Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
REALITY SUPPORT
ดวงฤทธิ์ บุนนาค:หลักการคือความจริง




หนึ่งในวิชาชีพยอดนิยมซึ่งเป็นที่ใฝ่ฝันของคนจำนวนไม่น้อย คือ อาชีพสถาปนิก เพราะเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีผลงานปรากฏสู่สายตาสาธารณชนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ นอกจากนี้ งานสถาปัตยกรรมยังเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความเจริญในด้านศิลปวัฒนธรรมของบ้านเมือง คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค เป็นหนึ่งในสถาปนิกชั้นแนวหน้าของไทยในยุคนี้ ด้วยความรู้ความสามารถบวกประสบการณ์และชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับ ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้ออกแบบงานชิ้นสำคัญๆ มากมาย ซึ่งเมื่องานนั้นถูกสร้างขึ้นตามแบบและได้รับความชื่นชมจากผู้ใช้อาคาร ก็เกิดเป็นความภาคภูมิใจของเจ้าของโครงการและผู้ออกแบบ รวมถึงช่วยส่งเสริมทัศนียภาพให้แก่ชุมชนที่อาคารนั้นตั้งอยู่ด้วย

ประวัติการเรียนและการทำงาน

คุณดวงฤทธิ์จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานเป็นสถาปนิกที่บริษัท A49 หลังจากนั้นไปศึกษาต่อเรียนจบปริญญาโทที่อังกฤษ จาก Architectural Association School of Architecture ( London ) และกลับมาทำงานต่อในบริษัทเดิม จนกระทั่งช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 คุณดวงฤทธิ์จึงตัดสินใจมาเปิดบริษัทของตัวเอง

แรงบันดาลใจในการเลือกเป็นสถาปนิก

จริงๆ แล้วผมไม่ได้คิดมาเป็นสถาปนิกด้วยซ้ำ แต่เผอิญคุณลุงของผมที่ผมเคารพแกมาเป็นสถาปนิกอยู่ ก็เคยไปเที่ยวบ้านเขาบ่อยๆ เห็นเขาทำงานแล้วก็ชอบ ตัวเองก็วาดรูปได้ เลยสอบเข้า ตอนแรกเลยเนี่ยะอยากเป็นนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์ รู้สึกว่ามันยากไปก็เลยไปทางนี้ดีกว่า และวินาทีแรกที่เราย่างเข้าคณะสถาปัตย์ เรารู้เลยว่าเราถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้แล้ว แล้วเราก็พยายามตั้งใจทำมันมา ตั้งแต่นั้นมาก็เลยพยายามเป็นสถาปนิกให้ได้ ระหว่างทางก็มีคนชวนมาทำโน่นทำนี่หลายอย่าง เราก็ปฏิเสธไป เพราะเราจะเป็นสถาปนิก เราก็เลยทำงานสถาปนิกเป็นสถาปนิกตัวเล็กๆ คนหนึ่ง อดทนทำมา 10 กว่าปี ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย มีไปทำหนังสือบ้างแต่นิดหน่อย มันจะไม่หนีไปไหนหรอกมันก็จะกลับมาที่ตัวเรา

จงทำในสิ่งที่คุณเชื่อและศรัทธาทำมันไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดสังคมเราเป็นยังงี้ได้จะเหมือนญี่ปุ่น คือใครที่ชำนาญด้านไหนก็ทำมันไปเถอะเช่นการเหลาไม้ ถ้าเหลาได้ดี ได้สวยก็ทะมันไปจน 80 ปี แล้วทีนี้สังคมก็จะเกิดการยอมรับ แล้วจะได้เครดิต แต่สังคมไทยเป็นอะไรที่ฉาบฉวยมีชื่อเสียงแบบชั่วข้ามคืน ซึ่งมันไม่ดีสังคมไทยไม่ควรเป็นแบบนี้

แนวคิดในการทำงานออกแบบสถาปัตยกรรม

ตัวผมเองผมก็มีความเชื่อของความเรียบง่ายตั้งแต่กำเนิด พื้นฐานทุกอย่างจะอยู่บนความเรียบง่าย แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นฟอร์มที่เรียบง่าย เป็นความคิดที่เรียบง่ายแต่ฟอร์มยุ่งยากหน่อยก็เป็นไปได้ แต่ว่าความชัดเจนของความคิด มันค่อนข้างตรงไปตรงมา เราเชื่อและเราก็พยายามถ่ายทอดงานทุกชิ้นที่เราทำ

การออกแบบคือการแก้ปัญหาให้ลูกค้า ให้ลูกค้าฉลาด เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นสิ่งแรกที่เราต้องทำ เราดูตัวเราว่าทำอะไรได้บ้าง ที่จะทำให้คนรอบตัวเรามีความรู้มากขึ้น ถ้าพูดถึงเรื่องดีไซน์ ถึงเราทำดีไซน์ให้ดี แต่ถ้าลูกค้าไม่เข้าใจ เชื่อไสยศาสตร์อย่างเดียว งานดีๆ มันก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นเราต้องให้การศึกษาลูกค้า ถ้าเขามีความรู้เขาจะรู้เลยว่าสิ่งไหนที่เขาควรเชื่อ ไม่ได้บอกให้เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเชื่อ หรือหมอดูบอก คนเรามีความรู้แล้วจะไม่กลัว สรรหาความรู้มาใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องรวยเป็นเศรษฐีพันล้านหรอกเราก็อยู่ได้แล้ว

เหตุผลหรือปัจจัยที่ทำให้ผลงานเป็นที่ยอมรับ

ทำทุกอันก็ทำให้ดีเท่านั้นเอง ปัจจัยที่ให้คนยอมรับผมไม่แน่ใจว่าคนยอมรับมากน้อยแค่ไหนมีคนชอบก็มีคนด่าเหมือนกัน ผมว่ามันอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลคือมีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ มีแต่คนชอบอย่างเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้ ทีนี้มันอยู่ที่ว่าคนชอบนะมันเป็นใคร ถ้าเขาคือคนที่มีอิทธิพลหรือเป็นคนที่มีรสนิยมดีจริงๆ เราก็รู้สึกดีใจ ใจชื่นขึ้นมาหน่อย

ความรับผิดชอบต่อสังคม

จริงๆ แล้วสถาปนิกนี้โดยจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว คือคุณต้องคำนึงถึงสังคมเป็นสำคัญ จะสร้างตึกขึ้นมาตึกหนึ่งก็ต้องคิดถึงจรรยาบรรณวิชาชีพแล้วว่า เมืองมันจะเป็นยังไงมันจะแย่ลงหรือจะดีขึ้น บางคนก็คิดบางคนก็ไม่คิด บางคนก็คิดถึงเงิน บางคนก็คิดถึงชื่อเสียง บางคนก็คิดถึงมนุษย์ มันจะไม่เหมือนกัน ผมเองผมก็พยายามคิดถึงมนุษย์ถ้าให้ผมไปทำงานเพื่อการค้า แล้วมนุษย์วิบัติ ผมก็คงไม่ทำ ไอ้คอนโดห้องเล็กๆ นี้ผมก็ไม่ค่อยอยากทำ มันเล็กเช่น 38 ตารางวา คนมันจะอยู่ได้ไงเราไม่อยากทำ เราอยากทำให้คนได้อยู่สบายๆ ก็นานๆ ทีจะได้เจอดีเวลลอปเปอร์ ที่เข้าใจที่เราพูดแล้วก็ทำ ผมว่าถ้าเราเริ่มต้นบนความรับผิดชอบ ทำตึกให้มันดีมีสเปซหน่อยทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้

ปัญหาหลักๆในการทำงาน

ปัญหาจริงๆ ในอาชีพนี้ มันไม่ใช่อาชีพที่น่าพิสมัยนะครับสำหรับบุคคลธรรมดานะครับ มันไม่ได้ให้รายได้เยอะ ไม่มีลูกค้าชอบใจที่ค่าจ้างสถาปนิกแพง สิ่งแรกที่ลูกค้าทำคือต่อรองค่าแบบ และอีกเรื่องคือการ service คือเป็นอาชีพที่ให้บริการเพราะฉะนั้นคุณต้องบริการลูกค้า ต้องทำให้ลูกค้ามีความสุข บริการจนกระทั่งก่อสร้างเสร็จ บางทีบ้านสร้างเสร็จไป 1- 2 ปีก็ต้องกลับไปบริการ เพราะฉะนั้นลูกท่านหลานเธอทั้งหลายจะไม่ชอบเพราะจะต้องไปบริการคนอื่นมันมีอีโก้ อยู่เลยทำยาก แล้วคนจนก็ทำอาชีพนี้เลยก็ไม่ได้อีกเพราะไม่มีคอนเนคชั่น ไม่รู้จักคนในสังคมหรือว่ารายได้มันน้อยมากจนอยู่ไม่ไหว มันเป็นอาชีพที่โพสิชั่นยากเช่นเป็นเจ้าของออฟฟิศอย่างนี้ มันก็เป็นยากมันต้องอยู่สมดุลพอดีๆ ระหว่างหลายๆ อย่าง ถ้าคุณมาจากที่สูงเนี่ยคุณก็ต้องบริการเขา ไม่งั้นคุณก็จะอยู่ไม่ได้ ทุกวันนี้ผมก็บริการเฉกเช่นพนักงานบริการทั่วไป

วิธีคลายเครียดเมื่อเจอกับปัญหา

วิธีแก้ปัญหาคือมองปัญหาใหญ่ให้เล็กลง คือมีปัญหาก้อนหนึ่งมันใหญ่มาก สางยังไงก็สางไม่ออกเราก็ต้องค่อยๆ สางไปทีละเรื่องคือแยกออกไปเป็นชิ้นเล็กๆ แยกประเด็นเรียงลำดับอะไรก่อนหลังค่อยๆ แก้ไปทีละอัน เหมือนด้ายก้อนใหญ่ที่มันพันกัน เราก็ค่อยๆ แก้ไปทีละปม ทีละปมสุดท้ายมันก็จะออกหมดแต่ต้องอดทน

ส่วนการคลายเครียดส่วนใหญ่จะนอนไปเลย เมื่อก่อนเคยดูหนัง ไปเที่ยวบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้วถ้าว่างก็นอนอยู่บ้านพักผ่อน อ่านหนังสือ

เป้าหมายของชีวิตที่วางไว้

ไม่มีเป้าหมายที่จับต้องได้ชัดเจน ก็พยายามทำอาชีพนี้ไปเรื่อยๆ แล้วก็อยากทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ให้คนทั่วโลกยอมรับไม่ได้ คิดว่าคนไทยต้องยอมรับ อันนี้เราแล้วแต่ท่านเราไม่ว่าอะไร แต่ว่างานเราสำเร็จได้เมื่อฝรั่งยอมรับ อันนี้ผมจะแฮปปี้มาก คือว่าฝรั่งยอมรับคนไทยก็ยอมรับเองแหละ คนไทยไม่คิดอะไรหรอกถ้าฝรั่งยอมรับคนไทยก็ยอมรับ

โลกไร้พรหมแดนกับการทำงานและคู่แข่ง

ตลาดทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมจะเปิด ฝรั่งจะเข้ามาทำเยอะขึ้น ผมจะทำให้บริษัทของผมมีมาตรฐานมากขึ้น ทำให้ออฟฟิศมันดีขึ้น การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ทำให้คำว่า professional เป็นที่ยอมรับเหมือนต่างประเทศ อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อตัวเราเอง และคนที่ทำอาชีพนี้ก็ต้องทำให้ได้มาตรฐาน ผมว่าถ้าทำได้จะดีมากโลกมันจะไร้พรหมแดนยังไงก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่ต้องกลัวแล้ว ผมว่าไร้พรหมแดนนี้มันก็ดีกับตัวเราด้วยมันมันให้เรามีชื่อเสียงออกไปได้ง่ายทั่วโลก มันจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย คนที่เสียเปรียบคือคนที่อ่อนแอ ถ้าเราทำให้งานของเรามีมาตรฐานเดียวกันแล้ว เราโพรเทคมันไว้ไม่ต้องกลัวว่าโลกไร้พรหมแดนจะมากระทืบเรา เราต้องคอยป้องกันไม่ไห้มันมากระทืบเราสิ

แบ่งเวลาการทำงาน

พยายามทำให้อยู่ในขอบเขตของจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ - อาทิตย์ผมจะอยู่กับบ้านพักผ่อน นอกจากเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ ผมไม่ชอบทำงานวันเสาร์ - อาทิตย์เลย ใครให้ผมประชุมวันนั้นผมจะทำหน้าเซ็งๆตลอดเนื่องจากผมไม่ชอบจริงๆ

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

ก็ภูมิใจงานทุกชิ้นครับ มันจะมีคอสตาลันตาเป็นโรงแรม เป็นรีสอร์ทที่กระบี่ มีบ้านของลูกค้าประมาณ 3-4 หลัง สร้างเสร็จจริงๆ ตอนนี้ประมาณ 2-3 หลัง แล้วก็ออฟฟิศ ลีโอเบอร์เน็ต ที่เกี่ยวกับสิ่งทอและก็ที่ H1 นี่ก็ชอบมาก ผลงานที่ทำออกไปในนามออฟฟิศใหม่คือห้างหุ้นส่วนจำกัด ดวงฤทธิ์ บุนนาค อาร์คิเท็ค ตอนนี้ที่สร้างเสร็จก็มีประมาณ 7-8 ชิ้นที่ทำมา 5 ปี ภูมิใจและชอบผลงานของเราทุกชิ้น

คำแนะนำสำหรับสถาปนิกรุ่นใหม่ที่อยากประสบความสำเร็จ

ต้องอดทนอย่างเดียวเลยครับ มันเป็นประเด็นเดียวถ้าคุณจะทำอาชีพนี้ แล้ว ความทะเยอทะยานที่อยากมีชื่อเสียงต้องให้มันอยู่ในความสมดุลกับความสามารถ อย่าพยายามบอกคนอื่นว่าเราเก่งโดยที่เราไม่เก่ง ถ้าเรารู้ว่าเราเก่งน้อยเราก็บอกว่าเก่งน้อย ความจริงเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ ผมไม่เคยบอกว่าผมเก่ง ผมเชื่อว่าในโลกนี้มีคนเก่งกว่าผมอีกมากมาย อย่าพูดในสิ่งที่เราไม่ได้คิด อย่าโอ้อวด ต้องมีความอดทนมากๆ แล้วก็ความมีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จนี้มันจะมาหาเราเอง

คติในการทำงานและบริหารองค์กร

ความจริงทำอะไรเราต้องพูดความจริง พูดกับลูกน้องก็ต้องพูดความจริง เขาไม่ดีก็ต้องบอกว่าไม่ดีอย่างไร เขาดีแล้วเขาดีแค่ไหน หลักการคือความจริง

 

 

 

 

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618