| Home |  | About Us | | News |  | Yes! Club | | Job | | Book Shelf | | Webboard |  | Letter | 
 
น.พ. องอาจ จิรยาสถาพร
โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยการ
 

ปัจจุบันประกอบอาชีพอะไรครับ

เป็นแพทย์ ทางด้านทั่วไป มีทำงานทางด้านเด็กเป็นเฉพาะทางที่โรงพยาบาล แล้วก็ดูแลทางด้านภูมิแพ้และโรคผิวหนัง คือเรียนจบแพทย์ทั่วไปแล้วก็ต่อเฉพาะทาง ทางด้านกุมาร แล้วก็สนใจทางด้านภูมิแพ้และผิวหนังเป็นพิเศษ
แล้วก็ทำงานเพิ่มเติม ศึกษาเพิ่มเติม

ก่อนหน้าที่จะมาทำงานในโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยการ เคยทำอะไรมาก่อนหรือเปล่าครับ

ก็พอจบมาก็เป็นแพทย์ประจำอยู่ที่ต่างจังหวัด แล้วก็เปิดคลีนิค

การเตรียมตัวในการประกอบวิชาชีพนี้ต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

-ในเรื่องการศึกษา
ก็เริ่มจากการเรียน ม.ปลายจนจบ ก็ไปสอบเข้าคณะแพทย์ เรียน 6 ปี หลังจากนั้นจบมา ก็ทำงานตามสัญญาผูกพันกับรัฐบาล 3 ปี โดยโครงการเพิ่มพูนทักษะ 1 ปี แล้วก็ทำงานอีก 2 ปีหลังจากนั้นก็จะแยกไปทำงานอิสระ หรือจะเรียนต่อเฉพาะทาง 3-5 ปี และการเรียนเป็นแพทย์มันเป็นระบบปิดไม่ใช่ระบบเปิดเหมือนต่างประเทศ คือการเป็นแพทย์นั้น เราเรียนจบชั้นมัธยม แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนในคณะแพทย์และเรียนจบ จะมีพันธสัญญาที่จะต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัดทุกคนที่จบแพทย์ หรือถ้าไม่ใช้ทุน ลาออกก็จะสามารถไปทำงานส่วนตัวหรือไปเรียนต่อได้ (การใช้ทุน คือเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐบาล และเฉพาะคณะทางด้านสาธารณสุขเท่านั้น เช่นแพทย์ เภสัช ทันต แล้วก็พยาบาล ที่ถูกบังคับว่าเรียนจบ ต้องไปทำงานให้กับรัฐบาลก่อนเป็นเวลา 3 ปีแต่ถามจริงๆว่าตอนเรียนเค้าส่งเราเรียนมั้ย ก็ไม่ได้ส่งละครับ ค่าเทอมอะไรก็หาทางมาจ่ายเอาเอง คือเค้าอ้างว่าถ้าไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน หรือไปเรียน)มหาวิทยาลัยต่างประเทศค่าใช้จ่ายสูง แต่ของรัฐบาลคิดค่าหน่วยกิจเท่ากับคณะอื่นๆทั่วไป แต่จะมีหน่วยกิจมากกว่าคณะอื่นๆ ใช้เวลาเรียนนานกว่าคนอื่น แล้วก็จึงจำเป็นต้องให้นิสิต นักศึกษาแพทย์ใช้ทุน โดยนโยบายของรัฐบาลเพื่อต้องการกระจายบุคลากรแพทย์ไปยังต่างจังหวัดเพราะแพทย์ตามต่างจังหวัดยังขาดแคลน ไม่กว้างขวาง ไม่ทั่วถึงจึงเป็นที่เดือดร้อนของประชาชน จึงกำหนดการใช้ทุนให้กับนิสิต นักศึกษาแพทย์เพื่อการกระจายบุคลากรให้ตามต่างจังหวัดที่ขาดแคลน

 

ถ้านักศึกษาที่ต้องการเรียนคณะแพทย์แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเรียนได้หรือไม่

สำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เองก็สามารถขอทุนได้ ซึ่งเค้ามีทุนอยู่มากมาย เพียงแต่ว่า อายไม่กล้าขอ หรือไม่แน่ใจว่าขอไปแล้วจะได้หรือเปล่า หรือได้ก็ไม่รู้ว่าเค้าให้มากน้อยแค่ไหน การที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันขึ้นอยู่กับความสามารถ มีทักษะ มีสติปัญญา

ทัศนคติของคนในอาชีพนี้ว่าจะต้องมีทัศนคติอย่างไร

ส่วนใหญ่แล้วบังเอิญว่าระบบในปัจจุบันไปบังคับให้คนที่เรียนเก่งเท่านั้น ที่จะได้มาเรียนแพทย์ เด็กในเมืองไทยยังมีค่านิยมว่า ฉันเรียนเก่งฉันต้องเรียนแพทย์ คิดว่าแพทย์เป็นอาชีพที่เลิศหรู ถ้าเข้ามาได้จะดีมาก ก็พยายามที่จะตะแบงมาเรียนกันเยอะๆเลยทำให้คะแนนของการเรียนแพทย์มันสูงมาก ส่วนลักษณะของของผู้ที่จะมาเรียนแพทย์นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีสติปัญญาดีพอที่จะรียนจบได้ มีความขยันขันแข็ง อดทน และต้องเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อความเครียดสูงมาก มีความขยันขันแข็ง และต้องมีสัมพันธภาพที่ดี

มีความสุขมั้ยในการทำงานในอาชีพที่ทำอยู่มั้ย

จริงๆผมว่าทุกอาชีพมีทั้งสุขและทุกพอกัน แล้วแต่ว่าใครจะเอาสุขมาคิดหรือเอาทุกมาคิด ถามว่ามีความสุขมั้ย มีความสุขครับ ก็ล่าสุดอย่างเร็วๆนี้ก็เช่น คนไข้ผู้หญิงอายุ 80 เค้าหอบการรักษาก็คิดว่าเคาจะตายอยู่แล้วละ แล้วผมอยู่เวรก็ได้เห็นเข้า ก็ได้เริ่มต้นการรักษาใหม่หมด ในที่สุดก็หายกลับบ้านเป็นปกติ ซึ่งระหว่างการรักษาใครๆก็เห็นว่าถ้าทางไม่รอดแน่แล้ว ในที่สุดผู้ป่วยก็มีกำลังใจ แล้วก็ได้รับการรัษาจนหายเป็นปกติ เค้าก็มาขอบคุณอยู่เสมอ แม้แต่เสื้อทองแดงที่ซื้อยากๆ เค้าก็ไปหาซื้อมาให้ก็รู้สึขอบคุณ มันมีอะไรที่เล็กๆน้อยๆกลับมาโดยที่ไม่คาดหวัง ก็จะเป็นความสุขทางใจ ผมเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เป็นะไรที่ยึดเหนี่ยวให้ทำงานอาชีพนี้ ในส่วนที่ไม่มีความสุข ก็เพราะงานหนักเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาที่จะทำไหว ติดต่อเนื่องกัน

 

แล้วถ้าพูดถึงเรื่องรายได้ในอาชีพนี้

อยากให้เปรียบเทียบแพทย์กับอาชีพอื่น ผมว่าแพทย์เป็นกรรมรอาชีพชั้นสูง ถ้าแพทย์ลงมือทำงานจึงจะได้ตังค์ วันไหนแพทย์หยุดอยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้เข้าเวร ไม่ได้ออกตรวจ ก็ไม่มีสตางค์ ไม่เหมือนนักธุรกิจ ถ้าหยุดอยู่บ้านเฉยๆ ธุรกิจที่ทำอยู่ก็สามารถ ดำเนินต่อไปได้ ถ้าพูดถึงเด็กที่พึ่งจบก็ต้องใช้ทุน 3 ปี เงินเดือน ประมาณ 7,000 - 8,000 บาท ในปัจจุบันนะครับ แล้วก็อาจจะมีสวัสดิการอื่นๆ เช่นค่าไม่ทำคลีนิคส่วนตัว10,000 บาท การอยู่เวรก็แล้วแต่โรงพยาบาล บางโรงพยาบาลก็ได้มาก บางโรงพยาบาลได้น้อย เฉลีjยแล้วก็จะได้ประมาณ 8,000 ถึง 12,000 รวมเบ็ดเสร็จล้วคนนึงก็จะได้ 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน สำหรับคนจบใหม่ ถ้าเป็นคลีนิค ก็จะได้รายได้ตั้งแต่ 15,000 - 50,000 บาทต่อเดือนตามแต่เปิดมากเปิดน้อย คนไข้ติดหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นพวกที่ทำโรงพยาบาลเอกชนทำมากได้มากทำน้อยได้น้อย ยกตัวอย่างแพทย์บางคนทำได้ 500,000 บาท แต่บางคนได้แค่ไม่กี่พันบาทก็มี

ส่วนตัวของคูณหมอเองมีเปิดคลีนิคด้วยหรือเปล่าครับ


คือเมื่อก่อนที่อยู่ต่างจังหวัด ก็มีเปิดคลีนิคด้วย พอยายมากรุงเทพก็มาเปิดที่กรุงเทพ ก็เปิดมาได้ 2 ปี


 

ทุนในการเปิดคลีนิคจะต้องมีทุนทรัพย์เท่าไร

ในการลงทุนเนี่ยถ้าในกรุงเทพไม่ว่าอาชีพอะไรแพงหมด ก็ขึ้นอยู่กับทำเล ถ้าเป็นกรุงเทพฯ ส่วนมากจะเปิดคลีนิคเฉพาะทางจึงจะมีคนไข้ที่ติดตามต่อเนื่องก็จะอยู่ได้ ถ้าไม่งั้นก็จะอยู่ไม่ได้ ในส่วนตัวดูในกรุงเทพฯในอนาคตอันใกล้ไม่ค่อยดี ถ้าผ่านไปอีก 5ปี 10 ปีก็ต้องมาดูกันใหม่ พอมีโครงการ 30 บาท คลีนิคทั่วไปส่วนใหญ่รายได้ก็จะลดลง เริ่มขาดทุนก็คงเริ่มจะปิดตัวในไม่ช้า เพราะคนทั่วไปจะไปใช้บริการ 30 บาทกัน
อย่างนิสิตนักศึกษาแพทย์ที่พึ่งจบมาสามารถทราบถึงรายละเอียดของอุปกรณ์หรือยาที่จะนำมาใช้ในคลีนิค
ไม่รู้ ต้องใช้ประสบการ แล้วส่วนใหญ่คนที่จะเปิดคลีนิคก็จะมาถามผมก่อนของพวกนี้มันสอนกันยาก แล้วคนส่นใหญ่ที่จบมายังไม่มาเปิดคลีนิคเหตุผลเพราะกลัวเจ็ง ไม่มีประสบการส่นมากจะมุ่งไปไปทำงานตามโรงพยาบาลเอกชน

เหตุผลที่คุณหมอจบมาแล้วคิดอย่างไรที่จะเปิดคลีนิค

ตอนนั้นผมเห็นว่าการเปิดคลีนิคเป็นธุรกิจ ณ ขณะนั้นผมเงินเดือนประมาณ 7,000 - 8,000 แต่ตอนนั้นอยากรอง
อยาเป็นเจ้าของกิจการ มันก็จะเป็นการรองทำธุรกิจอีกแบบหนึ่งจากที่เราเรียนมา เราต้องมีจุดประสงค์เลยว่าทำเพื่ออะไร
มีองค์กรของรัฐมั้ยที่จะมาคอยควบคุมหรือช่วยเหลือบุคลากรในวิชาชีพนี้มั้ย
มีครับแต่เป็นองค์กรอิสระ ในส่วนของรัฐไม่ได้ยุ่งเกี่ยว ส่วนการช่ยเหลือเค้าก็ไม่ได้มาช่ยเหลือหรอกครับ คล้ายๆกับสมาคมหอการค้าไทยค้าลงมาช่วยเหลืออะไรมั้ยก็มีบ้างเล็กๆน้อยๆ ถามว่าเป็นเรื่องเป็นราวมั้ยก็เปล่า แพทย์สภาก็คอยดูแลควบคุมนโยบาย การวางแผน การกระจายการศึกษา แล้วก็ทำหนาที่ทำเรื่องตรวจสอบในบางเรื่องที่มีคนขอมา เช่นตรวจสอบในเรื่องความผิดแพทย์

คุณหมอฝันไว้มั้ยว่าต่อไป จะเป็นอย่างไรในเรื่องชีวิต และการงาน

ออ...ถ้าในส่วนตัวเนี่ยถามว่าผมอยากรวยมั้ย ผมอยากรวย ถ้าถามคนอื่นว่าอยากรวยมั้ยบางคนก็ตอบว่าอยากรวย แต่ถ้าจะรวยได้ ทำอาชีพแพทย์ไม่รวย คิดว่าจะติองพลิกผันไปทำอาชีพอื่น แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร เราก็ต้องสั่งสมประสบการ ศึกษาหาความรู้ สำหรับการเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น คิดจะเปลี่ยนไปทั้งหมดมั้ยยังไม่ทราบนะครับผมว่าแพทย์ส่วนใหญ่ไม่อยากรวยในอาชีพแพทย์ เพราะเหมือนเป็นการไปรีดเงินคนไข้มากเกินไป
ไม่มีใครอยากไม่เงินจากหยาดเหงื่อและน้ำตาของคนอื่น ผมว่าอาชีพแพทย์มันเหมือนเป็นบันไดขั้นหนึ่งที่จะทำให้พอที่จะเลี้ยงตัวเองรอดมีฐานะทางสังคมพอประมาณในวงที่คนพอยอมรับได้ แต่ไม่รวย ส่วนตัวของผมเองแล้วจะสนใจงานด้านการลงทุน คือพอเรามีเงินอยู่สักก้อนหนึ่งทำงัยให้มันงอกเงยขึ้นมา โดยที่เราไม่ต้องออกแรงทำงานมาก สามรถใช้ชีวิตในการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพดูแลทางดานจิตใจ มีเวลากับครอบครัว มีเวลากับตัวเราเองมากขึ้น แทนที่เราจะเป็นทาสแต่เราใช้เงินไปทำงาน คือให้เงินเนี่ยสามารถจะแตกดอกออกผล หรือว่าทำงานเป็นเงินกลับมาหาเราได้

 

 
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com