มุดดินเที่ยวถ้ำ
สายฝนโปรยปรายไม่ขาดสาย หลายคนบ่นพึมพำด้วยเหตุที่ว่าไม่สามารถสัญจรไปไหนได้สะดวกเหมือนอากาศแห้ง วันหยุดสุดสัปดาห์ที่เคยวาดหวังว่าจะเดินทางไปเที่ยวก็ต้องล้มเลิกไปโดยไร้ทางแก้ไข ทะเลหรือน้ำตก เจอสายฝนก็ต้องล้มโครงการ แต่ด้วยการท่องเที่ยวเปรียบเสมือนการพักผ่อนอย่างหนึ่ง ซึ่งแฝงความรู้เข้าไปโดยไม่ทันรู้ตัว เพราะเหตุนี้ผมจึงชวนเพื่อนๆ ไปเปิดหูเปิดตาในแหล่งท่องเที่ยวที่ฝนตกเราก็ไม่กลัว เพราะฉะนั้นเราไปเที่ยวถ้ำกันเถอะ
ถ้ำที่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวในวันนี้อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ไกล นั่งรถเพียงชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงตัวเมืองปากช่องระหว่าง กม.ที่ 161 เลยฟาร์มโชคชัยเพียง 1 กม. เลยไปหน่อยก็จะเจอจุดกลับรถที่ 2 เพื่อวกเข้าสู่วัดถ้ำไตรรัตน์ วัดที่มี ถ้ำแก้วสารพัดนึก ซึ่งเป็นถ้ำที่มนุษย์วานรสมัยโบราณใช้อาศัยอยู่จริง และเป็นที่ที่เราจะเที่ยวชมกันครับ
จ่ายเงินค่าเข้าชม คนละ 40 บาทสำหรับผู้ใหญ่ส่วนเด็กก็ 20 ลดลั่นตามขนาดลงไปครับ ส่วนผมแม้จะเข้าขั้นผู้ใหญ่แล้วก็ยังควักแบงก์ 20 จ่ายเพียงใบเดียวสาเหตุเพราะมองยังไงๆ หน้าก็บ่งบอกว่าเด็กอยู่วันยังค่ำ ไม่ต้องเสียดายกับเงินเพียงเล็กน้อยเพราะภายในอุโมงค์ทางเข้ามืดตื๋อนั้นเพื่อนๆ จะพบกับความสวยงาม ความรู้ ความพิศวงถึง 5 โซนด้วยกัน โดยผ่านประสาทสัมผัสทางตา และเสียงจากล่ามผู้บรรยายอายุน้อยๆ เรียกว่าคุ้มจนขาลากเลยทีเดียว แต่ครั้งเพื่อจุดประกายความรู้ให้แตกฉาน ผมของเลือกล่ามมากประสบการณ์เป็นผู้ใหญ่มาบรรยายให้เพื่อนๆ ดีกว่าครับ
เดินเข้ามาโซนแรกเป็นห้องโถงกว้างตรงกลางมีพระพุทธรูปสีทองสององค์วางตระง่านงามตาเมื่อต้องแสงสีเหลืองจากหลอดไฟ ทำให้รัศมีเจิดจรัสยิ่งนัก ระหว่างกลางของพระพุทธรูปอายุหลายร้อยปีทั้งคู่ มีหินงอกที่นับว่าแปลกเพราะมันงอกจากพื้นขึ้นสู่เบื้องบนเป็นเวลากวา 60 ปีมาแล้ว มิหนำซ้ำยิ่งงอกรูปร่างหน้าตามันก็มีเค้าเหมือนคนยิ่งขึ้น นับเป็นสิ่งอัศจรรย์อันดับแรกที่ได้พบเป็นเหมือนการกระตุ้นต่อมในสมองให้เบ่งบาน
จะมัวนิ่งอึ้งกับความอัศจรรย์อยู่ไยตามผมกับล่ามมาต่อสิ หลังจากนั้นเราจะมาทำบุญมอบสังฆทานเพราะสงฆ์กันต่อเพื่อให้จิตใจอาบอิ่มด้วยบุญ แล้วแวะลัดลอดซอกเหลือบเล็กๆ ไปชมหินเพชรที่เมื่อต้องแสงไฟจากกระบอกไฟฉายของล่ามผู้นำทางแล้วจะส่องประกายวาววับ ชวนลูบคลำ
ก่อนที่จะอดใจไม่ไหวแอบหักเศษหินเหล่านั้นใส่กระเป๋ากางเกง ก็ต้องพละตัวออกมาคอยล่ามอยู่ข้างนอก เพราะเดี๋ยวการทำบุญที่ผ่านมาจะถูกลบเลือนจากสิ่งนี้สิ้น หากใครคิดเหมือนผมก็พายามคิดไว้ลึกๆ นะครับอย่าปล่อยมันออกมาโลดแล่นเป็นกิริยาเด็ดขาด บาปกรรม บาปกรรม
ผมยังพาเดินไม่ถึงครึ่งถ้ำเลยนะครับ อย่ามัวโอ้เอ้ไปกันต่อดีกว่า ออกจากหินเพชรเดินอีกหน่อยก็จะถึงบันไดเงินบ่อมังกรบิน สังเกตดีๆ ส่วนโค้งของผนังแถบนี้เป็นเหมือนรูปมังกรกำลังเลื้อยอย่างงดงาม ชมความงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างไว้ใต้แผ่นดินแห่งนี้ให้เพียงพอ แล้วตามผมมาชมต้นตะเคียนอายุหลายพันปีที่กลายเป็นหินเพชรไปเรียบร้อยแล้ว ตรงจุดนี้เราสามารถมองเห็นรูปวาดปลาทองสีแดงสดกรีดกรายครีบอย่างสวยงามได้ถนัดตา แต่ปลาตัวนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาด้วยธรรมชาติ หรือมนุษย์วานรนะครับ ผู้ให้กำเนิดมันก็คือนักเรียนเพาะช่างปีหนึ่งมาแต่งแต้มมันเพียงไม่กี่ปีมานี้เอง แต่อีก 5000 ปีข้างหน้ามันคงมีค่าไม่ใช่เล่น ตอนที่ผมแหงนคอจนเกือบเคล็ดชมความงามของปลาทองตัวนี้ เบื้องหลังของผมเป็นอุโมงค์เล็กๆ ซึ่งล่ามบอกว่าเป็นที่พญานาคออกมาเล่นน้ำเป็นประจำในอุโมงค์จะเป็นบ่อน้ำเล็กๆ มีลักษณะเป็นวงกลมขอบบ่อเรียบเนียนเหมือนคนแต่งแต้ม แต่แท้ที่จริงแล้ว เกิดจากการกระทำของงูจงอางขนาด 25 เมตร (อันนี้ล่ามบอกมาอีกที) มาขดตัวเล่นน้ำ การขดตัวเลื้อยไปมาอย่างนี้ทำให้เกร็ดเสียดสีกับหินรอบๆ ปากบ่อก็เลยเนียนเรียบสวยงามอย่างที่เห็น นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่เดินตามมาแสดงสีหน้าบ่งบอกความไม่เชื่อ ล่ามกำหลาบต่อด้วยคำว่างูตัวนี้ฆ่าเด็กตายมาสองคนแล้ว พยายามอย่าเดินใจลอยล่ะเพราะลูกๆ มันยังมีอีกสอง สาเหตุที่เราไม่เห็นมันเพราะมีเสียงเอะอะโวยวาย และในถ้ำนี้มีค้างคาวอยู่มากมันจึงไม่จำเป็นต้องออดหาอาหารให้เหนื่อย ถึงแม้สีหน้าจะไม่เอนเอียงมาทางเชื่อแต่เขาก็ทำตามวิธีที่ล่ามแนะนำทุกประการ ที่สำคัญไม่เดินรั้งท้ายด้วยสิ
ผ่านจุดหน้ากลัวมาแล้วก็จะถึงสามแยกแห่งความเป็นความตายบริเวณก้อนหินมุมบนของทางแยกซ้าย สัญนิฐานว่าที่แห่งนี้ในอดีตประมาณ 500,000 ปีมาแล้ว เคยเป็นทะเลเก่า เนื่องจากค้นพบซากฟอสซิลของหอยที่ฝังอยู่ในหิน สำรวจจนพอใจก็ลอดผ่านอุโมงค์สู่โซนที่ 2 เรียกว่า ถ้ำพระพุทธ ส่วนแรกลืมบอกไปเรียกว่า ถ้ำแก้วสารพัดนึก โซนนี้เป็นห้องโถงกว้าง และเป็นที่ประดิษฐ์สถานของพระพุทธรูปปางต่างๆ จำนวนมากหากบูชาแล้วจะพบแต่สิ่งดีๆ มีโชคลาบไปแล้วอย่าลืมสักการะละครับ ทำบุญพระประจำวันเกิดก็ดี ลูบคลำหินศักดิ์ก็ดี ถ้าคุณเชื่อ
ไปชมส่วนที่ 3 กันต่อโซนนี้มีชื่อว่า โครงกระดูกฤาษี ซึ่งมีอายุกว่า 4,000 ปีมาแล้วกรมศิลปากรยืนยันมาแล้วเชื่อถือได้ ผมได้มีโอกาสสัมผัสโครงกระดูกอายุหลายพันปีนี้ด้วยตื่นเต้นมากมือไม้สั่นบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนปัจจุบันและอดีตเชื่อมถึงกันลองดู รู้สึกอย่างไรแล้วอย่าลืมเมล์มาเล่ากันฟังบอกล่ะ ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อากาศดีที่สุดดังนั้นจุดนี้จึงเป็น บริเวณที่พระฤาษีองค์ที่ใช้เป็นที่นอนอีกด้วย ถัดไปจากแท่นวางกระดูกทางซ้ายมือ จะเป็นที่นอนของฤาษีมีลักษณะเป็นแผ่นหินเรียบๆ ล่ามแนะนำให้ขึ้นไปนอนโดยการถอดรองเท้าออกก่อน (เดี๋ยวจะหาว่าไม่เคารพ) แล้วพนมมือท่อง นะโม 3 จบ แล้วอธิฐานอะไร 3 อย่างจะประสบผล ความเชื่อไม่ได้เสนอหน้าแสลนในใจผมเลย แต่ก็ทำตามคำแนะนำไม่ใช่เกรงใจแต่ว่าหากเป็นจริงขึ้นมาก็ดีไป ผมขออะไรนั่นเหรอก็ขอให้อาการปวดหลังที่เรื้อรังอยู่นับปีหายไงครับอย่างเดียวเท่านั้น
บริเวณนี้หลายคนอาจจะพบเห็นตามหน้าจอแก้วมาบ้างแล้ว เพราะบรรดาหนัง ละคร มักยกกองมาถ่ายทำที่นี่หลายเรื่อง เช่นทอง 4 The Beach, อังกอร์1 และ 2, เหล็กไหล ฯลฯ ในความเป็นจริงแล้วถ้ำส่วนนี้ก็มีเหล็กไหลเหมือนกัน อยู่บริเวณโซนที่ 2 หากเพื่อนๆ ได้เดินทางไปเที่ยวเอง ล่ามจะชี้ให้ดูอย่างใกล้ชิดทีเดียว ร่องรอยของเอฟเฟคหนังต่างๆ ยังมีให้เราได้ดูกันหลายต่อหลายเรื่อง อย่างเรื่องทอง 4 หลอดของสรพงษ์ ยังสาดกระเซ็นตามก้อนหินไม่มีการลบเลือนไปไหน (เลือดปลอมที่ใช้แสดง) ไม่รู้จะน่าชื่นชมหรือน่าสงสารดี กระทะทองแดงใบเขื่องทั้งสองใบจากเรื่อง พิภพมัจจุราช วางตระง่านอยู่บริเวณริมทางเดิน เป็นสิ่งก่อสร้างที่หวังผลกำไร แล้วปล่อยทิ้งไว้บดบังความงามของธรรมชาติได้อย่างน่าตาเฉย หรืออาจจะมีใครไปบอกนายทุนเหล่านั้นว่าวางไว้เถอะลูกหลานจะได้จารึกเอาไว้ว่าที่แห่งนี้เคยมีหนัง ละคร หลายเรื่องมาถ่ายทำ ใครภูมิใจก็มอบให้คนนั้นเถอะ ส่วนผมยืนยันคำถาม เก็บออกไปเถอะครับ
เข้าสู่โซนที่ 4 ประตูมังกร มันดั่งซุ้มรูปปากมังกรให้เพื่อนๆ ได้ลอดเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมความขลังด้วยการลูบไข่และเขี้ยวของมังกร ก่อนที่จะไปสักการะพระพุทธรูปซึ่งวางอยู่บนแท่นหินรูปดอกบัวหัวใจของพระพุทธศาสนา
เหนื่อยกันหรือยังครับเพราะตอนนี้ผมพาเพื่อนๆ เดินมาร่วม 2 ชั่วโมงเข้าไปแล้วเวลาออกไปข้างนอกแล้วล่ะครับ ไปชมดูโซนที่ 5 กันต่อครับ โซนี้เป็นโรงหนังธรรม แห่งแรกของโลกที่สร้างขึ้นในธรรม และที่นี่ยังเปิดอบรมธรรมให้เด็กนักเรียนเป็นประจำอีกด้วย หากใครสนใจก็ติดต่อทางวัดได้ครับ
ผมพาเที่ยวได้แค่นี้หากใครคิดว่ายังไม่อิ่มอยากไปให้เห็นความงาม และความแปลก และเรื่องที่เสริมปัญณาสามารถติดต่อทางวัดได้ครับที่ 01-649-0829, 09-385-2612, 09-445-6896 ทางวัดถ้ำไตรรัตน์ ยินดีต้อนรับ ครับ
ขอให้สนุกกับการเปิดหูเปิดตาครับ