Issue 05
กุมภาพันธ์-มีนาคม 2546

MAKE LOVE NOT WAR

| Home |  | About Us | | News |  | Yes! Club | | Job | | Book Shelf | | Webboard |  | Letter | 

Reality Support :
คุณมาริยา สุทธินนท์

พยาบาลสาวจากโรงพยาบาลตรัง

ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 6 ว. (ซี 6 )
ที่ทำงาน : โรงพยาบาลตรัง (ห้องคลอด)

เข้าสู่อาชีพได้อย่างไร

เมื่อจบชั้นมัธยมปีที่ 6 ก็มีสมัครสอบ Entrance เลือกคณะพยาบาล มีสมัครสอบพยาบาลของกระทรวงสาธารณะสุขซึ่งสอบหลัง Entrance ก็สมัครไว้อีก รวมทั้งสมัครสอบพยาบาลของสภากาชาดไว้ด้วย เลือกสอบพยาบาลถึง 3 ที่ด้วยกันดูเหมือนว่าอยากจะเป็นพยาบาลมาก แต่จริงๆ ในเวลานั้นยังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไร แต่ผู้ใหญ่ใกล้ตัวปลูกฝังว่าเรียนพยาบาลดีกว่าสมัยนั้น (เมื่อ 14 ปีก่อน) อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ไม่ตกงาน ไม่ต้องหางานทำ คือเมื่อเรียนจบก็สามารถบรรจุเข้าราชการได้เลย อีกอย่างอาชีพพยาบาลได้ช่วยเหลือคนอื่น ก็เลยเห็นด้วยกับผู้ใหญ่ ปรากฎว่าสอบได้ทั้ง 3 ที่ แต่ก็เลือกเรียนของกระทรวงสาธารณสุข เพราะได้เรียนใกล้บ้านเป็นรุ่นแรกของวิทยาลัพยาบาลตรังใช้เวลาเรียนทั้งหมด 4 ปี ได้วุฒิประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์และผดุงครรภ์ เทียบเท่าปริญญาตรี

ความฝันดั้งเดิมก่อนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้

ตั้งแต่เด็กๆ เรียนอนุบาลจนถึงมัธยม มักจะได้แสดงบนเวทีอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง ร้องเพลง เต้นรำ หรือรำไทย และเป็นสิ่งที่เราชอบทำด้วย แต่เหตุผลที่ถูกเลือกอยู่บ่อยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เพราะเค้าเห็นแววของหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่คิดในตอนนั้นก็คิดว่าเป็นเพราะแม่เราเป็นครู ทุกคนรู้จักก็เลยให้แสดงออกอยู่บ่อยๆ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งจริงๆ ก็ได้ จนกระทั้งมาเรียนพยาบาล ก็ถูกเลือกจากเพื่อนๆ ให้มีการแสดงออกอีก และถูกเลือกจากอาจารย์ให้เป็นผู้นำกล่าวคำปฏิญาณตน กล่าวคำไหว้ครูทุกๆ ปี เป็นนักร้องของวิทยาลัย เพราะชอบร้องเพลง ในตอนนั้น รู้สึกว่าทำไมจะต้องเป็นเราที่รับหน้าที่นี้รู้สึกถูกบังคับหรือกะเกณฑ์โดยคนอื่น ไม่ใช่โดยสมัครใจ จนได้คุยกับกุ้ง (ญาติคนหนึ่ง) จึงได้มุมมองว่า คนเหล่านั้นเค้ามองเห็นคุณค่าของเรา แต่เราเองกลับไม่เห็นคุณค่าของตนเอง ก็น่าแปลกใจนะ

เมื่อเข้าเรียนด้านพยาบาลศาสตร์แล้ว รู้สึกอย่างไร ตรงกับความคาดหวังหรือไม่

เรียนพยาบาลปี 1 ก็ยัง o.k. คือเรียนพื้นฐานต่อเนื่องจากมัธยม 6 มีพื้นฐานทางการพยาบาลบ้างเป็นทฤษฎี พอขึ้นปี 2 จะต้องมีฝึกปฏิบัติใน Ward (หอผู้ป่วย) กับผู้ป่วยจริงๆ โอ้โฮ้ รู้สึกแย่มากเลย ไม่เหมือนที่คิดไว้ ถูกกดดันจากพยาบาลรุ่นพี่ซึ่งตอนนั้นคิดว่าพวกเค้าดุมาก จนเรากลัว ได้เจอผู้ป่วยหลายๆ โรค หลายๆ อารมณ์ แถบต้องอดหลับอดนอนเวลาขึ้นเวรจากที่เราเคยนอนเป็นเวลานอนกลางคืนตื่นนอนตอนเช้า กลับต้องมาไม่ได้นอนตอนกลางคืนคิดว่าเราไม่ไหวแล้ว บอกแม่ว่าขอลาออกเถอะ แม่บอกว่าทนหน่อยแล้วกัน ก็ต้องทนอีก จนชั้นปี 3 ก็เจอเหตุการณ์เหมือนเดิมอีก เราต้องทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำให้ใครแม้แต่พ่อแม่ของเรา เช่นเช็ดตัว สระผม แปรงฟัน ฯลฯ ก็บอกแม่ขอลาออกอีก แม่ก็บอกให้ทน จนชั้นปี 4 ยังรู้สึกเหมือนเดิม แต่ก็นทนจนจบพยาบาลมาได้

พยาบาล เรียนอะไรบ้าง ทัศนคติที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับการปฏิบัติวิชาชีพ

เหมือนที่บอก เรียนพยาบาลปี 1 เรียนพื้นฐานต่อเนื่องจากมัธยม 6 มีเรียนวิชาคำนวณ ซึ่งเราชอบเรียนมากแต่พอปี 2 3 4 เรียนวิชาที่เกี่ยวกับการพยาบาลมากขึ้น ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องท่องจำและเข้าใจ นำไปปฏิบัติได้ ไม่รู้ว่าที่รู้สึกว่าเรียนพยาบาลแล้วต้องทนตลอด เพราะเราชอบเรียนคำนวณ ชอบตัวเลข ชอบคิดเลข คิดอยากจะทำงานธนาคารหรือเปล่า แต่ไม่ได้ทำอย่างที่อยากทำ

เมื่อจบออกมาแล้วต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อจบพยาบาลออกมาทำงานจริงๆ สถานภาพต่างจากตอนเป็นนักศึกษามาก กลับกลายเป็นว่า เมื่อทำงานแล้วมีคุณค่ามากขึ้น มีเกียรติ ผู้ร่วมงานทุกคนก็ดี มีคนเคารพเรา ไว้วางใจเรา เมื่อเราเป็นพี่พยาบาลเราจึงเข้าใจว่าทำไมรุ่นพี่ที่เราว่าดุตอนเราเป็นนักศึกษาจึงเป็นอย่างนั้น เพราะเค้าอยากให้เรามีวันนี้ไง ถ้าเค้าไม่ดุเรานะเกิดความผิดพลาดขึ้นหมายถึงชีวิตคนหนึ่งคนเลยนะ เค้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงขึ้นอยู่กับฝีมือเรา อยากจะขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ช่วยให้เรามีวันที่ดีจนถึงทุกวันนี้


ชอบงานที่ทำหรือไม่ อย่างไร

ตอนจบออกมาช่วง 1 ปี แรกจะมีการหมุนเวียนไปอยู่ในแต่ละแผนก เพื่อฝึกความชำนาญ ฝึกประสบการณ์จนสุดท้ายได้อยู่ประจำแผนกห้องคลอด บอกตรงๆ ไม่เคยชอบงานห้องคลอดเลย ตอนเรียนพอขึ้นฝึกห้องคลอดร้องไห้ทุกที เพราะอะไรนะหรือ เพราะคนที่เจ็บท้องคลอดนะจะร้องไห้ทุรนทุราย ไม่ค่อยฟังเราพูด ดื้อว่างั้นเถอะ แถมคลอดมีแต่เห็นเลือด เพื่อนๆ เป็นลมกันหลายคน ที่สำคัญพี่พยาบาลดุเราด้วย ขึ้นเวรก็ต้องอดหลับอดนอน แต่พอทำงานจริงๆ เหมือนที่บอกว่าเข้าใจพี่พยาบาลมากขึ้น การทำงานกับชีวิตคนจะเครียดมาก ยิ่งงานห้องคลอด เราต้องดูแลถึง 2 ชีวิต และ 2 ชีวิตนี้มีค่ากับครอบครัวมาก เป็นภาระหนักที่เราจะต้องรับผิดชอบ พวกเค้ารวมถึงครอบครัวคาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องดีหมด แค่ถ้าผลที่ออกมาเป็นลบ ความรู้สึกก็แย่แต่ถ้าทำออกมาทุกอย่างดีหมด เราก็จะได้รับแต่สิ่งดีๆ มีความสุข ความรู้สึกว่าชอบงานที่ทำเริ่มสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็รู้สึกว่าชอบงานที่ทำขึ้นมาบ้างแล้ว


ทราบว่าประจำอยู่แผนกคลอด มีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

ในแผนกห้องคลอด มีงานที่ต้องรับผิดชอบมาก จะต้องดูแลหญิงตั้งครรภ์ทั้งในภาวะปกติและมีภาวะแทรกซ้อน ทำคลอดปกติและผิดปกติ รวมถึงดูแลทารกแรกคลอด และมารดาหลังคลอดภายใน 2 ชั่วโมงแรก ภายใต้วิสัยทัศน์ว่า "แม่ลูกปลอดภัย ประทับใจบริการ" แต่งานหลักของเราคือการทำคลอด


ในห้องคลอด คนจะคลอดลูกต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง (โกน ผ่า เย็บ ฯลฯ) และเด็กที่ออกมา เราต้องทำอะไรกับเด็กบ้าง


จะเล่าให้ฟังว่าคนจะคลอดลูกต้องผ่านอะไรบ้าง เริ่มจากเมื่อรู้สึกเจ็บท้องคลอดมานอนโรงพยาบาลเพื่อรอคลอด จะเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ คือมดลูกจะมีการบีบตัวบ่อยขึ้น จนสุดท้ายเจ็บอยากเบ่ง เหมือนเบ่งถ่ายอุจจาระ จะย้ายเข้าห้องทำคลอด ให้เบ่งจนเห็นศีรษะเด็กทางช่องคลอดเท่ากำปั้น เราก็จะช่วยตัดฝีเย็บเพื่อให้ช่องทางคลอดกว้างพอที่เด็กจะคลอดออกมาได้ทั้งตัวในตอนนั้นผู้คลอดจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะศีรษะเด็กมาตุงอยู่จะเจ็บมากกว่า (อันนี้เค้าบอกมาอีกทีนะ ไม่เคยรู้สึกเอง เพราะยังไม่มีครอบครัว) เมื่อคลอดออกมาแล้วก็ตัดสายสะดือ ทำความสะอาดเด็ก เช็ดคราบเลือด ไขมันให้สะอาด แล้วให้แม่กอดไว้ ส่วนเราก็จะทำคลอดรก แล้วเย็บแผลฝีเย็บให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จขั้นตอนในการทำคลอด
ในปัจจุบันเรามีมาตรฐานผดุงครรภ์ที่มาใช้กับผู้คลอด คือไม่ต้องโกนขนอวัยวะเพศ ไม่ต้องสวนอุจจาระ ในการคลอด เป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งผู้มาคลอดก็รู้สึกพอใจมาก (จากการถามระบบสอบถาม)

ตอนที่ทำคลอดตอนแรกๆรู้สึกอย่างไร และงานที่เราทำอยู่ ทำให้เรามีทัศนคติที่เปลี่ยนไปหรือไม่เกี่ยวกับการมีลูก และมุมมองอื่นๆเกี่ยวกับครอบครัว

ประสบการณ์ครั้งแรกเมื่อขึ้นฝึกห้องคลอด เริ่มจากดูเขาทำคลอด ครั้งแรกที่เห็นศีรษะเด็กโผล่ออกมาทางช่องคลอดนะ น้ำตาไหลเลยรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น รู้สึกถึงความเจ็บปวดแต่ได้มาซึ่งความสุข ยิ่งเห็นคนเป็นแม่ยิ้มดีใจกับลูกที่คลอดมากยิ่งรู้สึกดีมากๆ อีกอย่างทำให้เรารู้สึกรักแม่มากขึ้น เห็นคุณค่าของเค้ามากขึ้น จะไม่ทะเลาะกับเค้าอีก เมื่อได้ลงมือทำคลอดเองยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นอีก ว่าเราสามารถช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้ เราทำให้ชีวิตน้อยๆ ได้มีโอกาสออกมาลืมตาดูโลก ทุกครั้งที่ทำคลอดแล้วเห็นแม่กอดลูกแล้วร้องไห้หรือยิ้มด้วยความดีใจ เราก็จะตื้นตันน้ำตาจะไหลทุกที คิดตลอดตั้งแต่วันนั้นว่า ถ้ามีโอกาสนะเราจะคลอดเองทางช่องคลอด จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนความตั้งใจ บางคนบอกว่าเจ็บมากนะแม่เราก็บอก เราจะทนได้หรือ เราก็รู้ว่าเจ็บมาก เพราะเราเห็นอยู่ แต่ภาพที่มันติดตาติดใจเราตลอด คือ แม่กอดลูกแล้วยิ้มดีใจ รู้สึกดีมากๆ ไม่เคยลืมเลย
 

อ่านบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจก่อนหน้านี้
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com