ขุนพล IMAGIMAX ที่จบ ACADEMY OF ARTS จาก SAN FRANCISCO คนนี้ เขาไม่ได้มาด้วยดวงหรือโชควาสนา แต่เขามาด้วยความสามารถอันแท้จริง ภาพยนตร์ไทยทั้งขุนศึก พรางชมพู , เยาวราช , ขุนแผน และโปรเจกที่รับรางวัลระดับประเทศอีกมากมาย แสดงถึงศักยภาพทั้งความรู้ความสามารถ โลกทัศน์ และระบบการบริหารของเขา จนในชั่วโมงนี้ เกรียงไกร ศุภรสหัสรังสี เขาสามารถพาทีมก้าวขึ้นไปยืนเป็นคอมพิวเตอร์อาร์ตชั้นนำของเมืองไทย
มุมมองก่อนการเดินทาง
คงเป็นเพราะชอบและคิดว่ามาถูกทาง คือหมายความว่าถ้าไปทำงานทางด้านสถาปนิกหรือตกแต่งภายในก็ทำได้ แต่มันไม่ได้ใส่ใจจนถึงขนาดว่าวันเสาร์ - อาทิตย์ต้องเดินไปดูวัสดุพิเศษซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการตกแต่งภายในว่าวัสดุไหนสวยไม่สวย แต่มันกลับไม่รู้สึก แต่มันจะรู้สึกว่าเวลาว่างเมื่อไร มันอยากจะทำการ์ตูน แล้วก็มีโอกาสเลยมาเปิดเป็นกลุ่มเล็กๆ อาศัยเศรษฐกิจขาลงของคนอื่นเราเปิดสวนกระแสขึ้นมา
ที่นี่ไม่ได้เป็นที่แรกที่เปิดขึ้นมาเป็น CG HOUSE แต่ว่าเมื่อก่อน CG HOUSE จะทำเกี่ยวกับสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ในงานโฆษณามากกว่าและก็มีไม่กี่แห่งในสมัยก่อน แต่ของเราที่เปิดขึ้นมาเป็นที่แรกที่ทำการ์ตูนเพราะว่าเมื่อก่อนการทำการ์ตูนกับคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในประเทศไทย
แรงบันดาลใจ
คิดว่ารักในการ์ตูน แล้วก็ชอบในเรื่องเทคโนโลยีที่มันท้าทาย ต้องใช้ฝีมือตัวเอง ถ้าเราไม่ทำของเราขึ้นมาเองเราก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครเพราะยังไม่มีใครทำ ก็เลยคุยๆ กันได้ทีมมา 2 -3 คน ซึ่งเข้าขากันได้ดี เป็นรุ่นพี่ที่ลาดกระบัง คุณศักดิ์ศิริ และคุณศิริศักดิ์ คือจริงๆ แล้วเขา 2 คนชอบทำหนัง แต่ผมชอบทำการ์ตูน สมัยก่อนก็เริ่มดูหนังเอฟเฟ็กเยอะๆ อย่างหนังที่ผมประทับใจที่สุดอาจจะไม่ใช่หนังที่รุ่นน้องรู้จักก็ได้ เช่น TRON เป็นหนังสมัยก่อนที่คนเข้าไปอยู่ในตู้เกมส์ ไม่น่าจะต่ำกว่า 25 ปีที่แล้ว แล้วก็ดู STAR WAR , TOY STORY ตอนเด็กๆ ผมก็ชอบอะไรประมาณนี้ ตอนสมัยเรียนอยู่ที่นู้นก็ JURASIC PARK ดูแล้วตระการตามาก ก็เลยคิดว่าเข้าทาง แต่ตอนนั้นก็ยังคงไปลงเรียนเมเจอร์ อินทีเรีย แต่ที่นั่นดังเรื่องคอมพิวเตอร์กราฟิกมาก จึงขอลงวิชาเลือกเกือบทั้งหมดเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก
ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบ
ทำเกือบหมดเลยเพราะสายงายที่นี่เป็นสายงานแบบโปรดักชั่นนำ ในส่วนที่พี่รับผิดชอบคือ General Manager ดูแลเรื่องทั่วไปและเป็นที่ปรึกษาทั้งทีม 3D animation , visual effect , Graphic & Multimedia , Games จนกระทั่งรับสมัครพนักงาน , รับจัดซื้อ และสัมภาษณ์งานเองด้วย เราอยากได้พนักงานที่คุยกันเข้าใจ ทำงานได้จริง ทำแล้วต้องใจสู้ มีความสามารถที่เรียนคอมพิวเตอร์ได้เพราะไม่มีใครจบมาทางด้านนี้โดยตรง ส่วนใหญ่ไม่จบสถาปนิก ก็ศิลปกรรม วิจิตรศิลป์กันทั้งนั้นแหละเด็กพวกนี้ก็มีพื้นฐานการทำอาร์คิเทคมานิดๆ หน่อยๆ เราก็มาเปลี่ยนให้มาเข้าใจแอนนิเมชั่นอะไรพวกนี้ แต่มันอยู่ที่ใจเขาสู้รึเปล่า บางทีทำกันทั้งวันทั้งคืน
คอมพิวเตอร์อาร์ตในเมืองไทยและในโลก
ตอนนี้ในโลกเริ่มเป็น standard แล้วจากที่เมื่อก่อนเป็นเกมส์หรือการ์ตูน 2 มิติ ตอนนี้เป็น 3 มิติ แล้วนับวันงานยิ่งจะมีคุณภาพสูงมากขึ้น แต่ในปัจจุบันเศรษฐกิจของอเมริกาหรือญี่ปุ่นค่อนข้างแย่มาก ดังนั้นเขาต้องส่งออกให้ประเทศอื่นทำ ประเทศหลักๆ ที่เขาส่งออกคือ อินเดีย จีน เกาหลี รับจ้างทำการ์ตูนให้กับแคนาดา อเมริกา ญี่ปุ่น อย่างประเทศไทยเราพยามยามหาคู่ค้าในการทำงาน การทำงานกับต่างประเทศมีข้อดีเยอะก็เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ถ้าเราทำกันเอง ทำเท่าไหร่ก็ออกมาอย่างนั้น หลักการมันมีอยู่อย่างเดียวในการทำงานคือเขาให้งานมายังไง คุณก็ต้องทำให้ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่ผ่านต้องทำจนได้ คนของเราก็ต้องทำงานวันละ 18 ชั่วโมง
ส่วนภาพรวมในประเทศไทยคือต้นทุนในการทำแอนนิเมชั่นนี้ถูกมาก ซอร์ฟแวร์ ฮาร์ดแวร์ อะไรก็ถูกลงมาก ทั้งยังเริ่มมีโรงเรียนเปิดสอนเยอะมาก และในระดับมหาวิทยาลัยก็เริ่มเปิดสอนแล้วรัฐบาลก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า ตรงนี้สามารถเปิดตลาดได้ อย่างอินเดีย จีน หรือเกาหลี คือทำให้คนเขาเห็นว่าคนไทยสามารถทำงานด้านสร้างสรรค์หรือครีเอทีฟได้ ก็สามารถพัฒนาเป็นระบบอุตสาหกรรมได้
ปัญหาในการทำงาน
หนึ่งคือโจทย์ที่มาแต่ละวันไม่ซ้ำกัน มันต้องแก้ปัญหาตลอดเวลา เราต้องคิดตลอดเวลาเลยว่าทำได้ คือการทำเอฟเฟกต์มันมีเป็นร้อยเป็นพันแบบ อยู่ดีๆไม่มีใครทำได้หรอกเราต้องลองทำและทำให้ได้ ซึ่งเราต้องบอกว่าทำได้ก่อนและดูว่ามีกำลังคนสามารถทำพอหรือเปล่า ซึ่งบางบริษัทรับงานซ้ำซ้อนไม่พอกับกำลังคน งานก็ไม่สามารถเสร็จได้
ปัญหาที่สอง คือเรื่องของการทำงาน ลูกค้ามักจะมีความต้องการสูง push ให้พนักงานทำงานเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าพนักงานไม่สามารถรับตรงนี้ได้ก็จะเกิดปัญหาในระหว่างการทำงานเกิดขึ้น นั่นคือปัญหาบุคลากร อย่างที่นี่การทำงานไม่ได้รันด้วยเครื่องจักร แต่งานแอนนิเมชั่นรันด้วยคน ดังนั้น คนถือว่าเป็นสิ่งหลักเลย จะทำยังไงให้คนซึ่งแต่ละคนมีทั้งอีโก้ ความคิดส่วนตัว ขี้น้อยใจ ขี้ระแวง ทั้งร้อยคนสามารถทำงานร่วมกันได้ ฉะนั้นต้องมีความสมดุลทั้งทางด้านเจ้านาย พนักงานและลูกค้า บางทีลูกค้าเราไม่สามารถเลือกได้ ร้อยทั้งร้อยลูกค้าก็อยากได้งาน 200 เปอร์เซ็นต์หรือจุกจิกในบางเรื่อง
ตอนนี้รัฐบาลเริ่มให้การสนับสนุนแล้ว ถ้าเป็นเมื่อปีที่แล้วอาจจะพูดได้ว่ายัง อย่างตอนนี้มีการเปิดอบรมบ้างแล้วก็ให้ผู้ประกอบการในด้านนี้เข้าไปเป็นกรรมการ อย่างพี่เข้าไปเป็นอนุกรรมอยู่ในบอร์ดของ SIPA กระทรวงไอซีทีก็คือการเข้าไปวางแผนเช่นการทำหลักสูตร การทำวิจัยอะไรพวกนี้ หรือการส่งอาจารย์จากอิมเมจิแมกไปช่วยสอนในสถาบันต่างๆ
ปัจจัยที่ทำให้ IMAGIMAX ก้าวมาเป็นทีมคอมพิวเตอร์อาร์ตชั้นนำของเมืองไทย
คือการทำงานเป็นทีมแล้วก็เป็นพี่เป็นน้อง ตั้งแต่ผู้บริหารยันพนักงานมีการทำงานร่วมกัน ทุกคนเข้ามาทำงานด้านนี้ ไม่ได้จบมาโดยตรงแต่ทำด้วยความมีฝันอย่างเดียวกันฝันอยากจะทำ แล้วก็ในบางโปรเจคให้เขาได้มีโอกาสในการคิด การเขียน ด้วย
ประชุมออฟฟิศเดือนละครั้ง แต่ประชุมโปรเจคจะบ่อยหน่อยแต่ละกลุ่มก็จะมีโปรเจครับผิดชอบซึ่งต้องคุยกัน แบ่งงานหลักๆได้ 5 ฝ่าย ผมดูแล 3 ฝ่าย ได้แก่ 3D Animation , Visual Effect และ Games
งาน Computer Arts ช่วยพัฒนาวงการสื่อ และวงการออกแบบ
ก็คือสามารถสร้างจินตนาการให้กว้างไกลขึ้น อย่างเมื่อก่อนนี้ต้องสร้างจริงถ่ายเท่าที่ถ่ายได้มันอัดอั้นตันใจ ตอนนี้สามารถเติมโน่นเติมนี่ได้คอมพิวเตอร์อาร์ตสามารถลดขอบเขตการจำกัดทางด้านความคิดได้ ทำให้การครีเอทีฟกว้างไกลขึ้น เป็นตัวเสริมให้ครีเอทีฟที่คิดไปทำได้จริง แล้วก็การออกแบบนี้เมื่อก่อนวาดกันสุ่มสี่สุ่มห้าถูกบ้างผิดบ้าง แต่คอมพิวเตอร์กราฟิคเนี่ยทำให้ด้านการออกแบบเที่ยงตรงมากขึ้นเพราะมันหลอกไม่ได้
จรรยาบรรณ
เราทำงานให้กับลูกค้าหลายๆ คนเพราะฉะนั้นความลับเราก็ต้องปิดให้เขา จรรยาบรรณก็คือการปกปิดความลับให้ลูกค้าเพราะลูกค้าแต่ละคนนี้ก็เป็นคู่แข่งด้วยกันทั้งนั้น เช่นพี่รับทำน้ำในหลายๆ ยี่ห้อ โค้ก มิรินด้า อะไรอย่างนี้ ซึ่งอยู่คนละค่ายกัน หนังอย่างนี้แต่ละค่ายจะฆ่ากันด้วยซ้ำ และก็เรื่องความรับผิดชอบของงานที่จะส่งให้ได้ตามกำหนดส่ง บางทีงานพวกนี้มันจะมีเรื่องของออนแอร์คือซื้อมีเดียไว้แล้วต้องทำงานให้ทัน
เป้าหมายสูงสุดของการทำงาน
บริษัทได้รับการยอมรับและยกย่องจากคนทั่วโลก คือบริษัทเราค่อนข้างเป็นผู้นำในตอนนี้อยู่ในระดับหนึ่งแล้วอยากรักษาระดับตรงนี้ไว้ และหลังจากที่เริ่มรับจ้างผลิตให้คนอื่นมานานแล้ว 2-3 ปีให้หลังมานี้ เราจึงเริ่มที่จะทำของตัวเองขึ้นมาอย่างที่ว่าเราเริ่มร่วมทุนจับมือกับต่างประเทศหลายๆ ประเทศ คืออยากให้มีการยอมรับและกลายเป็นประเทศเปิดเป็นอุตสาหกรรมในด้านนี้ได้มากกว่า
|