Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
REALITY SUPPORT
เภสัชกรหญิงกัญธิดา ตัญเจริญ:ทำธุรกิจอะไรก็ตามอย่าทำตามกระแส






การเปิดธุรกิจนั้นทำกันได้ง่ายๆ แต่จะประคองให้ธุรกิจอยู่ได้นั้นเป็นเรื่องยาก เหมือนผู้หญิงคนนี้ เภสัชกรหญิงกัญธิดา ตัญเจริญ เธอคือ Managing Director Spa Blue Lagoon บุคคลที่มีความตั้งมั่นในการทำงานสูง สำหรับเธอหากคิดที่จะทำอะไรต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นในทุกๆ ด้าน เมื่อมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน สปาเพื่อสุขภาพทตามที่เธอตั้งมั่นจึงเกิดขึ้น

ทางด้านการศึกษา

จบปริญญาตรีจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2530 แล้วศึกษาต่อปริญญาโททางด้านการตลาด ภาคภาษาอังกฤษ (MIM) master in marketing ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในส่วนอื่นๆ พี่มาศึกษาเพิ่มเติมที่เป็นคอร์สย่อยๆ ก็มีเยอะเหมือนกันแล้วก็หลากหลาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับงานที่เราทำด้วย แต่ถ้าเป็นส่วนของสปาก็จะไปศึกษาที่ชีวาสมอะคาเดมี่

จุดเริ่มต้นของธุรกิจสปา

อย่างแรกต้องยอมรับอันนึงว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างมาแรง เพราะว่าคนรุ่นใหม่สนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งต้องขอบอกว่าเป็นอะไรที่เราสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วเรารู้ถึงประโยชน์ตรงนั้นได้ชัดเจนมากกว่า เพราะว่าก่อนที่จะออกมาทำธุรกิจของตนเองนั้นพี่ก็เป็นลูกจ้างเหมือนกัน ต้องบอกว่าความเครียดจากการทำงานค่อนข้างเยอะมากๆ ( ย้ำ เยอะมากๆ ) จนแบบถึงขั้นที่เยอะที่สุด คือเราตื่นมาตอนเช้าแล้วแขนเรายกไม่ได้ คือมันเหมือนกับว่าเส้นมันยึด เราก็เลยไปหาหมอที่บำรุงราษฎร์ หมอเค้าก็บอกว่าเราอาจจะทำงานเครียดเกินไป แล้วลักษณะการทำงานเนี่ยเราจะนั่งอยู่หน้าจอเยอะเกิน แล้วบางครั้งเราลืมที่จะเปลี่ยนอิริยาบถ มันก็เหมือนกับว่ากล้ามเนื้อที่เวลามันอยู่กับที่นานๆ มันก็จะเกิดเส้นพวกพังผืดมายึด ยึดกระดูกยึดกับเส้นประสาทอะไรต่างๆ ก็เลยทำให้เราเคลื่อนไหวไม่ได้และเกิดอาการชาต้องทำกายภาพ พี่ก็เลยเริ่มดูแลสุขภาพมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การออกกำลังกาย เล่นฟิตเนส ว่ายน้ำบ้าง รวมถึงไปสปาด้วย แต่พี่รู้สึกตัวเองเลยว่าโดยส่วนตัวแล้วเนี่ยพอเราเหนื่อยแล้วเนี่ยเราขี้เกียจออกแรงแล้ว หมายถึงว่าเราไปจ็อกกิ้ง ไปวิ่ง ไปว่ายน้ำหรือไปเล่นอะไรก็แล้วแต่เนี่ย คือเราขี้เกียจแล้วล่ะ คือมันเหนื่อยแล้ว อีกอย่างพอออกกำลังกายเสร็จเราก็ยังไม่รู้สึกรีเล็กซ์สักเท่าไหร่ ถ้าเทียบผลกับการที่พี่ไปสปาเนี่ย รู้สึกว่าพี่ไม่ต้องทำอะไร พอพี่เข้าไปปุ๊บพี่ก็ได้พักผ่อนเลย ปล่อยวาง แล้วสิ่งที่ได้รับหลังจากไปสปาเนี่ย คือความรู้สึกมันได้หมดเลยไง เราหายเครียด ร่างกายก็รู้สึกสบายขึ้น สมองก็รู้สึกโล่งโปร่งขึ้นมันเหมือนกับสลัดความเครียดทิ้งไปเลย ก็เลยเริ่มรู้สึกว่า เอ้ยเนี่ย ! จริงๆ แล้วสปามันก็เป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง

พอเราเริ่มสัมผัสด้วยตัวเองว่าสปากับคนทำงานเนี่ยมันเป็นอะไรที่น่าจะซัพพอร์ตกันได้ พี่ก็ศึกษามากขึ้น อ่านหนังสือเยอะขึ้นเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพเรื่องสปา แล้วเราก็เลยรู้ของว่า เอ้ยจริงๆแล้วเนี่ย ตอนแรกที่เราไปเข้าใจว่าสปามันน่าจะเป็นเรื่องของการผ่อนคลาย เป็นเรื่องของโอเคมันอาจจะราคาแพงสำหรับคนที่พอมีสตางค์ เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย แต่จริงๆแล้วมันไม่น่าจะใช่ มันน่าจะมีอะไรที่ลึกไปกว่านั้นนะคะ คือถ้าเราศึกษากันจริงๆเนี่ยคือทุกอย่างที่เป็นทรีทเมนท์ในสปาเนี่ย พี่คิดว่ามันมีผลโดยตรงต่อการทำงาน มีผลต่ออวัยวะทุกส่วน รวมถึงเรื่องของจิตใจจิตวิญญาณทุกอย่างด้วย ทีนี้เนื่องจากว่าพี่จบเภสัชมา เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรพวกนี้พี่ก็จะเข้าใจได้ง่าย แล้วก็รู้สึกว่ามันสามารถลิ้งค์ โดยตรงกับงานสายอาชีพที่เราเรียนมาอยู่แล้ว ก็เลยสนใจจริงๆจังๆ ประกอบกับว่างานที่ดีสแฮมก็ค่อนข้างเครียดมันอาจจะมีเรื่องนี้เข้ามาด้วยพี่ก็เลยตัดสินใจ เราจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเนี่ย พี่จะไม่ทำสองอย่างควบคู่กัน บางคนจะเป็นลักษณะที่ว่าทำงานประจำไปก่อน เพราะรายได้ต่อเดือนกับการเป็นลูกจ้างตรงนั้นก็ถือว่าเยอะมาก ก็คิดว่าไม่เป็นไรก็ตัดทิ้งไปเลย แล้วก็เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นศึกษาจริงๆ จังๆ ลองที่จะทำธุรกิจแบบนี้ เพราะว่าโดยส่วนตัวพี่ พี่ไม่ชอบทำอะไรสองอย่างพร้อมกันอย่างแรกนะคะ อันที่สองคือคนที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องรู้จริง คือไม่ใช่แค่ทำไปตามกระแส หรือเห็นคนอื่นทำเราก็ทำได้ไม่ใช่เราต้องรู้ที่จะทำเป็นทุกๆ อย่าง ไม่ใช่เป็นผู้บริหารอย่างเดียว มาเซทอัพแล้วก็ไปไม่ใช่อย่างนั้น แต่พี่จะต้องเป็นทุกอย่างตั้งแต่การนวด การทำทรีทเมนท์ต่างๆ ก็ต้องเป็นด้วย

สปาที่ดีควรเป็นยังไง

จริงแล้วการทำสปาถ้าโดยความหมายหรือคอนเซ็ปต์แล้วคือเป็นสถานที่ที่ลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการแล้วเกิดความรู้สึกที่ดีแล้วก็เกิดสุขภาพที่ดีด้วย ถ้าจะถามว่าสปาที่ดีควรเป็นยังไงมันก็คงต้องประกอบด้วยอะไรหลายๆอย่างก็คืออย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าต้องประกอบด้วยรูปคือสถานที่ โภชนาการ แม้กระทั่งน้ำดื่ม น้ำชาที่มาเสริฟกับลูกค้ามันเป็นเครื่องดื่มที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพไหม ถ้าเป็นน้ำชาที่ดีจะต้องไม่ผสมน้ำตาล ไม่ทำให้อ้วน ไม่มีรสฝาด รสชาติที่ดี ตรงนี้เราก็ต้องเลือกเป็นเหมือนกัน ถ้าคล้ายกับสปาก็จะโอเค แต่ที่นี่พี่เน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนกรุงเทพฯ ซึ่งคนกลุ่มนี้โอกาสที่จะเจอมลภาวะเยอะมาก ถ้าขึ้นมาตรงนี้อย่างน้อยคุณได้กลิ่นของออกซิเจน ได้กลิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย พี่ก็จะเลือกใช้ตะเกียงที่เป็นโอโซน ก็จะพิเศษหน่อยหนึงในห้องทรีทเมนต์ เพราะฉะนั้นมันก็จะไม่มีพวกหมอก พวกก๊าซที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ในเรื่องของเสียง ก็จะเป็นพวกกรีนมิวสิค เพลงอะไรก็ได้ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมีเสียงธรรมชาติเข้ามา แล้วพี่ก็เลือกใช้ดนตรีที่มีผลต่อการบำบัดด้วย ซึ่งมันเป็นเพลงที่พี่เลือกมาจากโรงพยาบาล ที่เค้ามีคอร์สที่ใช้จะรักษาคนไข้ คนที่มาจะเป็นหมอแผนจีน มารักษาคนไข้ที่อาการหนักๆ หรือพวกที่รักษาโดยการฉายรังสีต่างๆ คนพวกนี้คือไม่มีอะไรที่จะเสียแล้ว อาศัยตัวจี้กง ซึ่งก็คือการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ช่วยให้พลังงานในร่างกายดีขึ้นไปพร้อมๆ กับการฟังเพลง เพลงที่เค้าแต่งขึ้นมาก็จะเป็นการใช้เครื่องดนตรี 5 ชิ้น ที่มันเป็นผลที่กระทบหรือพ้องกันกับการทำงานหรือการเคลื่อนไหวการทำงานที่ของอวัยวะที่เป็นหยินในร่างกาย ถ้าเป็นคนจีนก็คือมีทฤษฎีหยิน - หยาง

หลักการทำงานด้านธุรกิจสปา

สิ่งแรกที่อยากจะเน้นคือว่าการทำธุรกิจอะไรก็ตามอย่าทำตามกระแส กระแสมันเป็นตัวช่วยบอกว่าเทรน ความสนใจของผู้บริโภคไปทางไหน แต่เราต้องศึกษาให้ดีก่อนว่าเราชอบธุรกิจนั้นไหม ตัวเราเองต้องลงไปธุรกิจนั้นด้วยตัวเองจริงๆ อย่าไปทำตามคนอื่น ถ้าเราลงไปดูเองเราจะรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้มันดี เราจะมองออกตั้งแต่ต้นเลย แล้ววิธีการตรงนั้นเราจะทำยังไงเราจะรู้เอง อุปสรรคระหว่างทางอาจจะมี อันนั้นไม่เป็นเรื่องยากแล้ว เพราะเราตั้งใจ ธุรกิจทุกอย่างถ้าอยากให้ประสบความสำเร็จเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ คิดแค่ว่าคนอื่นเค้าทำชั้นก็ทำได้ แค่นั้นไม่พอ อันที่สองเมื่อทำแล้วเราต้องดูเรื่องการตลาดให้ครบ เราจะคิดแค่ว่าเราทำสินค้าที่ดี ทำสปาดีแล้วคนจะต้องมาซื้อ มาใช้บริการสปาชั้นมันไม่ใช่ เรามีหน้าที่ที่ต้องบอกให้เขารู้ แล้ววิธีการที่จะให้เค้ารู้เนี่ยมีอะไรบ้าง มีทั้งการทำโปรโมชั่น การประชาสัมพันธ์ การทำสื่อต่างๆ อย่างที่นี่คนรู้จักไหม รู้จักแต่ว่าหาไม่ง่ายนะคะ มันแยกส่วนมาอีก ลิฟท์มันตั้ง 35 ชั้น มันไม่เหมือนเราเดินผ่าน ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็อธิบายง่าย ที่พี่เลือกมาอยู่ตรงนี้เพราะเราเลือกสถานที่ที่มีความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าที่ต้องการจะมาพักผ่อนจริงๆ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้คนรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ เราก็ต้องมีวิธีการบอกผู้บริโภคด้วย คือต้องมีการเรียนรู้การตลาด

ความยากง่ายของการทำสปา

พี่มองว่ามี 2 จุด คือสิ่งที่พี่ตั้งใจพี่จะบอกผู้บริโภคว่า สปาเป็นสิ่งสำคัญของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหนักๆ เพราะเค้าควรจะดูแลสุขภาพก่อนที่เค้าจะเจ็บไข้ด้วยป่วย แล้วสปาสามารถช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่พี่รู้ แต่การที่เราจะบอกคนเยอะๆ ให้รู้จักสปา พี่ว่าเกินครึ่งที่ไม่รู้จักสปา แต่คนครึ่งหนึงที่รู้จักสปา แต่จะเข้าใจความหมายของคำว่าสปาจริงๆ พี่ว่ามีไม่เกินครึ่งเหมือนกัน นั่นคือพี่ต้องพยายามทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจและเข้าใจความหมายของคำว่าสปาให้มากขึ้น บ้านเราธุรกิจสปาเป็นธุรกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุน โดยนิสัยพื้นฐานของคนไทยเรื่องการเป็นผู้ให้บริการ แต่ว่าผู้บริโภคซึ่งเป็นคนไทยเราเองยังเข้าไม่ถึง คนที่ทำสปาแล้วให้ข้อมูลพวกนี้กับลูกค้าจะโฆษณาแบรด์ซะมากกว่า ยังไม่มีกระแสที่สร้างเรื่องสุขภาพกับสปาเท่าไหร่ กลุ่มเป้าหมายจริงๆ ก็คือคนทำงานทุกคน คุณไปทานอาหาร หรือไปดูหนังฟังเพลง คาราโอเกะ เที่ยวกลางคืน ไปชอปปิ้ง มันเป็นการผ่อนคลายอย่างหนี่ง แต่ถ้าเทียบแล้วการทำสปาเป็นการผ่อนคลายที่มีประสิทธิภาพมาก ด้วยจำนวนเงินที่จ่ายพอๆ กัน

สปาราคาแสนจะแพง

ถ้าเรามองสปาจริงๆ ในตลาดบ้านเรา มันเหมือจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจน คือสปาที่เป็นไฮโซเลย อันนั้นเค้าจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว เค้าสามารถตั้งราคาแพงได้ แล้วคนทำงานที่มีรายได้เป็นหลักหมื่นต่อเดือนพอดูราคาแล้วรู้สึกว่าไม่ไหว เพราะชั่วโมงหนึ่งประมาณ 3000 กว่า ในขณะที่ตลาดล่างก็จะมีนวดเท้า นวดไทย ซึ่งชั่วโมงหนึงอาจจะไม่กี่ร้อยบาท แต่คนอีกกลุ่มนึงก็ไม่อยากจะไปแบบนั้น ก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่าเรื่องการนวด สะอาดดีมั้ย สถานที่ไม่สวยเลย อะไรที่มันอยู่ตรงกลางๆ จะยังไม่ค่อยมี ตรงนี้คือคอนเซ็ปต์เรา แต่ว่าการทำสปาเพื่อสุขภาพเสียงยังไม่ดังพอ เราก็ต้องทำมากกว่านั้น

 

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618