|
The Art of Being Alone
ศิลปะการอยู่คนเดียว
Text
: Hallelujah
เครื่องสร้างปัจเจก..
................................................
หญิงสาวนั่งชิดหน้าต่างรถเมล์ สายตาเธอเหม่อมองไกลออกไปเบื้องนอก ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรหรือถึงใครอยู่ รู้เพียงว่าที่หูเธอมีหูฟัง...วัยรุ่นชายหญิง ชายวัยทำงาน นั่งบ้างยืนโหนราวบ้าง นิ่งใบ้ไร้จำนรรจ์ สายตาหลุบต่ำ บ้างทอดไกลออกไปนอกตัวรถที่วิ่งฉิว บ้างหลับพริ้ม อิ่มเอมกับสรรพเสียงที่ MP3 มอบให้ใส่หู
สายลมแห่งกาลเวลาพัดผ่านมา ก่อนผ่านไป นับจากยุคดึกดำบรรพ์ที่มนุษย์เรายังนุ่งห่มขนสัตว์ที่ล่ามาได้ กระทั่งวันนี้ เราสามารถส่งออกยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์เล่นๆ ได้เหมือนเด็กเล่นตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ไม่ปฏิเสธหรอกว่ามนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการทางอารยธรรมรวดเร็วและยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ เรามีแฟชั่นที่ควายไม่มีวันได้สวมใส่ เรามีเทคโนโลยีไร้สายที่นกกระจอกเทศไม่มีวันเข้าใจว่าคืออะไร เรามีอะไรต่อมิอะไรมากมาย เรามีตลาดหุ้น ที่มีไว้ให้คนมีเงินเข้าไปมองดูตัวเลขนับล้าน ที่ในทางรูปธรรมไม่มีอยู่จริง วิ่งขึ้นวิ่งลงวิ่งเล่นอยู่บนกระดานดิจิตอล เรามีเครื่องตอกบัตรเข้าทำงาน ที่ไว้สำหรับตรวจจับตัวเราเอง ตลกหรือไม่ตลกก็ตาม แต่ปฏิเสธไหมว่า ขณะที่สัตว์เดรัจฉานกำลังจับกลุ่มพูดคุยถึงความล้าหลังดึกดำบรรพ์ของเผ่าพันธุ์ตน เรามนุษย์ผู้มีอารยธรรมรุดหน้าเกินยีราฟกลับเหงากันมากขึ้น
ความเจริญทางวัตถุกำลังวิ่งสวนทางกับความเจริญทางด้านจิตใจ เมื่อศีลธรรมไม่ถูกจับจองมาประจำใจ ด้วยไม่อาจแทรกแซงกระแสวัตถุนิยมจากโลกตะวันตก เราจึงรับเอาวิถีแห่งความฉาบฉวยมาใส่ตัวมากขึ้น เมื่อไม่มีเวลาหยุดนิ่งคุยกับตัวเอง เพราะต้องไหลชีวิตไปตามธารแห่งแสงสีเสียงเพลง หลักคิดหรือปรัชญาในการใช้ชีวิตเราจึงอ่อนยวบ เมื่อความฉาบฉวยไม่จีรัง เราจึงไร้หลักยึด เมื่อบุคลากรในสถาบันทางสังคมต่างๆ ไร้หลักยึด สถาบันทางสังคมจึงอ่อนยวบ เมื่อสังคมไร้หลักให้ยึด เราจึงกลายเป็นปัจเจกที่ล่องลอย
ความเป็นปัจเจกกับความเหงาอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หากแต่ก็ผันแปรซึ่งกันและกัน ศิลปินอาจเป็นปัจเจกในแง่ที่ต่อต้านระบบสังคม แต่ศิลปินเหงากันบ้างไหม? อันนี้ไม่แน่ใจ แต่สำหรับคนธรรมดาที่ต้องตื่นเช้าไปตอกบัตร ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์งุดๆ กลับบ้านผจญรถติด อาหารการกินไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ ความจำเป็นที่ต้องทำงานแลกเงินไม่อาจนำมาซึ่งความจงรักแห่งสถาบัน เราจึงเห็นพนักงานบริษัทหลายคนกล้าด่าเจ้านายตัวเองลับหลัง นั่นคือภาวะปัจเจก แต่พนักงานบริษัทไม่ใช่ศิลปินที่ทำงานกับตัวเอง ปัจเจกแห่งพนักงานบริษัทส่วนใหญ่ล้วนเหงายามไร้หลักยึด
เราสามารถพบเห็นความเหงาของเขาเหล่านี้ได้ในสถานที่ซึ่งถูกจำกัดหลักยึดสมัยใหม่ เช่นบนรถเมล์ ที่ไร้ทีวี ที่ไร้เพื่อน เราจะพบเห็นหลายคนควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเป็นหลักยึดส่วนตัว โทร.หาเพื่อนกันเหงา รถเมล์บางคันเปิดวิทยุคลายเหงา และคนหลายคนมีหูฟังเหน็บอยู่ที่หูด้วยไม่อยากเหงา
ร้อยตัวอย่างล้านอุปกรณ์แก้เหงา แต่ใช่หรือไม่ ที่ทุกคนล้วนรู้ตัวว่าจะเหงา...
มองในทางผิวเผิน อุปกรณ์เหล่านี้อาจคือเครื่องสร้างปัจเจก ที่ให้คนหนึ่งคนสามารถอยู่กับตัวเองได้โดยไม่ต้องวุ่นวายกับใคร และใครก็อย่ามาวุ่นวายกับเขา เพราะหูฟังที่เหน็บหูอยู่เป็นสัญลักษณ์เขตห้ามเข้า เหล่านี้คือปัจเจก จะโดยเฉพาะกาลหรือตลอดกาลก็ตาม ส่วนเรื่องเหงาไม่เหงาคงไม่ต้องพูด เพราะถ้ารู้ว่าตัวเองจะไม่เหงา คงไม่ใส่หูฟังฟังเพลง
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปยังต้นสาย บริษัทผลิต MP3, Walkman, เครื่องเล่นซีดีพกพา, บริษัทโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ที่ล้วนโหมกระหน่ำโฆษณากระตุ้นยอดขาย และยอดซื้อจากผู้บริโภค ในมุมหนึ่งอาจเป็นได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นปรารถนาอยากให้คนเป็นปัจเจกมากขึ้น เพื่อยอดขายของเขาจะได้พุ่งสูง แต่อีกมุมหนึ่งจะโทษเขาก็คงไม่ถูกนัก ในเมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้คือผลผลิตของอารยธรรมมนุษย์อารยธรรมที่นับวันจะจับมนุษย์พรากออกจากนิยามความเป็นสัตว์สังคมยิ่งขึ้นทุกที
แต่ถึงที่สุดแล้ว MP3 หรือเครื่องปัจเจกอื่นใดจะมีความหมายอันใด หากคนหนึ่งคนสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้โดยไม่เหงา และจิตใจเขาเข้มแข็งพอที่จะไม่ไหลไปตามกระแสฉาบฉวยที่ไหลบ่าอย่างรุนแรง
ดังนั้น สุดท้ายคนที่เป็นเครื่องมือสร้างปัจเจกที่แท้จริง ก็คือตัวเราเอง
และปัญหาที่ตามมาก็คือ หากมนุษย์เป็นสัตว์สังคมจริงเหมือนที่ใครว่าไว้ เราก็กำลังฝืนธรรมชาติของเราเอง...
ประเด็นมีอยู่ว่า ไม่เคยมีการฝืนธรรมชาติครั้งใด ที่นำมาซึ่งผลดีต่อสรรพชีวิต
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
|
|