Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
REALITY SUPPORT

เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร:จากวิศวกรสู่นักบริหารการโรงแรม



 

เจตน์ โศภิษฐ์พงศธร จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์อุตสาหการ ทำงานด้านวิศวกรรม ก่อนจะผันตัวเองไปสู่
นักบริหารทางด้านการโรงแรม เขาไม่ได้จบมาทางนี้ แต่เขาสามารถบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการ
ปรึกษารุ่นพี่ ญาติผู้ใหญ่ ทีมที่ปรึกษา และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง

สาขาวิศวกรรมศาสตร์

เป็นดวงก็ว่าได้นะครับ สองก็คือ ชอบอยู่แล้วเรื่องพวกนี้ ลักษณะที่รู้ว่าชอบก็คือ เราไม่รู้ว่าเราชอบอะไร ณ ตอนนั้น
แต่เรารู้ว่าเราชอบเล่นกีฬามาก ชอบการคำนวณ และภาษาอังกฤษเราดี แล้วเราก็ไม่ใช่ศิลปินที่จะมาวาดรูปหรือ
เรียนการแสดง คือแนวอาร์ตก็ไม่ใช่ ให้เป็นหมอก็ไม่เก่งพอ จริงๆ คณะที่จะเหมาะกับเรามากที่สุดคือ พละศึกษา
แต่เราก็อยากเป็นนักธุรกิจ ก็อย่างบัญชี เศรษฐศาสตร์ วิศวะ พวกนี้อันไหนก็ได้ แต่พอดีผมเรียนแผนวิทย์อยู่
แล้วก็สำหรับโครงการช้างเผือก แต่ละคณะก็จะมีโควต้ารับนักกีฬาเศรษฐศาสตร์เนี่ยจะมีคนเลือกเยอะมาก นักว่าย
น้ำที่เป็นผู้หญิง ครุฯ พละ คนจะเลือกเยอะมาก ส่วนวิศวะคนจะเลือกน้อย ผมก็เลยเลือกวิศวะไว้ด้วย ก็พอดีได้

หลังจากจบปริญญาตรี

หลังเรียนจบผมก็ไปทำงานที่บริษัท ไทยศรีซูริค ประกันภัย งานในหน้าที่ก็คือ รีเอนจิเนียริ่ง คือดูกระบวนการทำ
งานแล้วก็ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ลดต้นทุนใช้จ่ายในการทำงาน แล้วก็เอาข้อมูลไปอยู่ในระบบสารสนเทศมากที่สุดช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของการให้ความสำคัญแก่ไอทีและ
อินเตอร์เน็ต

ผกผันสู่งานด้านการโรงแรม

เรียนจบวิศวะ ก็มาทำงานด้านวิศวะเหมือนกันแต่ไม่ได้อยู่ในโรงงาน เพราะเป็นวิศวอุตสาหการ ซึ่งเป็นแฟชั่นที่
ออกมาทำ รีเอนจิเนียริ่ง ในระบบการทำงาน มันเริ่มที่ว่ามีการนำวิศวะเข้าไปอยู่ในระบบบริหารที่ไม่ใช่อุตสาหกรรม
การผลิตหรือโรงงาน กระบวนการในการทำธุรกิจหรือ Business Process ที่ตอนนั้นธนาคารกสิกรไทยก็ทำ คือเอา
กระบวนการคิดแบบวิศวะเข้าไปในธนาคาร แต่ผมไปทำให้กับบริษัทประกันก็อย่างเช่นการรีเอนจิเนีย ระบบ
การเคลม ระบบการออกกรมธรรม์ ระบบการคำนวณเบี้ยประกันที่ไม่ยุ่งยากเกินไป การยกเครื่องกระบวนการต่างๆ
จะทำให้มีการเก็บข้อมูลเข้าระบบสาระสนเทศน์ในทุกขั้นตอน และนำออกมาใช้ในงานบริหารหรืองานบริการลูกค้า
อย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ก็คือค่าใช้จ่ายลดลง การผิดพลาดที่เกิดจากคนลดลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้นซางก็ส่งผลต่อ
การบริการที่ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้วช่วงที่ผมจบมาใหม่ๆเป็นวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทยพอดี ทำให้เกิดการ
ควบรวมหรือการซื้อกิจการโดยชาวต่างชาติซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการ บริษัทประกันที่ผมไปทำ
งานก็เป็นเหมือนกัน จากการที่ผมมีข้อได้เปรียบทางด้านภาษาทำให้ซีอีโอที่เป็นชาวต่างชาติคอยให้เราทำงานอย่าง
ใกล้ชิดกับเขาและประสานงานต่างๆที่เป็นการนำระบบหรือความรู้จากบริษัทแม่มาใช้งานกับบริษัทไทย อันนี้ผมคิดว่า
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากอันหนึ่งของผม

ผมทำงานอยู่กับบริษัทประกัน 4 ปี ก็มีความตั้งใจที่อยากจะไปเรียนปริญญาโท ผมอยากเข้า Business School ที่ดี ดัง
นั้นผมเลยตัดสินใจลาออกเพื่อมาเตรียมตัวสมัครเรียนและทำข้อสอบต่างๆ ในระหว่างนั้น Horseshoe Point ซึ่งเป็น
ของคุณลุงผม คุณชัยคีรี ศรีเฟื่องฟุ้ง มันติด มันชะงัก เพราะไม่ได้มีการทำแพลนนิ่งที่ชัดเจนออกมา แล้วตอนนั้นคุณ
ลุงก็สุขภาพไม่ค่อยดี ผมก็เลยเอาเวลาที่เหลือจากการเตรียมตัวไปเรียนมาเริ่มช่วยทำงาน ปรากฏผมสมัครไป 2
โรงเรียน เพราะเราจะไปเรียนเราก็เลือกโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่เค้าไม่รับ ( หัวเราะ ) ก็เลยเข้ามาทำงานที่
Horseshoe Point เต็มตัว หลังจากนั้นไม่นาน คุณลุงอีกคนก็เข้ามาช่วย Horseshoe Point และบังเอิญมีงานที่สวิส
เซอร์แลนด์เกี่ยวกับด้านอาหารต้องการคนไปทำงาน เราเลยถือโอกาสไปทำเพื่อหาประสบการณ์ต่างประเทศ
ประมาณครึ่งปีกว่า หลังจากนั้นก็ถูกให้กลับมาทำที่ Horseshoe Point ใหม่ จากตอนนั้นถึงตอนนี้ก็ 2 ปี

การเรียนของนักบริหาร

ผมถือว่าผมได้เรียนนะ แต่ผมไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน ผมได้เรียนผ่านการทำงาน คือโครงการที่หยุดไปแล้วหรือ
โครงการที่ยากมากอย่าง Horseshoe Point เนี่ย ที่ว่ายากคือ Horseshoe Point เป็นโครงการที่มีจุดอ่อนด้านสถานท
ี่ตั้ง เนื่องจากตั้งอยู่ในที่ๆไม่ค่อยมีคนรู้จักและไม่มีกิจการอื่นๆหรือชุมชนใหญ่ในบริเวณเลย จะมีก็แต่ชาวบ้านกับ
สนามกอล์ฟหนึ่งสนาม นอกจากนั้นและหากเราจะโปรโมทว่าเป็นโรงแรมที่พัทยา ( 12 กิโลเมตรจากเมืองพัทยา)
ตลาดก็ต้องการทะเล หรือนักท่องเที่ยวที่มาพัทยาก็มักจะอยากอยู่ในเมืองที่มีสีสัน

ได้เรียนรู้ในการทำงานก็คือ อันที่หนึ่ง ผมอายุน้อย แล้วก็อยู่ในตำแหน่งสูงเหมือนกัน ก็คือเราต้องตัดสินใจ เราต้อง
เป็นผู้นำ เราต้องเรียนรู้ที่จะได้เป็นผู้นำ สองเราต้องเสาะแสวงหาช่องทางทางธุรกิจให้กับทรัพย์สินที่ถูกสร้างขึ้นมา
อาคาร สถานที่ คือคอนเซ็ปต์ของม้าก็มีอยู่แล้ว แต่เราต้องดูว่าเราจะไปจับตรงไหนต่อไปให้เค้าไปได้ เนื่องจากคน
รักม้านั้นมีจำนวนน้อยในขณะเดียวกันก็มีโครงการของอุทยานสามก๊ก ที่ไม่ได้เป็นธุรกิจ แต่เป็นโครงการที่ทางเจ้า
ของตั้งขึ้นมาตามเจตนารมณ์ของต้นตระกูล ซึ่งก็คือ คุณตาของผม “ คุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง ” แล้วผมก็ต้องมาเปิด
โครงการออกสู่สาธารณะชน โดยต้องเรียบเรียงเจตนารมณ์ขึ้นมาใหม่ให้ชัดเจนเนื่องจากต้นตระกูลผู้นั้นได้จากโลก
ไปแล้ว และเป็นโครงการที่ต้องเกี่ยวข้องกับญาติพี่น้องหลายคน เราได้บทสรุปว่าเราต้องการให้เป็นสถานที่ท่อง
เที่ยวระหว่างวัน ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ศาสนา ปรัชญา จากพงศาวดารสามก๊ก เพื่อให้คนที่มาได้จุดประกายความ
สนใจเรื่องสามก๊ก ซึ่งคุณตาผมถือว่าเป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าทางและได้สอนท่านในหลายๆเรื่องจึงอยากให้คนรุ่น
หลังได้มีโอกาสได้ศึกษา

อุปสรรคของการทำงาน

มีตลอด อย่างเช่น ผมพูดอยู่ 3 เรื่อง คือเรื่องแรก มี คือเรามาใหม่เลยเราไม่รู้ว่าแต่ละเดือนเนี่ยมันออกไปแค่ไหน
ของเดิมที่ทำไว้เนี่ย ระบบที่เก็บข้อมูลทางบัญชี การเงินยังไม่เรียบร้อย เราก็ไม่รู้สถานะตัวเอง ก็เลยต้องสร้างระบบ
ครอบไว้ ซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับคนหลายตำแหน่งอยู่เหมือนกัน ปัญหาผมตอนแรกก็คือเงิน ขาดเงิน เงินไม่พอ ก็ต้อง
ไปยืมไปกู้เขามา โดยเราต้องแสดงความมั่นใจว่าโครงการจะไปได้

เรื่องที่สองก็คือการตลาด ไม่รู้จะขายใคร ต้องขายผ่านทัวร์ไหม จะทำอย่างไรดี Horseshoe Point คนคิดว่าต้องมาขี่ม้า
อย่างเดียว คนขี่ม้าก็มี แต่ว่าน้อยเหลือเกิน เรามีห้องตั้งเป็นร้อยที่จะต้องขาย เรามีที่กว้างตั้ง 300 ไร่ที่เราต้องดูแล
มีพนักงาน คือที่กว้างขนาดนี้ ก็ต้องมีคนเยอะขนาดนี้ แล้วเราก็ต้องมีรายได้มาหาเลี้ยงเค้าให้ได้

ด้านต่อมาก็คือการผลิตหรือการบริการ ก็จะมีปัญหาร้อยแปด การไม่พอใจของลูกค้า การบริการผิดพลาดของพนัก
งานปัญหาที่เกิดจากอุปกรณ์เครื่องมือที่ชำรุด ที่เราต้องบำรุง รักษาใหม่ ปัญหาฝนตก ไฟดับ น้ำไม่พอใช้อะไรแบบนี้
แต่ปัญหาที่หนักที่สุดสำหรับผมที่ต้องใช้เวลา แล้วก็ยากที่สุดก็คือปัญหาเรื่องคน ธุรกิจบริการนั้นต้องพึ่งคนมากกว่า
เครื่อง คนแต่ละคนก็นานาจิตตัง การที่จะจัดการให้ทุกคนตั้งใจทำงาน รักองค์กร และให้ความร่วมมือแก่กันและกัน
นั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร บางคนก็ไม่เหมาะกับงาน ไม่เหมาะกับองค์กร ยิ่งไปกว่านั้น หากธุรกิจยังอยู่ในช่วง
พัฒนาและยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนก็จะทำให้การบริหารปกครองคนนั้นยากขึ้นไปอีก

ที่ปรึกษาเมื่อยามมีปัญหา

ผมจะปรึกษาญาติผู้ใหญ่ผมที่เป็นเจ้านาย ปรึกษารุ่นพี่บ้าง แล้วก็จ้างทีมที่ปรึกษาบ้าง แต่สำหรับผมเรื่องคนหรือเรื่อง
อะไรที่เป็นภาพละเอียด คนที่จะรู้ดีที่สุดก็คือเราเพราะเราอยู่กับมันตลอดเวลา ผมกลับคิดว่าพอมีปัญหาเราต้องมีสติ
หนึ่งคือเรารู้ว่าเรามีปัญหา ปัญหานี้อยู่ส่วนใดของภาพใหญ่ที่เรากำลังเขียน สอง เราต้องวิเคราะห์ปัญหาจนเห็นเหตุ
และผลของมัน สาม เราต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบให้ออก คือไม่เป็นการแก้ปัญหาอย่างตื้นๆแล้วทำให้
เกิดปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่าเก่า สี่คือการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างมั่นใจ มีสติ เป็นระบบ และมีศิลปะ เพราะปัญหานั้น
ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับคน ห้าคือการประเมิน การนำเอาปัญหา การคิดแก้ การดำเนินการแก้ มาประเมินว่ามีผล
อย่างไรบ้างการมีที่ปรึกษาเป็นสิ่งที่ดี คือเขาเป็นคนคิดให้เราโดยเขาไม่ได้อยู่ในสนามรบ เขามองปัญหาจาก
ภายนอกเรามักจะมองปัญหาจากภายใน

เป้าหมายในชีวิต

ตั้งแต่เด็กผมอยากเป็นนักธุรกิจ นักธุรกิจของเด็กคือคิดในมุมง่ายๆ คือมีเงิน มีบ้านสวย มีรถแพง เป็นเจ้าของ
บริษัทเจ้าของโรงแรม หรือว่าก็เป็นลูกจ้างที่ได้เงินเดือนเยอะๆ แต่พอโตขึ้นแล้วทำงานไปเรื่อยๆ มีประสบการณ์
ใหม่เข้ามา เป้าหมายผมไม่เปลี่ยนแต่คุณค่าของผมเปลี่ยนไป ผมก็ยังชอบธุรกิจอยู่ ผมอยากเป็นนักธุรกิจที่ประสบ
ความสำเร็จ แต่คำว่าประสบความสำเร็จของผมคือจะลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะลึกต่อๆ ไป คือเป็นเจ้าของกิจการใน
องค์กรที่ดี คือทำสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าหรือสังคมได้ นำสิ่งที่ดีให้กับลูกน้องและครอบครัวของเขา มีการพัฒนาบุคลากร
และเห็นพวกเขาเติบโตอย่างมีคุณค่า โดยส่วนตัวผมไม่ได้หวังว่าจะเป็นเจ้าของดิสโก้เทคที่ดังที่สุดในเมืองไทย คือเราไม่ได้สนุกกับเรื่องแบบนั้นในฐานะเจ้าของแต่สนุกบ้างในฐานลูกค้า แต่แบบนี้ผมชอบ คือได้เห็นคนมาทำ
กิจกรรม ได้มาอยู่ร่วมกัน เป็นธุรกิจที่ให้สิ่งทีดีแก่ผู้บริโภคด้วย

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618