The Art of Being Alone
ศิลปะการอยู่คนเดียว
Text
: Hallelujah
ชวนหัวใจ-หวนพินิจ-ชีวิตสั้น-ที่ผันผ่าน
................................................
กลางโลกกว้างที่หมุนเร็วขึ้นทุกวินาที ดวงอาทิตย์เหมือนเร่งรีบจะตกดิน และดวงจันทร์ประหนึ่งเขินอายไม่อยากอวดโฉมเนิ่นนาน วันช่างผ่านเร็ว คืนช่างผ่านเร่ง ธรรมชาติเหมือนไม่อนาทรต่อสิ่งยึดเหนี่ยวใดในโลก ขณะที่มนุษย์เรานับวันยิ่งอนาทรสิ่งนานามาเหนี่ยวรั้งใจไม่ให้ถอยหลังตกหลุมแห่งความว่างเปล่า ที่สมมติมีขึ้น ซึ่งเมื่อไม่มีสิ่งใดยืนยงยาวนานแม้ในหนึ่งวัน และในวันหนึ่งช่างแสนสั้น เราจึงไร้สิ่งยึดเหนี่ยวถาวร เราจึงเปลี่ยนสิ่งยึดเหนี่ยวเรื่อยไป เราจึงไม่เคยอยู่กับหัวใจ...ของเราเอง และเมื่อวินาทีหนึ่งที่ทุกสิ่งในโลกเสมือนถูกปลิดลมหายใจ จะด้วยเหตุอันใด เราจึงไร้สิ่งยึดเหนี่ยว และเมื่อหัวใจเราเองคือแขกแปลกหน้า เราจึงไม่กล้าอยู่กับหัวใจ และเราจึงเหงา แล้วเราจึงเปลี่ยวดาย...
กลางโลกกว้างที่หมุนเร็วขึ้นทุกวินาที มนุษย์เราเหงากันมากขึ้น กลายเป็นปัจเจกที่ล่องลอย ไร้สังกัด ไร้หลักยึด ความเหงานั้นน่าเศร้า ชวนหมองหม่น บ่อยไหมกับการนั่งอยู่ริมระเบียง เฝ้ามองดวงจันทร์ทอแสงแสนเยียบเย็น หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พบเจอเบอร์คนที่เราสามารถโทรหาโดยสะดวกใจบ้างไหม? กดดูแล้วแลอีก ก็ดึกเกินกว่าจะโทรหาใคร
มนุษย์เราเกิดมาล้วนโดดเดี่ยว แล้วเมื่อถึงวันหนึ่ง เราก็จะไปอย่างโดดเดี่ยว ยกเว้นว่าเราเช่ารถเหมาคันไปเที่ยวไปเพื่อนพ้อง แล้วถูกหุบเขาจอมตะกละเขมือบรถไปทั้งคัน
จึงพิจารณา ถึงต้นสายปลายเหตุ...
จริงอยู่ที่มิตรภาพระหว่างมนุษย์คือสิ่งที่สวยงามเกินกว่าจะนำคำหลายร้อยมาร้อยเรียงบรรยายได้ลึกซึ้งเสมอ แต่กระนั้น ปฏิเสธหรือ ว่ามิตรภาพคือสิ่งอมตะตราบดินฟ้าพินาศ
มิตรภาพคือดอกไม้ข้างทางของการเดินทางในชั่วชีวิตของมนุษย์
แม้สวยงาม แต่เมื่อวันหนึ่งก็ต้องจากลา
และที่สุด มิตรภาพก็คือหลักเหนี่ยวรั้งหนึ่ง ที่ไม่อยู่ให้เรายึดทุกชั่วขณะจิต
กลางโลกกว้างที่หมุนเร็วขึ้นทุกวินาที มีหลายวินาทีที่เราต้องอยู่ตัวคนเดียว งานอาจปลิดความเหงา ความวุ่นวายอาจปลิดความเหงา แต่หากไม่มีอะไรคอยปลิดความเหงา แม้หลักยึด ความเหงาก็ครอบงำเรา และเราจึงเศร้า แล้วเราจึงเหงาหม่น
คงดีขึ้น หากลองคิดว่าเราไม่เหงาสักหนึ่งนาที คงนานพอที่ใจจะสงบ ดวงจันทร์คงงาม มีน้ำมีนวลขึ้น โลกจะหมุนช้าลง และเราอาจจะมีเวลาพิจารณาฝุ่นธุลีที่ปลิวขึ้นฟ้า หรือดาวดวงที่แยกร่างลงมาจูบน้ำยามราตรี
ความเร็วในการหมุนของโลกเป็นเพียงลวงตา แต่ความเร็วของชีวิตไม่ลวงตา เกิดมาครั้งหนึ่งมัวจมอยู่กับความเหงาเสียค่อนชีวิต คงน่าเสียดาย
ย่ำค่ำในคืนหน้า หากระเบียงว่าง และเราเปล่าไร้ซึ่งหลักยึด ทั้งมิตรภาพหรือสิ่งอื่นใด ชวนตัวเองชมจันทร์ ปิดประตูไล่ความเหงา แล้วเปิดรับความเชื่อว่าเราไม่เหงา พาหัวใจที่เคยแปลกแยกกับเราเอง เดินทางหวนรำลึกชีวิตอันแสนสั้นที่ผ่านมา พิจารณามิตรภาพในความทรงจำ กลางโลกกว้างที่เราเลือกได้ ว่าจะให้หมุนเร็วเร่งหรือช้าเนิบ
อย่าแปลกใจ หากจะเห็นดวงจันทร์ยิ้มให้ และอย่าลืม ที่จะยิ้มตอบ...
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
|