Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Point of View
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     

Point of View

 
   
คุณค่าระหว่างก้าวเท้า

เคยมีหลายคนพูดไว้ว่า “การไปถึงจุดหมาย ไม่สำคัญเท่าวิธีการที่ทำให้ไปถึง” ฟังเป็นข้อคิดที่ออกจะเชยนิดๆ ก็ว่าได้ ซึ่งคงด้วยเหตุแห่งความเชยนี้กระมัง ที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญของวิธีการก้าวเท้า เท่าความง่ายและความเร็วในการไปให้ถึงจุดหมาย

คงเคยได้ยินได้ฟังประโยคที่ว่า “ขอแค่ชนะ ไม่จำเป็นต้องสนวิธีการ” กันมาบ้างใช่ไหมครับ ผมเองก็เคยมีเพื่อนที่มีแนวคิดประเภทนี้อยู่บ้าง เป็นความจริงที่ต้องยอมรับครับ ว่าเขาสามารถไปถึงเป้าหมายของตัวเองได้แทบทุกครั้ง แต่ในทางกลับกัน เขากลับไม่ได้รับคำชื่นชมจากผู้คนรอบข้างเลย

ยกตัวอย่างอื่นประกอบสักเล็กน้อย ในเกมฟุตบอล อันนี้คอบอลคงเข้าใจเป็นอย่างดี การแข่งขันดำเนินมาถึงช่วงท้าย ทีมเอนำอยู่ และเลือกที่จะตั้งรับ หรืออุดนั่นแหละ มากกว่านั้นคือการถ่วงเวลา เตะบอลทิ้งบ้าง แกล้งเจ็บ ลงไปนอนบิดซ้ายบิดขวาอยู่กับพื้นหญ้าบ้าง ผลาญเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อที่คู่แข่งจะได้ไม่มีเวลาทำเกมบุก ทวงประตูคืน จบเกม ทีมเอคือผู้ชนะ แฟนๆ ทีมเอก็คงดีใจ แต่ขณะเดียวกัน แฟนทีมบีและคนอื่นที่เป็นกลาง ก็คงไม่แคล้วยักไหล่อย่างหมิ่นๆ ให้การกระทำของทีมเอ ซึ่งหากกลับกัน ทีมเอโดนคู่แข่งถ่วงเวลาหรืออุดประตู เขาก็คงไม่พอใจเช่นกัน

ฉันใดก็ฉันนั้น มันเป็นเรื่องของ “คุณค่า” ในการก้าวเท้าไปสู่จุดหมาย เสียงปรบมือหลังเกมการแข่งขันไม่จำเป็นจะต้องเป็นของผู้ชนะเสมอไป หลายต่อหลายครั้งที่ผู้แพ้ได้รับเสียงปรบมือ ขณะที่ผู้ชนะถูกโห่ เหมือนที่นักชกไทยคนหนึ่งวิ่งหนีนักชกจากคิวบาในการชกชิงเหรียญทองโอลิมปิกยกสุดท้าย จนถูกแฟนๆ รอบสนามโห่ให้ ยาวไปจนถึงตอนขึ้นรับเหรียญรางวัล กลับกัน ในอีกรุ่นหนึ่งที่นักชกไทยขึ้นชิงเหรียญทองเหมือนกัน แต่ต่างตรงที่ว่าในยกสุดท้าย นักชกคิวบาที่มั่นใจว่าชนะแน่ เป็นฝ่ายวิ่งหนี ไม่ให้นักชกไทยตามต่อยได้ กลับเป็นฝ่ายถูกโห่ จนจบยก คนดูปรบมือให้นักชกไทยที่ได้เหรียญเงิน และโห่ให้นักชกคิวบาตอนขึ้นรับเหรียญทอง

มันเป็นเรื่องของน้ำใจนักกีฬา หรือสำนึกในคุณค่าของการกระทำในฐานที่เราเป็นมนุษย์ อันคือสัตว์ประเสริฐ

กระนั้น ในเกมกีฬาที่ต่างฝ่ายต่างต้องการเป็นฝ่ายชนะ ความประสงค์ของผู้แข่งขันมันพลิกหน้าพลิกหลังได้ตลอดเวลา การที่ทีมบีต้องบุกแลก ก็เกิดจากเงื่อนไขดังกล่าว บางทีในใจลึกๆ หากเขาเป็นฝ่ายนำอยู่ เขาอาจจะเลือกอุดก็ได้

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดกว่า คือการข้ามถนนใต้สะพานลอย ที่คติประจำใจของคนกลุ่มที่ชอบวิ่งข้ามถนน โดยใช้สะพานลอยเป็นที่บังแดดก็คือ “ก็จะข้ามให้มันเมื่อยขา เสียเวลาทำไม ในเมื่อวิ่งข้ามถนนแป๊บเดียวก็ถึง”

เพราะมันง่าย มันเร็ว แม้จะเสี่ยงตาย แต่ก็ถึงอีกฝั่งถนนได้เร็วกว่าเดินย่างขึ้นสะพานลอย ปฏิเสธไหมว่า คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นแบบนี้

(ข้อนี้ไม่น่ายกเว้นสำหรับคนแก่ที่มักแก้ตัวว่าแข้งขาไม่ดี เดินไม่ค่อยจะไหว เพราะมีหลายครั้งหลายคราที่ผมเห็นผู้เฒ่าผู้แก่เดินกระย่องกระแย่งขึ้นสะพานลอย บางคนแทบคลานไปตามขั้น แต่เขาก็ยังขึ้น! ดูแล้วหง่อมกว่าคนแก่หลายคนที่ผมเห็นวิ่งปร๋อข้ามถนนเสียอีก)

แทนที่จะเดินขึ้นสะพานลอย เพื่อความปลอดภัย คนส่วนใหญ่ทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กนักเรียน คนทำงาน และคนชรา ชายหญิง เลือกที่จะเสี่ยงตายและเสี่ยงโดนคนขับด่าโคตรเหง้าตระกูล เพียงเพราะมันสะดวกสบายและเร็วกว่า

ทั้งหมดทั้งมวล การกระทำใดๆ ของใคร มันล้วนต่างกระจก สะท้อนความคิดและสามัญสำนึกของคนคนนั้น ว่าเป็นคนประเภทไหน

เชื่อไหมว่า การมีคนด่าหรือถูกโห่ไล่ มันลดคุณค่าในตัวของเราเองไปโดยปริยาย ขณะที่การไม่ถูกด่า หนำซ้ำยังปรบมือให้ นั่นแปลว่าเรามีคุณค่า ที่คนทั่วไปยอมรับและนับถือ

อย่ามองว่าการได้เหรียญทองทำให้นักกีฬาคนหนึ่งมีคุณค่า ในเมื่อระหว่างทางที่ก้าวมา เขาวิ่งหนีเหมือนสุนัขเสียหมา หรือหดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่าปอดแหก หนักกว่านั้นคือการใช้วิชามาร ทำร้ายทำลายคู่แข่งขัน

และอย่ามองว่าการวิ่งไปถึงอีกฝั่งถนนคือความสำเร็จใหญ่หลวงที่น่าภาคภูมิ ในเมื่อระหว่างทางที่วิ่งมา มีคนตะโกนหรือสบถด่าบิดามารดาเรา

กระนั้น หากเราไม่สน ก็โปรดอย่านึกเคือง หากคนที่กำลังเดินข้ามสะพานลอย จะมองมาที่เราด้วยสายตาเหยี่ยวมองนกกระจอก

เพราะเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือ ที่สะพานลอยมันอยู่ “สูง” กว่าถนน

''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' ''''' '''''

 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618