เมื่อ เปลือก สำคัญกว่า กระพี้ ?
กลายเป็นกรณีที่ไม่พึงปรารถนาไปเสียแล้ว สำหรับนักแสดงสาวใจกล้าที่สวมชุดผ่ายาวไปโชว์เรือนร่างในงานสุพรรณหงส์ที่ผ่านไปไม่นานมานี้ แน่นอนว่าไม่อาจทราบได้ถึงเจตนาที่เจ้าหล่อนเลือกสวมชุดที่ผ่าจนเกินงามดังกล่าวไปออกงานสาธารณชน ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุหรือแรงดาลใจใด แต่ที่แน่ใจก็คือผลตอบรับจากการโชว์ครั้งนี้ไม่ค่อยแฮปปี้ทุกฝ่าย
คงไม่ขอกล่าววิเคราะห์กรณีผลสะท้อนกลับจากปรากฏการณ์นี้ หากการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เรามองเห็นอะไรบางอย่าง--
ว่าการโชว์เนื้อหนังมังสากลายเป็นความสามัญไปแล้วในสังคมนี้ โดยเฉพาะสถาบันที่บ่มเพาะเยาวชนและคนทั้งชาติอย่างวงการมายา ดารา นักร้อง
ปฏิเสธไหมว่านักร้องไทยทุกวันนี้ถ้าเป็นฝ่ายหญิงก็มุ่งเน้นความเซ็กซี่รัญจวนใจเป็นหลัก นุ่งสั้น คว้านลึก อะไรต่อมิอะไรที่จะดึงดูดสายตาหนุ่มๆ ให้มากลุ้มรุมที่เธอได้ หากเป็นฝ่ายชายก็มุ่งเน้นความหล่อเหลาเอาการเป็นที่ตั้ง เพื่อดึงสายตาและน้ำลายจากแฟนเพลงผู้หญิงเป็นหลัก
ปฏิเสธไหมว่าดาราไทยทุกวันนี้ ความสวย เซ็กซี่ โชว์นมโชว์ต้ม รวมถึงความหล่อ ความขาว ความดูดี คือสรรพสิ่งที่วงการต้องการนำมาเสนอต่อผู้ชม
แน่นอนอย่างที่รู้กันดีว่าเรื่องนี้มันโบราณนานเนมาแล้ว เพียงแต่ว่าปัจจุบันมันชัดเจนแจ่มแจ้งและรุนแรงกว่าที่ผ่านๆ มามากนัก
ทุกสิ่งอย่างมันตอกย้ำถึงภาวการณ์ปัจจุบันในบ้านเราเมืองเรา ว่าให้ความสำคัญกับ เปลือก มากกว่า กระพี้
เมื่อสถาบันมายาที่เป็นต้นแบบและสถานบ่มเพาะค่านิยมให้แก่ผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในประเทศให้ความนิยมใน เปลือก มากกว่า กระพี้ เราจึงเห็นวัยรุ่นนักศึกษาหญิงสมัยนี้นิยมความสั้นเต่อและรัดแน่นของชุดนักศึกษายิ่งขึ้น เราจึงเห็นแฟชั่นมากหน้าหลายตาที่แม้จะต่างรายละเอียดทางยี่ห้อหรือองค์ประกอบ แต่มีจุดร่วมอยู่ที่การมุ่งโชว์เรือนร่างของผู้สวมใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะโดย เปิดเผย หรือ รัดเอา ก็ตาม
ดังกล่าว ประชากรหัวสมัยใหม่หลายคนก็คงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ว่ามันคือการเปลี่ยนผ่านจากสังคมเก่าเป็นสังคมใหม่ ถึงตรงนี้คงไม่เถียงอะไรว่ามันคือการเปลี่ยนแปลง หากแต่ประเด็นอยู่ที่ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มันนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น หรือเลวลง?
คำถามจากปรากกฎการณ์การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยในประเด็นนี้ก็คือการมุ่งเน้นโชว์ เปลือก นั้นให้สาระหรือคุณวิเศษอะไรแก่สังคมและตัวของผู้โชว์เอง
แน่นอนว่าว่าทางแฟชั่นศาสตร์ก็จะตอกกลับมาว่ามันคือความฟูเฟื่องของศิลปะการตัดเย็บหรือเป็นภาวะที่แสดงออกถึงความเจริญของวงการก็อาจเป็นได้ หากแต่แฟชั่นคือปัจจัยในการดำรงชีวิตอยู่ของเราหรือไม่?
หัวหมออาจจะบอกว่าอยู่ในข่าย เครื่องนุ่งห่ม ก็ว่ากันไป และคงไม่ขอว่าอะไรอีกเพราะคงขุดไม่ขึ้น แยกไม่ออกระหว่าง มายา กับ สัจธรรม
จะโดยแก้ต่างอย่างไรก็ตาม แต่สุดท้ายมันก็ตอกย้ำดังเช่นที่กล่าวไปแล้ว ว่าสังคมเราทุกวันนี้คือสังคมที่บริโภค เปลือก มากกว่า กระพี้
มีคนเคยกล่าวว่า หากอยากรู้ว่าใครคนนั้นมีอะไรดี ให้ดูที่การแสดงออกของเขา ฉะนั้นปฏิเสธไหมว่าการที่คนรุ่นใหม่โชว์ เปลือก เป็นหลัก แปลว่า กระพี้ เขากลวงโบ๋ ใช่หรือไม่?
ดาราที่มุ่งโชว์เนื้อหนังมากกว่าความสามารถทางการแสดง แสดงถึงอะไร? เฉกเช่นนักศึกษาผู้หญิงทุกวันนี้ที่มุ่งโชว์มังสาเสียไม่บันยะบันยัง แสดงออกถึงอะไร?
จะเป็นอะไรไปได้นอกเสียจาก ข้างใน ของเธอไม่มีอะไรดีพอที่จะโชว์ จึงต้องโชว์ ข้างนอก อย่างนั้น
สัจธรรมของการบรรลุเป้าหมายแห่งความฝันที่เก็บรายละเอียดได้จากตัวอย่างที่ผ่านมาในอดีต ก็คือเจตนาของเรายึดมั่นในหลักอะไร เราก็จะได้เป็นอย่างนั้น
เมื่อยึดมั่นในสัจธรรม ย่อมได้ไปสู่ความสำเร็จที่เป็นสัจธรรม หากยึดมั่นในมายา ความสำเร็จที่ได้ไปถึงก็เป็นแค่มายา
ประสบความสำเร็จเช่นกัน แต่ถามว่า คุณค่า มันอยู่ตรงไหน? และอย่างใดมีความเป็น อมตะ มากกว่ากัน
ก็ไม่รู้ว่าโคนขาอ่อนหรือร่องอกขาวๆ ที่ภูมิใจนำเสนอกันนั้น จะช่วยยกระดับความเป็นสัตว์ประเสริฐให้แก่พวกเธอหรือไม่?
และในเมื่อสังคมมนุษย์พัฒนาไปด้วยศักยภาพทางปัญญา แล้วสังคมที่บริโภค เปลือก อย่างไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้ จะมีสภาพอย่างไรในวันพรุ่งนี้
เหนื่อยและสิ้นหวังเกินไปที่จะค้นหาคำตอบ
(15 กุมภาพันธ์ 2550)
'''''
''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' '''''
|
|