Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
REALITY SUPPORT : จิตตนาถ ลิ้มทองกุล

CEO รุ่นใหม่ ไฟแรง แห่งอาณาจักร ผู้จัดการ (เปี๊ยนไป๋)

ในช่วงชีวิตของคนทำงานนั้น ตำแหน่งผู้จัดการดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนฝันถึง แต่สำหรับหนุ่มที่อายุไม่ถึงสามสิบปีอย่าง จิตตนาถ ลิ้มทองกุลแล้ว เขาก้าวข้ามตำแหน่งในฝันของทุกคนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในแง่ของการบริหาร เป็นประธานบริหาร หรือ ซีอีโอของ บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด ซึ่งเดิมทีเคยเป็นอาณาจักรที่สร้างขึ้นด้วยหนึ่งสมองและสองมือของคุณพ่อ ที่เขาเรียกอย่างให้เกียรติทุกครั้งว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล และเขาคนนี้เอง ที่เป็นหัวหอกสำคัญ ที่ทำให้ "ผู้จัดการเปี๊ยนไป๋" จนกลายเป็นสื่อดีมีสาระ ครบรสชาติ ที่คนติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง


text : อ๋อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภูมิหลังการศึกษา
ผมเรียนที่สาธิตประสานมิตร หลังจากที่จบ ป.6 ผมก็ย้ายไปเรียนที่ สาธิตปทุมวัน หลังจากจบ ม.5 ผมก็ไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ที่รัฐควีนแลนด์ ไปเรียนต่อม. ปลายที่นั่นอีกปีเดียว จากนั้นผมก็เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยควีนสแลนด์ เมืองบริสเบน จากนั้นผมก็กลับมา ปัจจุบันก็ได้มหาบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ช่วงเริ่มต้นการทำงาน
เรื่องงานก็หลังจากที่ผมเรียนจบก็กลับมาเมืองไทย ช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ตอนนั้นไปสมัครงานหลายที่ก็ไม่ได้ ในที่สุดก็เลยได้มาทำงานที่ผู้จัดการ เริ่มต้นทำงานโดยเป็นนักข่าวอยู่พักหนึ่งประมาณสองปีได้ หลังจากนั้นก็ออกมาทำสำนักพิมพ์การ์ตูนชื่อว่าบูรพัฒน์คอมมิค ทำได้สักสามปี ก็ได้มาช่วยงานของบริษัทไทยเดย์ดอตคอม ออกนิตยสาร MARS ขึ้นมา ทำนิตยสาร MARS พร้อมๆกับสำนักพิมพ์ที่ทำการ์ตูนได้สองปีก็มารับตำแหน่งเป็น ซีอีโอของค่ายผู้จัดการ

สิ่งที่ประทับใจ ความชอบในการทำงานประเภทนี้
ผมคิดว่าทุกอย่างแหละ ทำงานเป็นนักข่าวก็ทำให้เราเขียนข่าวเป็น ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของกองบรรณาธิการว่า มีพื้นฐานการคิด และการนำเสนอไปสู่คนให้ได้ประโยชน์อย่างไร มีประโยชน์ในเรื่องการสื่อสาร และการพีอาร์นะครับ การเล่นกับสื่อทำให้เราเล่นเป็นตรงนี้ ส่วนในเรื่องของการทำการ์ตูน ทำให้เราเข้าใจพื้นฐานความเป็นเถ้าแก่ ก็คือว่าพอเราเป็นเจ้าของกิจการเอง เราต้องคุมต้นทุน คือธุรกิจการ์ตูนเป็นธุรกิจที่ต้องทำกำไรในตัวของเอง เพราะว่าไม่มีโฆษณา เราก็ต้องควบคุมต้นทุนเรื่องกระดาษให้เป็น เรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย พูดง่ายคือการเรียนรู้ระบบธุรกิจ ผมได้จากการ์ตูน พอมาทำในเรื่องของนิตยสาร นิตยสาร MARS เริ่มต้นเราก็ได้เรื่องของการหาโฆษณา เพราะว่าเราเซ็ตทีมของโฆษณาใหม่หมดเลย จากที่ไม่เคยพึ่งพาเรื่องการโฆษณามาเลย เราก็รู้ว่าเรื่องโฆษณาเป็นหัวใจหลักในการทำนิตยสารเลย ก็หาจากที่เดือนแรกๆ ได้ประมาณสองตัวสามตัวก็เก่งแล้ว ที่เหลือลงให้เขาฟรี ปัจจุบัน 40 - 50 ตัวเราก็หาได้ ก็ทำให้เราเข้าใจตรงนี้ สามอย่าง นักข่าว ทำการ์ตูน นิตยสาร ทำให้เรารู้จักภาพรวม เรารู้จักภาพรวมเสร็จ เรามาทำในตำแหน่งซีอีโอของผู้จัดการ ทำให้เรารู้จักเรื่องการบูรณาการ เอาทั้งสามอย่างมาปรับให้ผู้จัดการเกิดโฉมใหม่มากขึ้น มาปรับในเรื่องของ Content เพราะว่าจากที่เราทำนิตยสารมา เราจะเข้าใจว่าผู้จัดการขายอะไรบ้าง เราจะเข้าใจเรื่อง Content เข้าใจเรื่องกลุ่มตลาดที่เราจะขยายออกไป เราเข้าใจในเรื่องของการขายโฆษณาว่าควรจะมีการปรับอย่างไร ในขณะเดียวกันก็เข้าใจในเรื่องโปรโมชั่นการตลาด และก็ต้นทุนว่า เราจะปรับตัวอย่างไร

เริ่มทำงานในฐานะซีอีโอกลุ่มสื่อของผู้จัดการตั้งแต่เมื่อไร
ตั้งแต่ยุคที่ทำ "ผู้จัดการเปลี่ยนไป"

ทำไมต้องปรับโฉม ผู้จัดการ
คิดว่าถึงเวลา ผมเป็นที่อ่านหนังสือผู้จัดการนานแล้ว ตั้งแต่ที่เป็นนักข่าว ก็รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่มีสาระ และก็อ่านสนุก เพียงแต่ว่าอิมเมจของมันเองในสายตาของคนทั่วไป ค่อนข้างแคบ ก้าวร้าว อยู่ในวงที่จำกัด และไม่มีกิจกรรมอะไร ผมคิดว่าจริงๆ แล้วหนังสือของเราอ่านง่าย และก็สนุกไม่แพ้เล่มอื่นๆ ทำอย่างไรที่จะรับให้กว้างมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องปรับ แล้วตอนนั้นมาเป็นซีอีโอ ก็เลยคิดว่าถ้าปรับก็ต้องปรับชนกับคู่แข่งเลย ขณะเดียวกันคู่แข่งก็มีเกิดมา เขาก็เพิ่มหน้ากัน ตอนนั้นเราก็รู้เกมส์ว่าตอนนั้น เขาเพิ่มหน้ากัน เราก็มาดูกลุ่มคนอ่านเรา ก็พบว่าคนอ่านไม่ได้ลดลงเลย กลับมีแฟนที่เหนียวแน่น และค่อยๆเพิ่มขึ้น บางคนอ่านมานานมาก ฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราเพิ่มสีสันที่ผู้จัดการขาดไป อย่างเช่นปริทรรศน์ หรือว่าเสริมในสิ่งที่มีอยู่ให้มากกว่าเดิม คือการเพิ่มหน้าเซกชั่นต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่าผู้จัดการน่าจะสู้ของคนอื่นได้ แล้วเราก็ปรับภาพลักษณ์เราใหม่ ก็เลยคุณเรื่องแคมเปญกับหลายๆฝ่ายตั้งแต่ผู้บริหารไปถึงกองบรรณาธิการ ก็เลยกลายมาเป็นผู้จัดการเปลี่ยนไป

ผลที่ได้กลับมาก็ โฆษณาจากที่ดีอยู่แล้ว ปีที่ผ่านมาก็โตขึ้น ตัวเลขอย่างเป็นทางการก็ 69 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขของ Leadership ที่เรา Survey กันก็เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือผลของมัน

เป็นถึงซีอีโอ มีช่วงไหนที่รู้สึกเหนื่อยหรือว่าท้อหนักๆ ไหม
น่าจะเป็นเรื่อง Communication กันมากกว่า

วิธีการแก้ไข
เราก็ต้องมีความอดทน แล้วเราก็ต้องใจเย็น อ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเรายังอายุน้อย เรายังเด็ก ใช้ความจริงใจในการแก้ปัญหา ใช้ทุกทางเท่าที่เราจะทำได้เพื่อแก้ปัญหา

ต้นแบบในการทำงานได้มาจากใคร หรือมีใครเป็นแบบอย่างคอยชี้แนะ
ถ้าจะเป็นของลักษณะของการปรับใช้ การนำเสนอให้หนังสือน่าอ่าน น่าติดตาม น่าจะมาจากคุณสนธิ ช่วงที่ผมมาทำงานเป็นนักข่าว คุณสนธิเข้ามาคุมที่กองบก.เองเลยตลอดสองปี ต้องดีลงานกับแกตลอดสองปีเลย จะได้อะไรตรงนั้นมาอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องการสร้างอิมเมจนี่ จะได้ประสบการณ์จาการ์ตูนยันนิตยสาร มันจะมา แล้วเราไป survey ที่แผง เราไปคุยกับคนข้างนอก ตรงนั้นเราจะได้ประสบการณ์จากทางนั้นมากกว่า แต่ถ้าเกิดเป็นวิธีการ วิธิการวางโพลิซีของบริษัท การวางชีวิตของผมเอง ผมว่าผมได้จากพระเจ้าอยู่หัวมากกว่า เพราะผมเป็นคนที่เชื่อในเศรษฐกิจแบบพอเพียง อันที่สองผมเชื่อในเรื่องการสร้างภูมิปัญญาตะวันออก สร้างภูมิปัญญาของตัวเอง

มุมมองเรื่องภูมิปัญญาตะวันออก
ดูจากพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระนางเจ้าสิครับ ท่านทำ ท่านสร้าง Content ของตัวท่านเอง เช่น ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ปัจจุบันคุณก็จะเห็นเลยว่า งานโอทอปทั้งหลาย ฐานของการพัฒนาทั้งหลายก็มาจากตรงนี้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ท่านเข้ามาพัฒนาให้ หรือว่าเรื่องของ "ทองแดง" อย่างนี้ คืออย่างตอนที่ท่านสร้างแบรนด์ ท่านก็สร้างแบรนด์เป็นของท่านขึ้นมาได้เลย แต่ว่าขอให้มีคอนเซป เป็นคอนเซปของเรา แล้วเราก็ทำได้ไม่แพ้ใคร คือไทยกับฝรั่งเราก็คิดได้เหมือนกัน ไม่แพ้กันเลย เราอาจจะเข้าใจคนไทยเองได้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ

นำปรัชญาตรงนั้นมาใช้ในงานอย่างไร
ใช้มากสิครับ เพราะว่าอย่างการ์ตูนจาก ผมเริ่มแรกผมทำการ์ตูน ผมต้องซื้อลิขสิทธิ์เขาเข้ามา ในขณะเดียวกัน ผมก็อ่านการ์ตูนหลายเรื่องมาก ผมก็คิดว่าคนไทยก็น่าจะเขียนการ์ตูนได้ ผมก็เลย เอามาสร้างเป็นสตูดิโอชื่อว่า Action Frame ก็เลยสร้างการ์ตูนไทยขึ้นมา เราประยุกต์จากสิ่งที่เขามีอยู่แล้วเราใส่เรื่องราวที่เป็นของเราเข้าไป นี่คืออันที่หนึ่ง อันที่สองนี่นิตยสาร MARS นี่ ก็เป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งตรงที่ว่า นิตยสาร MARS ไม่ได้ซื้อหัวมาจากเมืองนอก เราไม่ลอก Content มาจากใคร เราสร้างแนวทางการตลาดมาเป็นของตัวเอง ก็ปรากฏว่าตอนนี้ นิตยสาร MARS ขึ้นปีที่สาม นิตยสารเจ้าตลาดเขาก็ปรับตัวตามเราหมด นิตยสารที่เกิดขึ้นใหม่ก็เดินตามแนวทางที่เราวางเอาไว้ แสดงว่าจริงๆแล้วการที่เราจะสร้างอะไรให้มันอยู่ได้ อย่างถาวร เราต้องคิดด้วยตัวเองมากกว่า

ผู้จัดการมีความเป็นเอกลักษณ์ไทยตรงไหนบ้าง
คอนเซปของการนำเสนอข่าวให้น่าสนใจนี่ หรือว่าลูกเล่นของหนังสือพิมพ์นี่ ผมว่าทุกฉบับให้ผู้อ่าน อ่านง่ายน่าติดตามอยู่แล้ว แต่ของผู้จัดการนี่ คุณสนธิแกเน้นเรื่องภูมิปัญญาตะวันออกอยู่แล้วมาตั้งแต่ยุค ไอเอ็มเอฟแล้ว ก็จะเห็นว่าคอลัมน์ส่วนใหญ่ของผู้จัดการก็จะเน้นเรื่องภูมิปัญญาตะวันออก แนวคิดแบบสากลที่ประยุกต์ใช้ต่อแนวทางของประเทศไทย ทำให้เรารู้ทันฝรั่ง ทำให้เราทั้งสร้างองค์ความรู้ให้กับตัวเราเองได้ ก็จะเป็นแนวคิดของทางผู้จัดการอยู่แล้ว ถ้าหากว่าดูรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ก็จะเห็นแนวคิดของคุณสนธิตลอด และนี่ก็คือแนวคิดของผู้จัดการ พอเรามีภูมิปัญญาเป็นของตนเอง เราสามารถสร้างนวตกรรมใหม่ๆได้ อย่าง ล่าสุด เราก็ปรับผู้จัดการรายสัปดาห์ไป ผู้จัดการรายสัปดาห์ที่ปรับไป เราก็คิดว่านาจะมีความชัดเจน เราปรับโลโกใหม่ เรารีแบรนด์ใหม่หมดเลย เราเพิ่มเซกชั่น คืออิมเมจดูน่าอ่านมาขึ้น คราวนี้ผู้จัดการายสัปดาห์ก็มีหนังสือที่เป็นคู่แข่งเกิดขึ้นมา ถามว่าเราฉีกเราหนีเราอย่างไร เรามองว่าตลาดของผู้หญิงทำงานยังไม่มีใครจับ ถ้าเกิดว่าเราทำแมกกาซีนขึ้นสักเล่มหนึ่งที่จะเซิบผู้ญิงทำงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับฮาวทูต่างๆ และก็เรื่องราวของบุคคลต่างๆ ที่น่าสนใจ ผู้จัดการรายสัปดาห์น่าจะดีขึ้นไหม เราเลยทำนิตยสาร ที่ชื่อว่า Flash Magazine ขึ้นมา นี่ก็เป็นแนวคิดของเราเองที่ไม่ได้ไปเลียนแบบใครมา ก็ปรากฏเมื่อรวมเข้าไปสองอย่างกับผู้จัดการรายสัปดาห์แล้ว ทำให้ยอดขายแผงเพิ่มขึ้นทันที 30 % ทำให้ต้องมีการสั่งพิมพ์เพิ่ม อันนี่ก็เป็นเรื่องการเปิดตลาดใหม่

ถ้าแนวคิดของในหลวง คนในเมืองไทยนำมาใช้กันหมด ประเทศเราจะเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าน่าจะดี น่าจะเป็นความแข็งแรงอย่างยั่งยืน ทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยเราโตขึ้น อย่างที่มีโฆษณาขององค์กรอะไรที่บอกว่าให้คิดเองซะบ้าง อย่างนี้ คนไทยคิดได้ไม่แพ้ต่างชาติอยู่แล้ว และคนไทยเองก็ต้องเข้าใจคนไทยด้วยกันเอง ไม่แพ้ต่างชาติอยู่แล้ว ทำไมคุณถึงต้องคอยไปเดินตามต่างชาติเขาอยู่ด้วย

ในฐานะที่ทำงานสื่อ อยากให้ผู้จัดการมอบอะไรให้สังคม
ผมอยากให้ผู้จัดการเป็น นสพ.ที่มีประโยชน์ให้กับคนไทยได้สร้างองค์ความรู้ของตนเอง แล้วก็มองได้หลายมิติ รู้ทันทั้งคนไทยด้วยกันเอง รู้ทันต่างชาติ

 
   
     
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618