Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
The Art of Being Alone
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     

 






The Art of Being Alone
ศิลปะการอยู่คนเดียว

Text : Hallelujah

อย่าเอาชีวิตไปผูกติดกับเท้าคนอื่น.
................................................

ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่นิยมเอาชีวิตของตนไปผูกติดไว้กับเท้าของคนอื่น กล่าวคือชีวิตของเขาจะเป็นเช่นไร ตัวเขาไม่ใช่คนกำหนด หากขึ้นอยู่กับว่าเท้าของคนที่เขาเอาชีวิตไปผูกไว้นั้นเดินไปทางไหน ชีวิตเขาก็เดินไปตามนั้น จะไปกินข้าวกลางวันที่ร้านข้าวแกง แม้เขาจะอยากกินก๋วยเตี๋ยวแต่ก็ไม่อาจปลีกไปได้ ในเมื่อคนอื่นเขาไม่ไปกัน เดินห้าง อยากไปดูหนังตัวสั่นระริก แต่เขาก็ไม่อาจไปดูได้ ในเมื่อเพื่อนอยากไปร้องคาราโอเกะ

ผมมองชีวิตของเพื่อนผมคนนี้อยู่นานสองนาน รู้สึกได้อย่างเดียวว่าสงสารเขา แน่นอนว่าในมิติของความเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนตาย มันคือภาพที่สวยงาม ที่เพื่อนอยากทำอะไร ยอมได้ทุกอย่าง แต่เราไม่ได้เกิดพร้อมกัน...ไม่ใช่หรือ และเมื่อถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิต เราจะตายไปพร้อมกันอย่างนั้นหรือ (ไม่แน่หากเหมาทัวร์ไปเที่ยวน้ำตกแล้วรถตกเหว)

แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่าเพื่อน แม้จะสนิทชิดเชื้อปานดูดลูกอมจากปากของกันได้ แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ล้วนต้องมีโลกส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง หนาบ้าง บางบ้าง อย่าว่าแต่เพื่อนกันเลย นับประสาพ่อแม่ลูก ต่างคนต่างก็ต้องมีโลกส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครหรอกที่จะตามติดต่อเป็นตังเมกันไปตลอดจนวันสุดท้ายของชีวิตได้

กับภาพที่เห็นเขาเอาชีวิตของตนไปผูกติดกับเท้าของคนอื่น มันทำให้ผมนึกไม่ออกว่าเวลาที่เขากลับบ้านและอยู่ในห้องคนเดียว ภาพนั้นจะเป็นรูปแบบใด?

สารภาพตามตรงว่าผมไม่กล้าคิด เพราะมันอาจจะเศร้าเกินไป

ผมยังจำภาพวันหนึ่งในมหาวิทยาลัยได้ พักกลางวัน เรานั่งเล่นกันอยู่ที่ระเบียงตึก เขาเกิดปวดฉี่ แต่ไม่ยอมไปคนเดียว ชวนเพื่อนก็แล้ว ดึงเพื่อนก็แล้ว ไม่มีใครไปกับเขา เพราะคนอื่นไม่ได้ปวดเหมือนเขา จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเข้าไปดมกลิ่นที่เขาปล่อยออกมา

ผมยังจำแววตาเศร้าสลดคู่นั้นได้ แน่นอนว่ามันชวนหดหู่พอจะเรียกน้ำตาไปจากคนอ่อนไหวบางคน

เรื่องมันผ่านมานานพอดู นานพอที่จะทำให้ผมลืมเลือนไปแล้วว่าหลังจากนั้นเขาได้เข้าห้องน้ำไปปลดทุกข์หรือเปล่า? แต่มันคงไม่ใช่ประเด็น ในเมื่อแววตาของเขาคือสิ่งที่บอกอะไรต่อมิอะไรได้มากมายและใหญ่หลวงกว่านัก

ผมจึงไม่กล้าที่จะนึกภาพยามที่เขากลับบ้านแล้วอยู่ในห้องนอนคนเดียว...ก็อย่างที่บอก มันอาจจะเศร้าเกินไป แต่จะให้ผมทำเช่นไร? ในเมื่อความเศร้านั้นเป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง

ผมอยากจะบอกเขา ว่าอย่าชีวิตของตัวเองไปผูกติดกับเท้าของคนอื่น แต่ก็ไม่มีโอกาส กระทั่งบัดนี้ ที่เราต่างเรียนจบและออกมาใช้ชีวิตตามเส้นทางที่เราเลือกเดิน ผมก็ไม่ได้พบกับเขาอีก

มนุษย์เราล้วนมีเส้นทางของตัวเอง การเอาชีวิตไปผูกติดกับเท้าคนอื่น จึงไม่ให้อะไร นอกจากทำให้ตัวเราเองไร้ตัวตน และกลายเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่เป็น และคนที่อยู่คนเดียวไม่เป็นนี่แหละ ที่บอกให้โลกได้รู้มาแล้วว่า ความเหงามันฆ่าคนให้ตายได้

หากบังเอิญประจวบเหมาะว่าเขากำลังอ่านความเรียงชิ้นนี้อยู่ ผมอยากบอกเขาว่า ในเมื่อแก่นแท้ของมนุษย์คือความโดดเดี่ยวแห่งจิตวิญญาณ อย่าเอาชีวิตไปผูกติดกับเท้าคนอื่น ให้รู้จักที่อยู่คนเดียวบ้าง เพื่อที่นายจะได้ไม่ถูกความเหงาฆ่าตาย



"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


 
 
 
   
     
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618