Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
The Art of Beauty
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
The Art of Artificially Photogenic !!
Make up & Photo
 
     
  เรื่องของความสวยความงาม ใครจะหล่อใครจะสวย หรือใครจะดูดี ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ต้องยกให้เป็นเรื่องของบุญวาสนาล้วนๆ ประเภทแข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนาละก้อ..ไม่สำเร็จ

แต่ขอโทษทีค่ะ ณ วันนี้ เวลานี้ ไอ้สุภาษิตที่ว่านั่นมันเป็นเรื่องตลกไปซะแล้ว สมัยนี้เค้ามีแต่ว่า ใครอยากสวยหล่อ ก็ไปทำสวย ทำหล่อ แค่นั้น..ก็ได้สวยได้หล่อสมใจกันทุกคน แต่ใครจะใช้ด้วยวิธีไหน นี่ก็แล้วแต่ความชอบ
ส่วนตัวและกำลังทรัพย์ บางคนอยากสวยสมบูรณ์แบบ100% ชนิดที่งามมาจากข้างใน ก็เริ่มมาจากโน่นเลย..จิตใจ เริ่มจากไปนั่งสมาธิ กินชีวจิต ออกกำลังกาย โยคะ เดินจงกรม โอ๊ย สารพัดจะทำ แต่ก็นั่นแหละ

กว่าความงามจะเดินทางออกจากข้างในมาโผล่ถึงข้างนอก นี่ก็อาจจะนานหน่อย
สำหรับคุณที่มักน้อย ขอแค่ได้สวย หล่อ เริด ดูดี เฉพาะเวลาถ่ายรูป ประมาณว่าจะเอาไปใช้แค่ส่งเมล์ภาพไปหลอกแฟนๆตามที่คุยจีบกันๆไว้ในอินเตอร์เน็ต หรือติดอัด-พรินท์มาติดดูเองคนเดียวตามข้างฝา หรือจะแปะหน้าประตูตู้เย็น อันนี้ขอประกาศดังๆให้ทราบว่า… เรื่องแบบนี้ ..เด็กๆ จิ๊บจ๊อยมากค่ะ

เคล็ดที่ไม่ลับของการถ่ายรูปออกมาให้ดูดี มีอยู่แค่ไม่กี่ข้อเท่านั้นเองค่ะ
อย่างแรกก็เรื่องการ make upนะคะ ไม่จำกัดว่าคุณจะเป็นมนุษย์เพศไหน การ make up กับการถ่ายรูปเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะ make up จะเป็นการเตรียมรูปลักษณ์ของคุณให้พร้อม เพื่อการบันทึกภาพให้ออกมาดูดี ขอเลี่ยงที่จะเรียกว่า"แต่งหน้า"นะคะ เพราะบางที make up มันอาจจะหมายถึงการแต่งลงมาถึงอก ไหล่ แขนขา หรืออาจจะแต่งทั่วไปทั้งตัวเลยก็ได้ ยิ่งถ้าคุณจะถ่ายแบบนุ่งน้อยห่มน้อย เรียกว่าถ้าตรงไหนโดนแสง ตรงนั้นก็ต้องมีเครื่องสำอางล่ะค่ะ หัวใจของการmake up ให้ได้ภาพนายแบบหรือนางแบบออกมาดูแล้วมีผิวเนียนสวยผุดผ่อง อยู่ที่รองพื้นค่ะ แล้วรองพื้นนี่ไม่ได้มีไว้แค่รองผิวให้ดูเรียบเนียนเท่านั้นนะคะ

แต่ยังมีไว้ใช้สำหรับวางโครงสร้างให้กับรูปหน้า รวมไปถึงการปกปิดริ้วรอย เสริมจุดเด่น และพรางจุดบกพร่องอีกด้วยค่ะ
การลงรองพื้นแบบมืออาชีพ เขาจะต้องใช้อย่างน้อยสองเฉดสี คือสีอ่อนกว่าผิว กับ สีที่เข้มกว่าผิว เวลาใช้ก็จะนำสองสีมาผสมกันในอัตราส่วนที่พอดี จนได้สีที่ตรงกับสีผิวของคุณ ใช้รองพื้นในส่วนผิวทั่วๆไปซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของหน้า/ตัว ถ้าตรงไหนมีร่องรอยที่คุณต้องการจะปกปิด ก่อนลงรองพื้นก็โป๊วด้วยดินสอปกปิด หรือที่เขาเรียกกันว่าคอนซีลเลอร์เสียก่อน

จากนั้นก็ใช้รองพื้นสีเข้มแต้มในส่วนที่ต้องการวางโครงสร้างหน้า เช่นสร้างโหนกแก้ม ลบกราม หรือแต้มรอบๆวงกรอบหน้าไปจนถึงไรผม เพื่อลดขนาดใบหน้าหากคุณเป็นคนหน้าบาน สำหรับคนที่พกดั้งมาน้อยก็อย่าลืมสร้างดั้งของคุณขึ้นมา ด้วยรองพื้นสีเข้มนะคะ

วิธีดังกล่าวนี้เรียกว่าการสร้าง Shading ค่ะ

คือปกติเฉดหรือเงานี่มันจะเกิดขึ้นตามรูปทรงที่ถูกแสงตกกระทบใช่ไหมคะ การทำเฉดดิ้ง (Shading) ของเราก็คือการสร้างเงาหลอกๆขึ้นมานั่นแหละค่ะ

สิ่งที่คู่กับ Shading ก็คือ ไฮไลท์ (Highlight) ซึ่งก็หมายถึงตัวรองพื้นสีอ่อนกว่าผิว เราจะใช้ไฮไลท์ เพื่อสร้างความโหนกนูนให้ปรากฏเด่นขึ้น เช่น ดั้งจมูก หน้าผาก หรืออาจใช้เพื่อหลอกตาให้พื้นที่เล็กๆดูใหญ่กว้างขึ้น เช่นหน้าผาก เปลือกตา รวมทั้งเพื่อสร้างความสว่างสดใสให้กับผิวบริเวณที่ต้องการ หรือจุดที่คล้ำ เช่น บริเวณใต้ตา เมื่อเฉดดิ้งกับไฮไลท์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว คุณก็จะได้รูปหน้าที่ดูสวย ดูมีมิติ จากนั้นก็ตามด้วยแป้งฝุ่น เขียนคิ้ว ตา แก้ม และปาก ตามลำดับค่ะ
การให้สีสัน ตา แก้ม และปาก ถ้าให้ดีก็ต้องดูแฟชั่น ตามยุคตามสมัยเอาไว้บ้างนะคะ แต่ถ้าจะเน้นสวยตลอดปีตลอดชาติ ก็เลือกโทนสีธรรมชาติเป็นหลัก จะหยิบรูปมาดูกี่ทีๆก็ไม่เชยไม่มีตกยุคแน่นอน

สำหรับเสื้อผ้าที่จะใส่ถ่ายรูป ควรจะคิดถึงคอนเซ็ปต์หรืออารมณ์ของภาพที่คุณอยากจะได้เป็นสำคัญ แล้วก็อย่าลืมเชียวนะคะว่าเวลาจะเลือกสีหน้าสีตา ก็ต้องไปกันได้กับสีเสื้อผ้า อย่างง่ายๆก็เช่น จะใส่เสื้อสีฟ้า ก็อาจจะเลือกสีเปลือกตาให้มันออกฟ้าๆม่วงๆหน่อย แต่งตัวสีเอิร์ทโทนก็ให้สีหน้าเป็นสีส้มน้ำตาลสไตล์ธรรมชาติ หรือจะให้ง่ายก็ใส่เสื้อผ้าสีดำๆขาวๆเข้าไว้ ก็สามารถแต่งหน้าได้ทุกโทนสี ถ้าเลือกเสื้อที่เปิดเยอะๆ ก็ลงรองพื้นตรงคอ แขน เสียด้วย ไม่งั้นโดนไฟถ่ายรูปออกมาแล้วจะดูกระดำกระด่าง

ห้องถ่ายรูปหรือฉาก ถ้าคุณไปถ่ายตามร้านก็คงต้องเลือกอะไรตามที่ทางร้านเขามีให้เลือก แต่ก็มีเทคนิคอีกเหมือนกันว่าสีฉากหลังที่สว่างๆหน่อย จะช่วยให้ภาพที่ออกมาดูสดใสได้ง่าย หน้าตาคุณก็จะดูเปล่งปลั่งเพราะเวลาไฟมันสะท้อนแสงจากฉากมาโดนหน้า ก็จะได้แสงสีสวยๆสว่างๆ เช่นสีเหลือง สีส้ม สีชมพู สีขาว แต่ถ้าคุณไปถ่ายกับพวก BLUE-SCREEN (นัยว่าจะเป็นพวกมืออาชีพ) ที่สามารถ Select ภาพตัวคุณออกมาไปใช้ตัดต่อหรือแต่งในคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆ



สิ่งที่ควรระวงัก็คือสีฟ้าของฉากมันจะสะท้อนมาเข้าหน้าคุณ ทำให้ดูหมองคล้ำกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่แนะนำให้คุณเลือกฉากสีขาวหรือชมพูนั่นแหละ

เพราะเวลาสีชมพูมันสะท้อนเข้าหน้า หน้าเป็นสีชมพูยังไงมันก็ออกมาดูดีกว่า จริงมะ
แต่งตัวจัดฉากเสร็จแล้ว จะสวยไม่สวยก็คงเป็นเรื่องของแสงไฟ ถ้าไฟไม่พอ โอกาสที่ภาพจะออกมาดูแย่ก็จะสูง สิ่งที่น่ากลัวสำหรับการถ่ายรูปประเภทสวยหวานก็คือการเกิดเงา

ถ้าคุณจะถ่ายภาพให้ออกมาเป็นแนวอาร์ตๆ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าถ่ายแบบสวยใสจะต้องกำจัดเงาคมๆออกไปให้หมด หลักการง่ายๆก็คือต้องมีแสงหลัก ที่มีความเข้มแสงมากที่สุดสักจุดสองจุด อาจจะวางซ้ายขวาก็ได้ จากนั้นก็มีแสงช่วยให้ภาพดูนุ่ม ตบเงาให้หายไปพอดี ถ้ากลัวแสงจะไม่นุ่มพออาจจะเอาแสงหลักส่องไปทางอื่นแล้วใช้เฉพาะแสงที่มัน Diffuseออกมากระทบที่นางแบบก็จะได้ภาพนุ่มๆอย่างที่ต้องการ

ยิ่งถ้าถ่ายแบบดิจิตอลสามารถเลือกดูภาพได้ขณะถ่าย หรือพอถ่ายเสร็จยังเอามารีทัชได้อีก ก็จะสวยได้ชัวร์ๆแบบไม่ต้องรอลุ้น


ใครอ่านแล้วชอบใจจะลองเอาไปทำถ่ายเล่นเองที่บ้านก็ได้นะคะ ให้พ่อแม่พี่น้องมาช่วยเป็นตากล้อง หรือจะซื้อขาตั้งกล้องแถมติดรีโมทให้ถ่ายเองได้ยิ่งดี ถ้าใครมีกล้องดิจิตอล มีคอมพิวเตอร์ แสกนเนอร์ พรินท์เตอร์ เอาไว้ใช้ใกล้ๆตัวแบบครบเซ็ตละก้อ สุดยอดปรารถนาเลยละค่ะ __:)
 
   
     
     
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618