|
หลังจากเรียนจบ
ก็ทำงานตามสายอาชีพที่เรียนมา ในระยะเวลาปีครึ่งก็เปลี่ยนนามบัตรไป
3 ครั้งได้ เจอหน้าเพื่อนๆ ทีก็ต้องคอยอัพเดตอาชีพใหม่ๆ ตลอดเวลา
สลับไปมาระหว่างทำงานประชาสัมพันธ์กับนักข่าว แล้ววันหนึ่งก็ยอมรับความจริงกับตัวเองได้ว่า
ชีวิตเราคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ที่จะอดทนทำงานตอนนี้ไปก่อนเพื่อที่วันนึงเราจะได้ทำอะไรที่เราทำแล้วมีความสุขจริงๆ
ก็เลยแพ็คกระเป๋า นับเงินทั้งหมดที่มี ตัดความยั้งคิดหน้าหลัง
บินไปอีกฝากหนึ่งของโลก เพื่อเหตุผลประการเดียว..........ตั้งสติและหาคำตอบ
ที่ๆ ย้ายไปอยู่คือเมืองเล็กๆ
ในตอนกลางของฟลอริด้า ณ ที่นี่เองไกลจากความคาดหวังของสังคมและตัวเอง
ข้อจำกัดที่เคยใช้กดดันตัวเองก็หมดไป งานที่ได้ทำก็ทำให้พอมีเงินเหลือบ้าง
ตอนแรกคิดว่าจะเอาไปเรียนภาษา ไปๆมาๆ ไปเห็นแผ่นพับของศูนย์ศิลปะเมือง
Dunedin (Dunedin Fine Art Center) ก็เลยขับรถไปคุยกับทางศูนย์
ไปๆมาๆ ที่จะเรียนภาษาก็เลยกลายไปเรียนศิลปะ
เลยได้พบว่าศิลปะไม่ใช่สิ่งที่อาศัยพรสวรรค์
ศิลปะเป็นการแสดงออก เป็นการค้นหาและค้นพบไปพร้อมๆ กัน จากที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายว่าเรียนศิลปะไม่ได้เรื่อง
ก็เลยคิดเอาเองว่าชาตินี้เราคงไม่สามารถเอาดีด้านนี้ได้ และแม้ว่าเกือบจะถอดใจในตอนแรกๆ
ที่เรียนวาดสีน้ำ เพราะวาดสีน้ำแล้วออกมาแลดูคล้ายวาดด้วยสีน้ำมัน
แต่พอได้มาเรียน Calligraphy (การเขียนตัวหนังสือภาษาอังกฤษด้วยปากกาหัวตัด
หรือคอแร้ง) และเรียน Book Arts ก็เหมือนค้นพบโลกใหม่ที่แน่ใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงมือเย็บหนังสือเล่มแรกของตัวเองว่านี่แหละใช่เลย
|