยากรู้อยากลอง กบเลยต้องไปเรียนรู้จักการพรุนองุ่นกี่วันกี่เดือน มีผลผลิตออกมา ณวันนี้ก็มีการแปรรูป จากองุ่นสดมาคั้นเป็นน้ำ นำกากไปทำใส้พาย ใส้คุ้กกี้


สามีเป็นทั้งนักการเมือง และยังเป็นเจ้าของฟาร์มม้าแข่ง ซึ่งเป็นคนรักม้า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่รักม้ามากๆ
ตอนนี้เค้าเปลี่ยนมาเป็นรักกบแล้วนะ (หัวเราะ) คนเรามีโอกาสเปลี่ยนได้ อย่างพี่เอ๋จากที่เคยรักม้าก็เปลี่ยนมาเป็นรักกบ ซึ่งก็เป็นสัตว์เหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะตัวกบเองก็ชอบขี่ม้าตั้งแต่เด็ก แต่ที่บ้านมีแต่ควายไงไม่มีม้า ก็เลยไม่มีโอกาส พอมาเจอพี่เอ๋ก็บอกว่าชอบนะ แต่แม่จะไม่ค่อยให้ขี่ เพราะเป็นลูกผู้หญิงคนโตจะเป็นห่วงเรื่องอุบัติเหตุ มีโอกาสได้ขี่ตอนอายุ 30 แล้ว ก็เลยเป็นว่าเค้าก็ชอบมาก่อน เราเพิ่งมาเรียนรู้เค้าเป็นคนสอนกบนะ คนอื่นไม่เคยมาสอนพี่เอ๋สอนหมดเลย เสน่ห์ของการขี่ม้าอยู่ที่ม้าและคน มันไปด้วยกันทั้งคู่ บางทีม้าดี สวยแทบตาย คนขี่ไม่ได้เรื่อง ก็ไปด้วยกันไม่ได้ กบว่าม้า คน และม้าแต่ละประเภท เสน่ห์ของแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน อันแรกถ้าม้าสวยจะโอเค คนดูแลม้าดีเห็นม้าแล้วสัมผัสใช้ได้ และเสน่ห์เครื่องแต่งตัวของม้าก็ดี อุปกรณ์ม้า อานม้าบังเหียน ก็มีเสน่ห์ ถ้าไปวางบนหลังม้า ม้าก็จะดูดีไปเลย ถึงจะเป็นม้าราคาถูกแต่อุปกรณ์พวกนี้ก็ช่วยให้ดูดีได้ แล้วก็คนขี่เครื่องแต่งกายของคนขี่ ทุกอย่างมันแมตช์กันหมด พอมารวมกันก็อยู่ในระหว่างม้ากับคน และเสน่ห์ของคอร์สในแต่ละคอร์สว่าใครชอบแบบไหน
 

ความรู้สึกจากที่เคยขี่ควายแล้วเปลี่ยนมาขี่ม้าตัวเป็นล้าน
มันก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง เพราะว่าเราชอบเราได้รีแลกซ์ได้ผ่อนคลาย เมื่ออยู่บนหลังม้า เค้าบอกว่าผู้หญิงเวลาอยู่บนหลังม้าแล้วจะเท่ห์ มีมาด ดูดี เพราะต้องหลังตรง ตัวตรง หน้าเชิด เป็นภาพของคนที่อยู่บนหลังม้า และจะอารมณ์นิ่ง มีสติไม่วอกแวกสมาธิดีมากๆ ถ้าไม่มีสมาธิเราคอนโทรลเค้าไม่ได้ และถ้าเราไม่เก่งเราจะหล่นตุ๊บลงมา ณ วินาทีไหนก็ได้ นั่นเป็นเรื่องที่กบสัมผัสมาแล้วมาที่อยู่บนหลังม้า

มองอนาคตทางด้านงานในไร่อย่างไรบ้าง
ณ วันนี้ก็ได้การตอบรับที่ดีจากแฟนๆ หรือประชาชนที่ได้มาโอกาสมาเที่ยวที่ไร่ ส่วนใหญ่จะชอบ แต่จะชอบมากกว่านี้ถ้ากบอยู่ เพราะไร่เราเปิดฟรี และผลิตผลในไร่เราค่อนข้างคุมเรื่องคุณภาพพอสมควร ถ้าไม่ได้คุณภาพจะไม่วางขาย จะไม่เอาของคนอื่นมาขาย ถ้าเราไม่มีของ วันนี้ยอมรับว่าประสบความสำเร็จเต็มร้อย องุ่นในไร่ 30ไร่แทบไม่พอขาย เราไม่มีร้านที่ขายในกรุงเทพ ไม่มีศูนย์จำหน่าย คนถามหา เราก็บอกว่าถ้าอยากทานองุ่นกบของ กบ ปภัสรา คุณต้องไปทานที่ไร่นะคะ
 

ภายใต้ความสมบูรณ์พรั่งพร้อมรอบตัว สังคมชั้นสูง ภาพสวยหรูในแวดวงมายา สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ หรือคุณกบ กลับไม่หลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งเหล่านั้น เธอคนนี้ยังมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง นอกเหนือจากงานในวงการบันเทิง ชีวิตส่วนหนึ่งของเธอคืองานในไร่ และงานหนักในฐานะเจ้าของไร่องุ่นปภัสรา ก็คงอธิบายได้ว่าสิ่งดีๆในชีวิตของเธอคนนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยฝีมือบวกความตั้งใจจริง ไม่ใช่เพราะโชคลาภหรือพรวิเศษจากนางฟ้าเหมือนในนิทาน

 

 
 
แสดงความคิดเห็น
Add a Comment.
070963  Verify Text
Email :
 
 
วันที่ขึ้นเนื้อหา: 25 พฤษาคม 2554
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน: 37275
นำเสนอโดย:
MisterFruitThailand.com