Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Let's Talk
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


พวกหนูไม่ได้เกี่ยวอะไร กับคอลัมน์นี้หรอกนะคะ แต่ขอลงเว็บด้วย แบบว่า...อยากดังอ่ะค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 


เด็กหญิงวีร์ กับเด็กชายวิศ

Let's talk

แล้วอีกหนึ่งปีก็ผ่านมา...ผ่านไป กับคำถามมากมายที่ดองเอาไว้ แต่ยังไม่มีโอกาสตอบ
คิดถึงค่ะ คิดถึง และขอย้ำว่าหัวใจยังอยู่ในบ้านหลังเก่าเสมอ
เว็บ YES! ของพวกเราในปีนี้ เฉื่อยๆ ช้าๆ ไปบ้าง ก็ตามสภาพร่างกาย และภาระหน้าที่ของชีวิตค่ะ ไม่มีอะไรจะแก้ตัว
แต่ดีที่ YES! คือบ้าน เราอาจจะจากบ้านไปไหนต่อไหน แต่ยังไงก็ต้องกลับ
แม้ว่าบ้านเล็กๆของเราจะรกจะเก่าไปบ้าง ไม่ค่อยได้ดูแลตกแต่ง
หลายคนบ่นว่า ดอกไม้ในแจกันห้องรับแขกของบ้านนี้เหี่ยวเหลือเกิน ทำไมไม่เปลี่ยนเสียที
เป็นเพราะปีนี้แม่บ้านออกไปทำธุระนอกบ้านเสียเยอะ ซึ่งก็ไม่ได้ไปทำอะไรนอกลู่นอกทางหรอกนะคะ
ที่สุดแล้ว...ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อ "บ้านหลังนี้"...บ้านที่ชื่อว่า YES! นี่แหละ
พูดตอนนี้บางคนอาจจะยังไม่เชื่อ แต่เมื่อไหร่ภาพจิ๊กซอว์ที่เราค่อยๆต่อเติมจากตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยเริ่มแสดงให้เห็นภาพรวมเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อนั้น พวกเราคงจะถึงบางอ้อ ว่าดิฉันหายไปทำอะไรมาบ้าง ในหนึ่งปีที่ผ่านมา

คงต้องเท้าความกันสักนิด สำหรับเพื่อนเก่า และบอกเล่าเก้าสิบให้รู้จักกันดีมากขึ้นสำหรับเพื่อนใหม่
เราเริ่มต้นทำเว็บ YES! ขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน จำได้ไหมคะ
เมื่อเดือนสิงหาคม 2545 เราพบกันครั้งแรกในงานเปิดตัวเว็บแมกกาซีนออนไลน์ yes-wedo.com ตอนนั้นเว็บนี้ยังไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรมาก หน้าเว็บก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก แต่กำลังใจจากเพื่อนๆ อบอุ่นเหลือเกิน ทำให้คนสร้างบ้านเล็กๆหลังนี้ มีกำลังใจและเรี่ยวแรงเดินหน้า

สิงหาคม 2546 เว็บ yes-wedo.com เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น มีคนแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนสม่ำเสมอ พวกเราช่วยกันทำหนังสือ pocket magazine ออกมาในชื่อ YES! Magazine เล่มแรก คู่มือล่าฝัน บอกเล่าเรื่องราวดีๆสำหรับคนอยากเป็นนักเขียนและคนอยากทำหนังสือ ใครจะไปเชื่อคะ ว่าหนังสือนิตยสารเล่มเล็กๆ พิมพ์ขาวดำทั้งเล่ม จัดอาร์ตเวิร์คเรียบๆไม่หวือหวาสะดุดตาจะขายตัวมันเองได้จนเราต้องพิมพ์ซ้ำ ทั้งที่เวลาไปตามแผงก็หายากหาเย็น บางร้านแทบไม่มีขาย จนเพื่อนนักอ่านบางคนต้องลงทุนเดินทางมาซื้อถึงที่ออฟฟิศ ค่าขายหนังสือน่ะไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ขอบอกว่าในวันที่มีคนเดินมาถึงบ้าน บอกว่าอยากอ่านหนังสือที่เราทำ ทีมงาน YES! ดีใจกันใหญ่เกือบจะกระโดดขึ้นไปแก้ผ้าเต้นบนหลังคา

หนังสือ YES! Magazine เล่มสอง คู่มือล่าฝัน บันไดตะกายดาว คลอดตามมา หน้าตาหนังสือไม่ได้โก้เก๋ไปกว่าเล่มแรก แต่กำลังใจจากคนอ่านยังคงอบอุ่น จนทำให้พวกเราต้องหันมาถามกันเองว่า…
"เฮ้ย! พวกเรามาฝึกทำหนังสือจริงๆกันเสียทีดีไหม (วะ)"
คำตอบคือทุกคนพยักหน้า เพราะเราอยากมีความรู้เรื่องหนังสือ จะได้เอามาทำหนังสือ YES! ของเราให้ดีๆ
แต่เมื่อมองไปรอบตัว ไม่มีโรงเรียนไหนเปิดสอนวิชาการทำหนังสือ และโชคร้ายเหลือเกินที่บก. YES! ก็แก่จนไม่มีสำนักพิมพ์ไหนยอมรับเข้าไปเป็นเด็กฝึกงาน ถึงขนาดดิฉันเสนอตัวว่าจะกลับไปใส่ชุดนักศึกษา วิ่งซีร็อกหรือชงกาแฟในกองบก.ให้ก็ยอม ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครเมตตารับเข้าไปเป็นนักข่าวหรือกองบก.เลย (แงๆๆ)

และแล้ว โชคชะตาก็ทำให้ได้รู้จักกับนิตยสาร HI-CLASS ซึ่งเป็นนิตยสารที่มีประวัติยาวนานมากว่ายี่สิบปี โจทย์ก็คือ HI-CLASS ต้องการบก.คนรุ่นใหม่ ส่วนโจทย์ของฉันก็คือต้องการโอกาสเรียนรู้งานทำหนังสืออย่างเต็มรูปแบบทั้งระบบ เมื่อเราตอบโจทย์ของกันและกัน กระบวนการเรียนรู้แบบถึงลูกถึงคนก็เริ่มต้นขึ้น ดิฉันได้รับประสบการณ์ทั้งสุขและทุกข์ บู๊เลือดสาด น้ำตาท่วมจอ ได้สัมผัสมิติที่ซับซ้อนและหลากหลายของคน รวมถึงได้เห็นด้านมืดของตัวเองด้วย (น่ากลัวไหมล่ะ…ฮึ่ม) ก็ที่ HI-CLASS นี่แหละค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือได้รู้ว่า ถ้าใครจะทำนิตยสารขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง (หรือหลายเล่ม) จะต้องทำอะไรบ้าง เป็นตัวอย่างของกระบวนการล่าฝันแบบเอาชีวิตจริงเข้าแลก แตกจริง เจ็บจริงยิ่งกว่ารายการเรียลลิตี้โชว์
เป็นหนึ่งคำตอบสำหรับประโยคที่ว่า "ตื่นขึ้นมาฝัน" ไม่ใช่ฝันหวานลมๆแล้งๆ

สิงหาคม 2547 เราจัดงานครบรอบ 2 ปี เว็บไซต์ yes-wedo.com งานคืนนั้นชักจะใหญ่โตกว่าสองปีที่ผ่านมา ทั้งเพื่อนนักเขียนนักอ่านและสื่อมวลชนมากันเยอะจนลานซีเมนต์หน้าบ้านเก่าหลังเล็กๆของพวกเรายิ่งดูแคบไปถนัดใจ บรรยากาศดูเป็นทางการมากขึ้นนิดหน่อย แต่ยังคงอบอุ่น คงคอนเซ็ปต์ของงานแบบ 'บ้านๆ' ตามสไตล์ YES!

ข้อสอบบทหลังๆของ HI-CLASS ชักจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆค่ะ ปี 2548 พวกเราตัดสินใจพักหนังสือ YES! ไว้บนหิ้งชั่วคราว รอวันที่สอบเสร็จ เรียนจบคอร์ส บ่มฟักประสบการณ์ของทีมงานกล้าแข็งพอแล้ว จึงจะกลับมาเดินหน้าลุยกันอย่างเต็มแรง ให้ถึงขนาดที่เรายืดอกบอกใครๆได้ว่าเราทำหนังสือเป็นอาชีพ เหตุผลสำคัญที่ดิฉันกระโดดลงไปคลุกกับ HI-CLASS ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ก็เพราะมองเห็นแล้วว่า HI-CLASS เป็นนิตยสารที่มีเจตนาดีต่อสังคมเช่นเดียวกับ YES! เพียงแต่กลุ่มผู้อ่านต่างรุ่นกันเท่านั้นเอง

ปี 2548 เป็นที่แปลกอยู่อย่างค่ะ คือ เป็นปีที่มี 'คนท้อง' ปรากฏตามข่าวมากเป็นพิเศษ และให้บังเอิญที่บก.เว็บ YES! ดันอยากจะท้องตามแฟชั่นกะเขาบ้าง อาศัยว่ามีสามีเป็นตัวเป็นตนและมดลูกยังไม่เสื่อม แผนตั้งท้องเพื่อให้ดูอินเทรนด์จึงสำเร็จได้ไม่ยากนัก

ขณะที่ท้องได้หกเดือน ปรากฏว่าบุญหล่นทับ! นิตยสาร HOME&DeCOR ในเครือ GM ได้ให้โอกาสดิฉันเข้าไปร่วมงานด้วยในฐานะบรรณาธิการบริหาร ดิฉันเชื่อว่าการได้เป็นส่วนหนึ่งของค่าย GM เป็นความฝันของคนทำหนังสือหลายๆคนในประเทศนี้ ลองคิดดูสิคะว่ามันจะวิเศษขนาดไหนหากได้ทำงานในบริษัทของปกรณ์ พงศ์วราภา ได้เป็นลูกน้องของณิพรรณ กุลประสูตร ได้นั่งโต๊ะข้างๆโตมร ศุขปรีชา ได้กระทบไหล่วรพจน์ พันธุ์พงศ์ในฐานะเพื่อนร่วมงาน และรายล้อมไปด้วยมืออาชีพอีกมากมายหลายคน แม้จะต้องอุ้มท้องโย้อุ้ยอ้ายเข้าไปทำงาน ดิฉันก็ไม่มีปัญหา ทำงานให้กับ HOME&DeCOR มาจนใกล้กำหนดคลอดในเดือนกรกฎาคม 2548

ก็เพราะแว๊บไปคลอดนี่แหละค่ะ สิงหาคม ปี 2548 นี้เราถึงยังไม่ได้จัดงาน YES! Party 2005 คนที่กลัวว่าเราจะเลิกทำ เลิกจัด ขอบอกดังๆเลยนะคะ ว่า
เราไม่ได้ทำ YES! เป็นธุรกิจ แต่ทำเป็นชีวิตจิตใจ รับรองว่ายังไงก็ไม่เจ๊ง !
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวค่ะ อาจจะช้าหน่อย แต่ยังไงก็ไม่เลิกแน่นอน อย่าลืมแวะมาติดตามข่าวคราวกันที่ yes-wedo.com บ้างนะคะ ตอนนี้ดิฉันแข็งแรงดีแล้วชักจะคันไม้คันมืออยากจะจัดงาน ในเร็วๆนี้คงมีงานดีๆของ YES! มาบอกกัน
ก็คงเป็นงานเล็กๆบ้านๆ เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ แต่จะที่ไหนยังไงนั้น เดี๋ยวจะประกาศให้ทราบ
แฟน YES! อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ

กลับมา (อีก) แล้วค่ะ

วีร์วิศ

 

 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618