YES! Magazine
| Home |  | About Us | | News |  | Yes! Club | | Job | | Book Shelf | | Webboard |  | Letter | 
>>
The Art of Beauty & Healthy life | 1 | 2 |  
 


MEDICAL MSG.
สบู่ล้างหน้า.....สุดขอบฟ้า

>>dr-ongart@email.com

คุณคงเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งอาจเคยมีปัญหาว่าจะใช้อะไรล้างหน้าดี บางคนอาจจะภูมิใจที่ไม่ใช้อะไรล้างหน้าเลยนอกจากน้ำเปล่า บางคนดูโฆษณาทางทีวี มีดาราสวยๆหน้าขาวๆเดินออกมาบอกว่าใช้........นี่สิ ประมาณว่าเมื่อ vitamin C กับ vitamin E เมื่อมารวมกันแล้วจะเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์เพื่อการล้างหน้า หรือเมื่อดูโฆษณาบางผลิตภัณฑ์ ที่พูดจบแล้วลงท้ายว่า "แล้วคุณจะเชื่ออีกเหรอ" ผมก็อยากจะถามคุณจริงๆว่าเมื่อคุณต้องเลือกสบู่ล้างหน้าสักอย่าง คุณจะใช้อะไรเป็นส่วนผสมสำคัญ ในการคิดว่าจะยอมเสียเงิน เพื่อเสาะหาสิ่งที่คู่ควรกับผิวหน้าของคุณ

ในความเป็นจริง เราล้างหน้าก็เพื่อล้างสิ่งสกปรกออก สิ่งสกปรกนั้นก็มีตั้งแต่เหงื่อของเรา ขี้ไคลของเรา ไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมัน เชื้อโรคที่มาเกาะอยู่บนผิวของเราโดยไม่ได้เชื้อเชิญ ฝุ่น ควัน ไอเสียรถยนต์ ละอองน้ำมัน ละอองสารเคมีต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นของเราหรือของคนอื่นก็ตาม รวมถึงเครื่องสำอาง แป้งฝุ่น และยาทากันแดดที่เราใช้อยู่ด้วย ดังนั้นถ้าเราจะล้างสิ่งสกปรกเหล่านี้ การล้างหน้าโดยใช้น้ำอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เราอาจจะต้องขอตัวช่วยเพื่อให้ล้างน้ำมันหรือสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกได้ดียิ่งขึ้น
คนที่มีผิวหน้าแห้ง การใช้สบู่ล้างหน้าที่วางขายอยู่ทั่วไปอาจจะถูกสบู่กำจัดความมันใบหน้าออกไปอีก จะยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้งตึง คัน หรืออาจจะลอกเป็นขุยได้ การเลือกใช้สบู่สำหรับคนผิวหน้าแห้งจึงมีวิธีเลือกง่ายๆดังนี้

1. หน้าแห้ง และไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ทารองพื้น หรือแป้งรองพื้น การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าจะดี
   
2. หน้าแห้ง แต่แต่งหน้า หรือทาแป้ง การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอาจจะไม่พอ ควรเลือกสบู่ที่เป็นสบู่เหลวอ่อน มากกว่าที่จะเป็นสบู่ก้อน ซึ่งสบู่เหลวอ่อนที่ดีจะกำจัดสิ่งสกปรกออกได้แต่จะกำจัดความมันบนใบหน้าซึ่งเป็นมอยซ์เจอร์ ธรรมชาติของเราออกไปด้วย จึงควรเลือกสบู่ที่มีมอยซ์เจอร์ ( MOISTURIZING SOAP) ซึ่งจะมีไขมันอยู่มาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไขมันที่นิยมใช้ คือ LANOLIN ,LECITHIN,OLIVE OIL หรือ อาจจะล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนธรรมดา(Cleanser ) และหลังล้างหน้าทามอยซ์เจอร์ หรือครีมบำรุงช่วย
   
3. หน้ามันถึงมันมาก ควรเลือกสบู่ล้างหน้า (Cleanser ) ที่เป็นสบู่เหลว หรือเจลใส และไม่ควรเลือกสบู่ที่มีมอยซ์เจอร์( MOISTURIZING SOAP) หรือผสมน้ำผึ้ง หรือ ครีมโฟมล้างหน้า เนื่องจากจะยิ่งทำให้หน้ามันขึ้น จะยิ่งเกิดสิวง่ายขึ้น
   
4. ผิวผสม คือ ผิวหน้าที่เป็น T-ZONE คือหน้าผาก และ จมูกมัน และมี U-ZONE คือแก้มและคางเป็นผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง สบู่ก็เลือกใช้สบู่เหลวอ่อนธรรมดา และอาจจะใช้เฉพาะบริเวณผิวมันโดยถ้าบริเวณที่เป็น U-ZONE นั้นแห้งมากอาจจะใช้น้ำเปล่าก็พอ หรือ อาจจะล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนธรรมดา(Cleanser ) และหลังล้างหน้าทามอยซ์เจอร์ หรือครีมบำรุงช่วย บริเวณที่เป็น U-ZONE น้ำอุ่นอาจจะดีสำหรับผิวมัน และไม่ควรจะอุ่นมากจนร้อน แต่ไม่แนะนำสำหรับผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง ใช้น้ำประปาสะอาดธรรมดาก็พอ
   
5. ผิวแพ้ง่าย ปัจจุบันมีสารสังเคราะห์ดีเทอร์เจน ซึ่งในเชิงเทคนิคจริงๆไม่ใช่สบู่ แต่มีค่า pH ใกล้เคียงผิวหนังปกติ คือประมาณ 5-5.5 มีคุณสมบัติของการลดแรงตึงผิวน้อย มีความสามารถในการกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆได้ดี


สำหรับ Vitamin C และ Vitamin E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ( Antioxidant ) ทฤษฎีในปัจจุบันเชื่อว่าอนุมูลอิสระเป็นตัวการทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซล และนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคและความชรา จากทฤษฎีนี้จึงมีการคิดกันว่า Vitamin C และ Vitamin E น่าจะต้านการเกิดโรคและความชราได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Vitamin C เป็นสารที่ละลายน้ำได้และ Vitamin E เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ ลองนึกภาพดูเถอะว่า เราล้างหน้าใช้เวลาแป๊บเดียววิตะมิน ที่ว่าจะดูดซึมเข้าผิวหนังของเราได้มากน้อยเพียงไร...ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ไปกินฝรั่งดีกว่า...ขอบอก :)


 


 

 

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com