Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Journey
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้

เที่ยวเขตทหาร ( ชมการสาธิตการฝึกรบประจำปี )









Text :
อนุสรณ์ ศรีคำขวัญ
ภาพ :
รักษ์พล ชาติสุวรรณ

การท่องเที่ยวในเขตทหารกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง จนคำว่า ‘เขตทหารห้ามเข้า’ กำลังจะกลายเป็นเพียงตำนานบทหนึ่งไปแล้ว หลังจากที่ได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวแนวผจญภัยภายในรั้วทหาร โดยเฉพาะกิจกรรมในค่ายทหารของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ใครที่เคยไปลิ้มรสชาติของชายชาติทหารแล้วนั้นย่อมรู้ดีว่า ที่แห่งนี้มีให้ทั้งความสนุก ความรู้ และความตื่นเต้นหวาดเสียวเพียงไร ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรการดำรงชีพในป่า หลักสูตรการกระโดดหอสูง 34 ฟุต หลักสูตรขึ้นชมการกระโดดร่มจากบอลลูน ฯลฯ นอกจากการเลาะค่ายทหารที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว ทางทหารยังเปิดม่านโชว์ การสาธิตการฝึกให้ประชาชนได้เห็นอย่างใกล้ชิด โดยเป็นการซ้อมรบย่อยที่ค่ายทหารภาคกลางทำอยู่เป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้และปีต่อๆ ไปจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ดูอย่างใกล้ชิด นับว่าเป็นการถางทางการท่องเที่ยวอีกเส้นทางหนึ่ง เป็นการเที่ยวที่หัวใจจะหยุดเต้น ด้วยเสียงปืน เสียงระเบิด และแรงบดขยี้ของตีนตะขาบจากรถถังคันใหญ่ที่ย่ำลงไปบนถนนห่างจากหน้าคนดูไม่กี่สิบเมตร้

น่าเสียดายที่ปีนี้การประชาสัมพันธ์กระชั้นชิดไปหน่อย เพราะกว่าบทความชิ้นนี้จะผ่านตาของใครหลายคนการสาธิตการฝึกประจำปีของหน่วยทหารในเขตภาคกลางคงจบลงไปแล้ว เพราะการซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นเพียง 3 วันเท่านั้นคือวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2549 จะเปิดม่านให้ชมกันอีกทีก็ 1 ปีข้างหน้า แต่ไม่เป็นไร ผมขอเก็บเอาบรรยากาศ และความตื่นเต้นที่ได้สัมผัส มาให้ทุกๆ ท่านได้อิจฉา และตั้งหน้าตั้งตานับถอยหลังให้ครบ 1 ปีกันอย่างใจจดใจจ่อต่อไป

เริ่มจากที่แรก คือหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี (ผมไปวันที่ 4/11/49 เป็นวันซ้อมใหญ่ที่เหมือนจริงเพื่อเตรียมความพร้อม) หลังจากที่เชิดหน้าต้านลมหนาวของต้นฤดูผสมแดดอ่อนๆ ยามสายของวัน การสาธิตแรกคือการกระโดดร่มมอบช่อดอกไม้ของเหล่าพลร่ม การสาธิตแรกนี้ผมแหงนคอจนเมื่อยเพื่อไล่สายตาหาเครื่องบินที่ได้ยินแต่เสียงไปรอบตัว จู่ๆ ก็เห็นจุดเล็กๆ ค่อยๆ ขยายขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เครื่องบิน...

มันเป็นคนกับร่ม จวบจนการกระโดดร่มชุดสุดท้ายผมก็ยังมองไม่เห็นเครื่องบิน การกระโดดร่มชุดท้ายสุดนี้เป็นการแสดงยุทธวิธีพิเศษชนิดโดด 2 คน (TANDEM) ก่อนหน้านี้ก็เป็นการกระโดดร่มวิธีต่างๆ เราสามารถแหงนมองจุดเล็กๆ บนฟ้าที่ขยายใหญ่ลงมาอย่างช้าๆ จนกระทั่งเห็นเป็นรูปเป็นร่าง แล้วเห็นหน้าตา เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณเห็นหน้าตาของเขา หากเผลอกระพริบตาก็จะเห็นนักกระโดดร่มวิ่งหลุนๆ อยู่เบื้องหน้า โดยมีร่มอันใหญ่รั้งท้ายไว้ หรือหากกระพริบตานานกว่านั้นก็จะพบภาพเขาและเธอ (ใช่! มีทั้งชายและหญิง) กำลังพับร่มเก็บอย่างชำนาญ ถึงแม้จะพลาดโอกาสการมองเห็นเท้าของพลร่มแตะพื้น ไม่ต้องเสียใจเพราะพวกเขาและเธอจะทยอยกันลงมาจากฟากฟ้าอีกหลายสิบคน เว้นเสียว่าคุณจะเผลอไปหมดทุกครั้งอันนั้นก็ช่วยไม่ได้ แต่ขอเตือนว่าอย่าแหงนคอจนไม่ระวัง เพราะพลร่มอาจจะเลือกที่หมายในการลงสู่พื้นดินเป็นคอคุณก็ได้ เนื่องจากเราได้สัมผัสใกล้ชิดถึงขนาดนั้นจริงๆ

การกระโดดร่มผ่านไป ทีนี้ก็ถึงคราวความรื่นเริงของเสียงเพลง ใช่ว่าฝ่ามืออันแข็งแกร่งจะจับปืนเป็นอย่างเดียว เหล่าทหารหาญของเราก็เล่นดนตรีได้คล่องแคล่วไม่แพ้เหนี่ยวกันปืนเหมือนกัน บทเพลงพระราชนิพนธ์ผ่านไป 3 เพลง โฆษกก็ประกาศจบการแสดง ต่อไปเชิญสัมผัสความตื่นเต้นของรอบเช้าด้วยการสาธิตการชิงตัวประกัน (โฆษกไม่ได้พูดอย่างนี้ ผมพูดเอง)

เสียงเอะอะโวยวายและการฉุดกระชากลากถู ของโจรก่อการร้ายกับตัวประกัน ดังอยู่ข้างๆ เต็นท์ (ที่คนดูนั่งชม) สักครู่กระบะสีขาว 2 ตอนขับผ่านหน้าเต็นท์อย่างเร็ว ฝุ่นตลบอบอวนไปหมดมองอะไรไม่ค่อยชัดนัก หลังจากที่รับตัวประกันและวิ่งฝ่าฝุ่นออกไปกบดานที่รังแล้ว เสียงเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ก็ดัง ผึบผับๆ มาทางหลังเต็นท์ ค่อยๆ บินต่ำลงมาเรื่อยๆ เพื่อลำเลียงหน่วยช่วยเหลือตัวประกัน ปัง! เสียงปืนดังลั่น ทำเอาผมที่ยืนเก้ๆ กังๆ ติดตามเรื่องราวอยู่นั้นทรุดนั่งลงทันที คำว่าหัวใจหล่นลงตาตุ่มก็เพิ่งประจักษ์ครั้งนี้ล่ะครับ หลังจากสติที่หนีเตลิดไปเพราะเสียงปืนกลับมา ผมรีบยืนขึ้น เนื่องจากมาทบทวนความจำที่โฆษกประกาศแล้วก่อนการสาธิตจะเริ่มขึ้นว่าจะมีการใช้ปืนจริงยิงเป้าที่สมมุติว่าเป็นผู้ร้ายก่อนที่ ฮ.จะลง และกำชับว่าอย่าได้ลงไปในสนามเด็ดขาด ส่วนนักแม่นปืนนายนั้นก็ชุ่มยิงอยู่บนหลังคาโรงรถบนหัวผมนั่นเอง ผมไปยืนที่นั่นทำไม? ก็เพื่อหามุมเก็บภาพสวยๆ มาฝากไงครับ แต่หลังจากที่ทรุดลงเพราะความตกใจ ก็ต้องรีบเดินหนี เพราะรอยยิ้มแบบขันๆ ของทหารที่ดูแลความสะดวกรอบๆ นั้นมันเหลือทนจริงๆ อาย

ฮ.ลงจอดหน้าเต็นท์ใกล้ๆ รังโจร ฝุ่นพุ่งตรงเข้าตาของผู้ชมด้วยแรงใบพัดทันที ส่วนผมนั้นยืนนิ่งคอยดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น สักครู่รถบรรทุกทหาร และมอเตอร์ไซต์วิบากก็ปราดเข้าไปจอดหน้ารังโจรนั้น ทหารจาก ฮ. และจากรถกรูกันขึ้นไปบนบ้านเสียงปืนดังลั่น (ปืนสี แต่ในใจผมนั้นเสียงมันดังมากๆ ก็ลองตกลงใจแล้วอะไรก็อลังการไปหมดแหล่ะครับ ) ไม่ถึง 3 นาทีโจรร้ายตายเกลื่อน ตัวประกันถูกพาขึ้น ฮ. ที่วกมาคอยรับอีกฝากหนึ่งของบ้าน เป็นอันจบภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน แต่สิ่งที่ยังไม่จบคือเสียงเต้นของหัวใจที่ดัง ตุบ...ตุบ... ช้า แต่ดัง

ต่อจากนั้นคือการแสดงสาธิต Static Display เป็นการโชว์อาวุธทุกชนิด ตลอดจนเครื่องแต่งกายของทหารหน่วยต่างๆ ได้เข้าไปยืนหุ่นล้ำๆ บึกบึน แถมเครื่องแบบสุดเท่ห์ที่ปกปิดความกำยำเอาไว้นั้นทำให้อยากกลายเป็นหญิงเสียวินาทีนั้นเลย

ชื่นชมเครื่องแบบและอาวุธพอแล้ว ถึงการสาธิตการเอาตัวรอดในป่ากันบ้าง เป็นการแสดงให้เห็นว่าเมื่อเผชิญหน้ากับอสรพิษร้ายอย่างจงอางควรทำอย่างไร เมื่อทำถูกวิธีแล้วไอ้ที่ว่าร้ายก็เด็กอมมือดีๆ นี่เองครับ หลังจากวันนั้นผมเลิกกลัวงูไปแล้ว ส่วนใครที่อยากรู้วิธีก็ไปสัมผัสกันเองก็แล้วกัน

เหนื่อยกันหรือยัง ให้พักกันก่อนนิดหนึ่ง... ไปกัน ไปดูการสาธิตยุทธวิธีทางน้ำกันต่อ ไม่ใช่แค่ทหารเรือเท่านั้นที่คล่องแคล่วในสายธาร ทหารบกก็ใช่ย่อย การสาธิตหมวดนี้คุณจะได้พบการซุ่มจอมตีทางน้ำ และเสียงปืนที่ดังขึ้นได้ทุกทิศที่คุณไม่สามารถรับรู้ได้เลย แม้กระทั่งได้ฝ่าเท้าคุณ

จบ ในการสาธิตของ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี ต่อด้วย ที่สนามยิงปืนใหญ่รถถัง ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี การแสดงเริ่มตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป ที่นี่ผมจะพาคุณไปพบกับตำนานรถถังรุ่นแรกที่เข้ามาทักทายเมืองไทยจนถึงรุ่นที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลครบทุกคัน

เริ่มด้วยการแสดงม้าต่างๆ อย่างสมเกียรติทหารม้า แล้วมาทึ่งกับวิวัฒนาการของรถถังรุ่นต่างๆ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา แล้วมาอุดหูให้มั่นเพราะเสียงดังของปืนใหญ่รถถังอาจทำให้หูอื้อไปหลายวัน เพียงระยะห่างของรถถังไม่กี่สิบเมตรจากอัฒจรรย์ที่นั่งชม เราสามารถเห็นไฟจากปากกระบอกรถถังวิ่งออกไปก่อนที่เสียง ปัง! จะดังขึ้นแล้วหลังจากนั้นประมาณ 10 – 20 วินาที ก็จะเกิดเสียง ตูม! ไกลๆ บนยอดเขา ได้เห็นจริงๆ ได้ยินจังๆ ไม่ใช่แค่หนัง แต่เป็นเรื่องจริงที่สัมผัสได้ มีไม่กี่มากน้อยเหตุการณ์ที่จะทำให้เราได้สัมผัสความเร้าใจเยี่ยงนี้ นับว่าเป็นการดี ที่เขตทหารเข้าได้

ท่วงท่าอันสง่างามของม้าศึกที่ก้าวย่างอย่างองอาจ มายืนเด่นอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับการสาธิตการสู้รบบนหลังม้าของทหารไทย ท่ากวัดแกว่งดาบช่างหนักหน่วงและสวยงามสมชาติทหาร กำลังหลงใหลในท่วงท่าของสัตว์พาหนะในสมัยโบราณไม่นานเท่าไหร่ พาหนะสงครามในยุคปัจจุบัน ก็เคลื่อนตัวเองออกไปสู่ทุ่งโล่งเบื้องหน้า คำรามเสียง ตูม ตาม จนพื้นที่สนั่นหวั่นไหว ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืนและควันไฟ คันต่อๆ มาก็แสดงแสนยานุภาพให้เราเห็น ทุกครั้งที่ลูกระเบิดพุ่งออกจากลังเพลิง เหมือนหัวใจจะทยานออกไปด้วยเสมอ บอกได้คำเดียวว่าตื่นเต้นอย่างแรง

สิ้นสุดการสาธิตการซ้อมรับประจำปี ของวันนี้ ผมได้มีโอกาสไปถ่ายภาพกับทหารม้า และพาหนะทั้งหลายตามใจชอบอย่างเป็นกันเอง นอกจากภาพความประทับใจที่เผยเด่นอยู่ในรูป และความทรงจำแล้ว ความตื่นเต้นครั้งนี้คงหาสิ่งใดมาเทียมได้ยาก นอกจากสงครามจริงๆ ซึ่งอันนี้ไม่ปรารถนาล่ะครับ

ยังเหลืออีกหน่วยคือ ศูนย์การทหารราบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันนี้ผมไม่ได้ไปดู จึงไม่อาจเอาภาพและประสบการณ์มาถ่ายทอดได้ การแสดงการสาธิตการฝึกก็จะมี การยิงอาวุธทหารราบประกอบการปฏิบัติทางยุทธวิธี, การยิงปืนทางยุทธวิธี ของนักยิงปืนทางยุทธวิธี ทบ. และชมการแสดงยุทโธปกรณ์ทหารราบ คาดว่าคงเร้าใจไม่แพ้กันครับ ขึ้นชื่อว่าทหารแล้วนี่

ท่านใดสนใจความตื่นเต้นเร้าใจอย่างนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครับ




 
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618