Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Let's Talk
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
Let's talk


ตั้งแต่ได้ออกเดินในทางที่ตัวเองเลือก ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรต่ออะไรให้ได้ชื่อว่าเป็นคนดีของสังคม เหมือนตลอดชีวิตที่ผ่านๆมา อิฉันเริ่มรู้สึกได้ทันทีว่าเวลาทุกๆวันในชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ล้ำค่า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นความเลว แต่เป็นสิ่งดีในความคิดความเชื่อของตัวเอง

เส้นทางไม่เรียบง่ายเหมือนเดินไปตามกระแสชีวิตในรูปแบบเดิม แต่ก่อนไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ไม่เคยต้องวางแผนชีวิตไกลๆ มีกิน มีใช้ มีเที่ยว ไม่เดือดร้อน ระบบทำงานให้หมด แค่เอาตัวเข้าไปวางบนสายพาน มันก็มีกลไกที่มองไม่เห็น คอยหมุนให้เคลื่อนที่ไปเอง ครบรอบก็ต่อรอบใหม่ไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด

ต่างกับชีวิตตอนนี้ ต้องหมุนเอง หาแรงขับเคลื่อนเอง กำหนดเป้าหมายด้วยตัวเอง เหนื่อยก็หยุดเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาแจกวันลาพักร้อน แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็น ลงแรงไปเท่าไรก็ไม่เคยเหนื่อย สนุก ตื่นเต้นทุกวัน ไม่เคยมีใครต้องปลุกให้ตื่น มีแต่รอให้เช้าเร็วๆจะได้ตื่นมาเต้นรำกับเพลงชีวิตในวันใหม่ๆ ไม่จำกัดลีลาท่าเต้น
ทุกเช้า เมื่อหลาย(สิบ)ปีก่อน ฉันอยากเกิดเป็นหมา เวลาพ่อแม่ปลุกให้ลุกไปโรงเรียน ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนถ้านั่งรถไปก็แค่ 5 นาที ถ้าเดินไปก็ประมาณ 15 นาที โรงเรียนเข้าแปดโมงครึ่ง ตื่นแปดโมงยังทันถมเถ แต่ไม่มีสักวันที่ฉันอยากจะตื่นเอง เกิดเป็นคนมันเหนื่อยยากเข็ญ เทียบกับชีวิตไอ้หมาปุยแล้วอิจฉามันเหลือเกิน อยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอด แล้วเกิดใหม่เป็นหมา จากอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ฉันทนเรียนให้มันพ้นๆไปทีละเทอม ...ทีละเทอม การได้รับวิชาความรู้ใหม่ๆเป็นความสุข แต่การทนเรียนเป็นความทุกข์อย่างมหันต์ การสอบได้คะแนนดีๆเป็นเพียงความสะใจ แต่การเป็นนักเรียนที่ดีเป็นความทรมาน เราต้องเรียนอะไรมากมาย แต่รู้เพิ่มขึ้นแค่นิดเดียว

บางทีก็แอบคิดขึ้นมาลอยๆ การถูกบังคับให้ทำตามระเบียบวินัย ทำให้เราสูญเสียระเบียบวินัยในตัวเอง ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่แอบเชื่ออย่างนั้นมาตลอด
เชื่อว่าระเบียบของสังคม บังคับให้คนดำเนินไปตามเป้าหมายของสังคม ส่วนการเดินไปสู่เป้าหมายของตัวเอง ต้องมีระเบียบวินัยของตัวเองเป็นเครื่องบังคับ

คนส่วนมากเอาเป้าหมายตัวเองไปฝากไว้กับเป้าหมายสังคม ต้องเรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ หาเงินได้เยอะๆ มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว มีลูกน่ารัก ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คณะดีๆ ออกมาทำงานดีๆ……ขี้เกียจเขียน ใครอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆก็ cut อันที่เขียนตอนต้นมา paste อ่านต่อกันไปเอง จะได้ใจความถูกต้องเหมือนกัน

เมื่อให้เป้าหมายของสังคมเป็นเป้าหมายชีวิต เป้าหมายในตัวเองก็ถูกละเลย ความเป็นตัวเองมีค่าน้อยลงทุกวัน ความแตกต่างระหว่างตัวเองกับคนอื่นๆจะค่อยๆหายไปทีละน้อย จนวันหนึ่งให้หลายๆคนมายืนเข้าแถวเรียงกันส่องกระจกดูอาจจำไม่ได้ ...KU คือ คนไหนหว่า ใครคือเรา แล้วเราเป็นใคร เราเกิดมาทำไม มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ว้า…นึกไม่ออก ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มานาน ก็เลยลืม หัวเราะแหะๆ Eแก่ในกระจกนั่นมันใครกันหนอ หน้าเหมือนยายที่ตายไปแล้วไม่มีผิด แล้วEแก่นั่น จะเหลือเวลาอีกกี่วัน มาทำตามความฝัน ช่างมันปะไร ดูแกก็อิ่มเอิบสมบูรณ์ดี ถึงแววตาจะว่างเปล่า ก็ไม่เห็นจะเป็นไร อยู่ไปอีกเดี๋ยวเดียวก็ตายแล้ว

คนบางคนชอบชีวิตสงบเรียบง่าย ขณะเดียวกับบางคนชอบชีวิตตื่นเต้นโลดโผน ความฝันของใครบางคนเป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่ายๆ ฝันแค่อยากมีชีวิตอยู่ ...ได้หายใจไปวันๆ ฝันแบบนี้อาจโดนเพื่อนดูถูกว่ากระจอก บางคนฝันอยากจะทำบ้าทำบออะไรอยู่ตลอดเวลา อาจมีเพื่อนบอกว่าน่าสนใจ ชีวิตมีสาระ แอคทีฟ
ประเด็นมีอยู่ว่า ...ฝันของใครจะเป็นยังไง ไม่ใช่เรื่องให้ชาวบ้านตัดสิน
ที่เขียนมาทั้งหมดก็แค่จะเตือนว่า ใครอยากจะทำอะไรก็ให้รีบๆลงมือทำเสียตั้งแต่วันนี้ เวลาในชีวิตคนเรามันอาจจะสั้นกว่าที่คิด ความเจ็บความตายมันไม่เข้าใครออกใคร อยู่บ้านเฉยๆรักษาชีวิตสุดขีด ก็มีสิทธิ์เดี้ยงได้ง่ายๆ และการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญเบื้องต้น ก่อนจะทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น
ขอหักมุมเปลี่ยนเรื่องแบบหน้าด้านๆเลยละกันนะคะ


คือขนาดอิฉัน ซึ่งปฏิบัติตนอยู่ในกรอบชีวิตที่ตัวเองตั้งไว้อย่างแน่วแน่ วันๆอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปตะลุยเสี่ยงตายที่ไหน พยายามกินอาหารสุขภาพ ลดเนื้อสัตว์เปลี่ยนมากินผักกินหญ้า วันดีคืนดียังท้องร่วงปางตาย แถมยังซวยซ้ำด้วยการเป็นลมล้มทั้งยืน หงายหลังหัวฟาดหมดสติ นอนสลบอยู่ตั้งนานไม่มีใครรู้ กว่าจะได้หามส่งโรงพยาบาลก็ชาไปทั้งตัว แขนขากระดิกไม่ได้ ปวดกะโหลกอยู่ตั้งหลายวัน ดีว่าไปตรวจแล้วสมองยังไม่เป็นอะไร หรือยังไม่เจอก็ไม่ทราบ ช่วงก่อนหน้านั้นคิดงานดีๆเอาไว้ได้เพียบ กะจะเขียนให้สนุก ก็ไม่สามารถนั่งทำงานได้นานๆเพราะปวดหลังปวดหัวมากๆ

จึงขอยกเรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆคนที่เริ่มจะคิดจะทำอะไรตามฝัน จงเริ่มที่ความพอดี และมองความเป็นจริงรอบๆตัว โดยเริ่มจากจุดที่ใกล้ที่สุดคือตัวเองก่อน พยายามดูแลพาหนะที่คุณจะใช้ล่องทะยานตามฝัน หมั่นเช็คสภาพเข้าอู่เติมลมเติมน้ำกลั่นสม่ำเสมอ อย่าไปคึกคะนองให้เจ็บหรือตายกับอะไรโง่ๆ จะมีเรื่องทะเลาะกับใครก็อย่าใช้อารมณ์สิ้นเปลือง จนเส้นเลือดในสมองแตก หรือฝ่ายตรงข้ามโกรธจนชักปืนออกมาส่องดับ พาหนะที่ว่าก็คือชีวิตร่างกายของคุณเอง ถ้ามันบุโรทั่ง ก็จะพาคุณไปไม่ได้ไกล พาลตายกลางทาง เสียอารมณ์ ส่วนถ้าทำดีที่สุดแล้วยังซวยสารพัด ก็จงทำใจเสียว่ามันเป็นเรื่องของเคราะห์กรรม แต่อย่างน้อย ...คุณก็จะไม่โทษตัวเอง
เพราะคุณก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าได้พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว
(แฮ่ๆ ที่จริงจะหาข้ออ้างว่าเป็นเพราะป่วย เลยเขียนคำนำฉบับนี้แบบโหลยโท่ย ไม่เป็นสับปะรด ....ฮึ! เกลียดนักคนรู้ทัน)


Wake Up & Dream

วีร์วิศ

 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618