|
เพลงอะไรที่ฟังแล้วรู้สึกว่า
Yes ! ใช่เลย
เพลง Love of my life ของ Queen
มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
เนื้อหาเกี่ยวกับความรัก เพลงนี้ประมาณ 20 ปีมาแล้ว เป็นเพลงที่เนื้อหาของเพลงค่อนข้างจะเศร้าๆ
คนที่ถูกขโมยความรักไป แล้ว love of my life ก็เป็นความรักในชีวิตฉัน
ตัวพี่เองเป็นคนค่อนข้างโรแมนติก
อยากรู้จังว่าความรักในแบบของพี่โอ้เป็นอย่างไร
อิ อิ
ความรักคือสิ่งดีๆ สำหรับพี่นะ เหมือนกับพี่เป็นคนมองโลกในแง่ดีอยู่แล้ว
ความรักก็คือสิ่งดีๆที่จะเลือกพูดถึงมัน เลือกที่จะเอามันมาใช้ในชีวิตประจำวัน
เราไม่ควรที่จะไปโทษความรักถ้าเกิดวันนึงเราผิดหวังจากความรัก
อกหักหรืออะไรก็แล้วแต่ ความรักมันอยู่ของมันดีๆแต่ว่าไอ้คนที่ทำให้เราเสียใจมันไม่ใช่ความรัก
มันคืออีกคนนึง ที่ทิ้งเราไปมากกว่า อย่างบางคนที่ผิดหวังกับความไม่เอาละ
เกลียดความรักจังเลย ไม่รักใครอีกละ ความรักมันคืออะไรที่สามารถรักๆได้ตลอดเวลา
คุยเรื่องรักแล้วเขิน กลับมาถามเรื่องเพลงบ้าง
เพลงชุดที่ 1 กับชุดที่ 2 มีความแตกต่างกันมากไหมคะ ?
โดยรวมแล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันมาก ที่เพิ่มเข้ามาคงจะเป็นเรื่องดนตรีที่หนักมากขึ้น
ส่วนเรื่องเพลงก็ยังคงเป็นเพลงที่ฟังสบายๆ พี่ยังเน้นไปในงานที่ลักษณะว่าให้งานออกมาลงตัว
คือมองภาพรวมของงาน คือไม่ได้มองว่า เฮ้ เราเขียนเพลง
ฮิตสัก 3 เพลงแล้วอีก 7 เพลงทิ้งไปเลย คนที่เค้าอยากจะฟังผลงานหรือที่เค้าซื้อ
ซีดีมาสักแผ่นฟังทั้งอัลบั้มความหลากหลายในเพลงชุดนี้ก็ไม่แพ้อัลบั้มชุดที่แล้วที่
มี R & B มี Pop rock ส่วนชุดนี้ก็จะมีมากขึ้นอีกอย่างที่บอก
มันก็มีบัลลาตต์ แจ๊ส มี Acapella มี Hip hop มี Dutch
เข้ามา มี ไอริช
ไอริช คืออะไร ?
จะเป็นภาษาของ The core แต่ The core นี่ประยุกต์แล้วนะ
เพราะ ไอริชจริงๆไม่ใช่อย่างนั้นก็ผสมผสานกัน อย่างเพลงตามความฝัน
เพลงนี้พี่คิดว่าพี่โชคดีคือพี่ได้นักคนตรีเป็นคนไอริชจริงๆคือคุณ
จอห์น เมอร์ตี้ กับอีกคนหนึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่อยู่กับคนไอริชมาก่อนก็จะได้สำเนียงนี้
แล้วก็อีกคน พี่แว่น จักราวุธ แสวงผล ปัจจุบันเป็น Producer
ของGrammy Gand เค้าก็เล่นดนตรีแนวนี้เหมือนกันได้เข้ามาช่วยอัด
ที่บอกว่าโชคดีมากก็คือ ปกติดนตรีแนวนี้ไม่สามารถที่จะโปแกรมหรือเลียนแบบได้
มันจะต้องเอาคนมาเล่นจริงๆ ชุดที่แล้วพี่ก็พยายามทำแต่มันก็ไม่เหมือนเอาคนมาเล่นจริงๆ
ชุดนี้ได้มา พอชุดนี้ได้มามันค่อนข้างลงตัว คือมันใช่
พอคนมาอัดสดจริงๆสำเนียงมันใช่ มันได้อารมณ์
อัลบั้มนี้แต่งเพลงเองรึเปล่า
แต่เองทั้งอัลบั้มเหมือนเดิม เนื้อร้อง ทำนอง ส่วนร่วมของงานนี้ก็จะเป็น
เนื้อร้อง ทำนองทั้งหมด แล้วก็กีตาร์ทั้งหมด เพราะพี่เป็นนักกีตาร์
ทั้งทางดนตรี และภาพรวมของงาน คือมีทั้งผมและ Producer
คือหม่อมตี้ก ซึ่งเป็นเพื่อนพี่เลยเลยละ เราทำงานแบบปรึกษากัน
และก็จะได้อิสระเต็มที่ จากพี่ฉา และพี่ดี้ เค้าถือว่าชุดที่แล้วสอบผ่านล่ะ
ชุดนี้แกเลยให้อิสระเกือบร้อยเต็มเลย
เวลาแต่งเพลงได้แรงบันดาลใจยังไง
ค่อนข้างปล่อยไปตามอารมณ์มากกว่ากับเหตุการณ์ที่เราเจอ
ณ เวลานั้น งานเพลงของผมก็เหมือนเป็นบันทึกเล่มนึงเหมือนกัน
อย่างช่วงหนึ่งเราเจออะไรมา หรือวันนี้เราอยากจะระบายจังเลยเราก็เขียน
เหมือนเล่าไดอารี่ส่วนตัวของเรา
มีอะไรจะแนะนำไหม เกิดมีน้องๆสนใจอยากแต่งเพลง
ค้นหาตัวเองให้เจอดีกว่า เดี่ยวนี้คนแต่งเพลงมีเยอะ แต่แต่งเพลงให้แตกต่าง
คงต้องใช้เวลาค้นหาตัวเองให้เจอ ทำอะไรให้มันแตกต่างออกไป
เรื่องที่พี่พูดบ่อยๆก็คือการฟังเพลง อยากให้ฟังเพลเยอะๆ
เพราะการฟังเพลงมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากและประโยชน์ในการฟังเพลงมันมหาศาล
เพราะมันง่ายอยู่ที่ไหนมันก็ฟังได้และมันจะซึมมาในตัวเราเอง
พอมันซึมมาปุบมันจะมาผสมกับการเป็นตัวเราแล้วมันจะได้แนวเพลงออกมาใหม่
เข้าวงการเป็นนักร้องได้ยังไง
ผมเดินเข้ามาเองเลย ไม่มีใครรู้จัก เราโนเนมมาก จำได้วันแรกที่เดินเข้ามาที่ตึก
GMM ไม่ได้นัดใครด้วยเดินเข้าถือ CD มาแผ่นหนึ่ง รู้ว่าจะมาหาพี่ฉา
เพราะได้ข่าวมาว่าค่ายจีราฟเพิ่งจะเริ่มต้น แล้วพี่ฉาก็ออกมาต้อนรับคือโดยปกติถ้าเค้าไม่รู้จักเราเค้าคงไม่ออกด้วยตนเองบอกว่าพี่ติดงานอยู่
ทิ้ง CD ไว้ก่อนสิแกยังออกมาคุย แล้วแกเป็น Boss ขณะนั้น
ก็ถือว่าเป็นเรื่องของดวงด้วย พอพี่แกนั่งฟังพอช่วงข้ามคืนแกก็โทรมาด้วยคือแกไม่คิดว่าเราจะร้อง
เคยเข้าประกวดร้องเพลงบ้างไหม
?
ไม่เคยเลย ผมบอกตรงๆนะว่าแม้กระทั้งปัจจุบันนี้ผมก็ไม่ใช่นักร้องนะ
ผมเป็นนักดนตรี คือ ผมพยายามที่จะร้องโดยจริงแล้วผมเป็นคนที่เล่นกีตาร์มาตลอด
บ้ากีตาร์มาก ฝึกกีตาร์มาเยอะมาก เราร้องเพราะร้องเพลินๆและก็ไม่เคยเรียนก็คือร้องอย่างที่เราเป็น
ถ้าโดยประสบการณ์ก็คงไม่กล้าขึ้นไปร้องบนเวที
พี่มีศิลปินในดวงใจไหมในเมืองไทย
ที่นึกได้ตอนนี้คือ Silly fool
แล้วเมืองนอกล่ะ
เมืองนอกนี่มีเยอะ อย่างที่ชอบก็จะเป็นในแนวรูปผสม อย่าง
R&B พี่ก็ชอบนะ ก็จะเป็น Bryan Mcnight ที่ร้องไว้เพลงดังๆก็จะเป็น
Back at one ซึ่งจริงๆเค้ามีงานชุดเก่าๆที่เค้าร้องยากกว่านี้เยอะ
ซึ่งผมชอบการร้องของเค้า
แล้วในอัลบั้มเน้นหนักไปในแนวไหน
ยังผสมอยู่ ยังใช้เครื่องดนตรีแนว Acoustic เป็น Main
อยู่ แล้วก็เอาดนตรีหลายๆ Style อย่าง Acoustic Hiphop
Acoustic R& B
ศิลปินที่พี่ชอบมันออกแนวร๊อคนะ
Silly fool เค้าร้องเพลงหวานนะ ถ้าฟังเพลงช้าเพลงเค้าหวานนะ
ปกติพี่โตเป็นดนตรีแนวร๊อคอยู่แล้ว และผมเข้าถึงดนตรีนี้ได้ง่ายและเค้าก็ทำออกมาได้ดี
และบังเอิญเพลงบันลาดไปโดนเค้ามาก โตเต้าแต่งเก่ง เมโรดี้เค้าสวย
และผมก็มองเค้าว่าเป็นศิลปินตัวจริงคนหนึ่ง บ้านเราน่าจะมีอย่างนี้เยอะ
แต่ไม่ใช่เป็นแนว Silly fool หมดนะ แต่มันควรที่จะทำงานแตกต่างกันไป
ทำงานแบบเนี่ย เยอะขึ้น
แนวเพลงที่ชื่นชอบ
เยอะครับ ทั่วๆไป ปัจจุบันผมจะฟังงานที่มัน pop อยู่แล้ว
อย่างเช่น John Mayer หรือ Nora Jones งานที่ใหม่ๆ อินเทรนด์หน่อยๆ
ก่อนเข้าวงการมีอุปสรรคอะไรบ้าง
?
ก็มีเยอะเหมือนกัน ตอนอัลบั้มชุดแรกเราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปลงค่ายไหน
ค่อนข้างเคว้งมาก บางครั้งมันก็มีจุดท้อบ้างว่าเราทำไปเพื่ออะไร
บางทีก็ไม่คุยกับเพื่อนที่เป็นโปรดิวเซอร์ เพื่อนก็ว่าเพลงน่ะมันมีเนื้อหาส่วนตัวเกินไป
แนวนี้เพลงแบบนี้กลุ่มมันเล็กนะทำไปอาจจะยากหน่อยจริงๆแล้วไม่มีใครเดาได้หรอกว่าเพลงออกไปแล้วจะมีคนรับได้มาน้อยแค่ไหน
แต่เราก็ถือว่าเราทำเต็มที่ เพราะอยากทำอยู่แล้วเป็นอันดับต้นๆ
เราอยากทำงานดนตรีอยู่แล้วเพราะเรารัก มันแค่ได้ทำก็มีความสุขแล้ว
ไม่จำเป็นที่ว่าจะต้องได้การยอมรับ แต่พี่ก็ถือคติอยู่จนถึงชุดที่
สอง อย่างชุดที่แล้วกระแสมันดี ชุดนี้ต้องได้แน่ๆชุดนี้พี่ก็ทำงานอย่างที่ตนเองอยากทำ
คิดเหมือนชุดที่แล้ว ทำมันออกมาให้ดีที่สุด คนยอมรับก็ดี
คนไม่ยอมรับก็...เราก็ต้องอยากทำ เรามีความสุขที่ได้ทำมันก็สุดยอดแล้วมันเป็นงานที่เราชอบ
และเค้าให้อิสระเราเราก็ทำมันให้เต็มที่เลย
ครอบครัวให้การสนับสนุนไหม?
ที่บ้านผมไม่มีใครเล่นดนตรีเลย ค่อนข้างที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองมากๆ
แต่ว่าเค้าค่อนข้างสนับสนุน คุณพ่อคุณแม่ของผมค่อนข้างน่ารัก
คือเค้าไม่ค่อยบังคับเราว่าจะเรียนอะไร ค่อนข้างอิสระซึ่งมันมีผลมาจนถึงทุกวันนี้
ทำ
ให้ผมคิดเองได้ทำอะไรเองได้
ก่อนจะมาเป็นนักร้อง ความฝันสูงสุดอยากเป็นอะไร
อยากเป็นนักกีตาร์ อยากเป็นมือ กีตาร์ฮีโร่ อยากเล่นให้เก่งๆ
เมื่อก่อนตอนเด็กๆฝึกกีตาร์วันละ 10 ชั่วโมงนะ
ไม่เจ็บนิ้วเหรอ ?
มันผ่านช่วงเจ็บมาแล้ว มันด้านมาแล้ว มันจะมีช่วงเจ็บมากแต่ถ้าผ่านช่วงนั้นมาแล้วมันก็จะง่าย
เวลาเจอมือกีตาร์คนไหนเล่นเก่งๆ มันต้องขอท้าดวลหน่อยแล้ว
แล้วเค้ารับคำท้ารึเปล่า ?
มันก็มีบ้าง แต่มันไม่ถึงขนาดดวลกันมากมาย เพียงแค่ "เฮ้ย...มันเก่งโว้ยเดี๋ยวกลับบ้านไปฝึก"
ยุคนั้นจะเป็นอย่างนี้ ผมว่ายุคนั้นเมื่อประมาณซัก 8-10
ปีเป็นยุคเฟื้องของกีตาร์
ประมาณพวกวงนูโวใช่ไหม
หลังจากนั้นอีกพักใหญ่
กีตาร์ตัวแรกใครเป็นคนซื้อให้
คุณแม่ซื้อให้ พอดีคนที่ขายเป็นเพื่อนพี่ชายพอดี แล้วตอนนั้นเราสนใจจะเล่นพอดีคุณแม่เลยซื้อให้ตอนนี้ยังอยู่เลยใครขอซื้อก็ไม่ให้
แล้วตอนนั้นรู้สึกยังไง
รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เก็บตัวอยู่ในห้องนั่งดีดเดี่ยวคุณพ่อก็มาเคาะปะตูบอกให้เบาๆหน่อย
ตอนมีกีตาร์รู้สึกหรูมาก โก้มาก แล้วการเล่นดนตรีของคนสมัยก่อนกับคนสมัยนี้ไม่เหมือนกันในเรื่องการสนับสนุน
คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ค่อนข้างสนับสนุนมากเพราะอยากให้ลูกตนเล่นดนตรี
แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ค่อยนะเพราะกลัวว่าลูกจะไปเต้นกินรำกิน
พอมาสมัยนี้อยากให้ลูกดังกันทั้งนั้นเลย
แล้วความฝันสูงสุดในตอนนี้คือ...
อยากทำค่ายเทป มันเป็นความฝันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วละอยากทำอะไรให้มันเป็นทางเลือกในการฟังดนตรีมากขึ้น
แต่ตอนนี้บ้านเราก็เปิดกว้างมากขึ้นแล้วละ แต่ถ้ามันมีช้อยให้คนทำงานด้านดนตรีได้เปิดโอกาสตัวเองสู่โลกด้านนอกมันก็จะดีขึ้น
ถ้าเราเป็นคนนึงที่จะพาเค้าออกไปได้ แต่ผมก็ไม่รู้นะ เพราะนี่เป็นความฝันอย่างหนึ่ง
เป็นความฝันสุดท้ายที่ผมอยากทำ
เวลาร้องเพลงพี่มีเทคนิคอย่างไรในการร้องเพลงให้เสียงเล็กเพราะเวลาสัมภาษณ์เสียงของพี่ก็ปกติ
คือเวลาพูดคุยธรรมดาผมจะเป็นชอบใช้เสียงต่ำ แต่ถ้าร้องเพลงเวลาเสียงสูงก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งเพราะผมเป็นคนเสียงบาง
ถ้าคนที่ทำงานด้านดนตรีก็จะรู้ว่านี่เหละเสียงบาง เพราะคาเร็คเตอร์ของพี่จะเป็นคนเสียงบาง
เวลาร้องเสียงสูงจะเป็นแบบนั้นทันที แต่ก็จะมีกระแสที่ว่า
ดัดเสียง บีบเสียง ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปห้ามเค้ายังไง
มีการไปเรียนมามั้ยในการทำเสียงให้สูง
ไม่นะ อาจเป็นเพราะผมชอบร้องเพลงในสไตล์คนผิวดำ คนผิวดำผู้ชายชอบร้องเสียงสูง
ผู้หญิงผิวดำที่ชอบร้องเสียงสูงก็มีนะ พอดีในบ้านเรายังไม่มีใครทำมันก็เลยดูแปลกไป
Yes ! ในความรู้สึกของพี่โอ้เป็นยังไง
?
ผมว่ามันเป็นคำเดียวอยู่เลย คำเดียวแบบไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว
Yes! ( พร้อมกับทำท่าทาง)
ถ้าพี่มีอำนาจอะไรสักอย่าง
พี่โอ้อยากทำอะไรเป็นที่สุด
อยากให้มีแต่เรื่องดีดี เกิดขึ้น ไม่อยากให้มีเรื่องร้ายๆ
เพราะผมเป็นแบบนี้ถ้าใครได้คุยกับผมจะรู้เลยว่าผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี
อยากให้คนคิดดีไม่มีใครโกงกัน
ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งอยากทำอะไรเป็นอันดับแรก
ใช้เวลาแต่ละวันหมดไปโดยไร้ค่า ออกไปเล่นกับเพื่อน ไปเที่ยวกับเพื่อนเหมือนที่เราเคยทำเพราะผมคิดว่าช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือช่วงเวลานั้น
มีอะไรอยากกล่าวไปถึงแฟนๆ
อยากฝากงานชุดนี้ไว้ด้วย เพราะอย่างที่บอกชุดนี้ใช้เวลาทำตลอด
10 เดือนที่ผ่านมาก็ล้มลุกคลุกคลานกันมาเหนื่อยกันมา งานชุดนี้ออกมาสำหรับผมค่อนข้างพอใจมาก
เพลงทุกเพลงค่อนข้างมีความลงตัวและมีน้ำงานที่ดีค่อนข้างมาก
อยากให้ลองฟังทั้งหมด ไม่ใช่ฟังแผ่นตัดอย่างเดียว อยากให้ฟังหลายๆเพลงเพราะมันมีอะไรที่หลากหลาย
มีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเทปผี
ซีดีเถื่อน
คือมันเป็นอะไรที่คาใจมากๆ แทงใจอยู่ทุกวันนี้ พูดไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์
ผมฝากหน่อยละกันคนไทยด้วยกันหันมาสนับสนุนกันดีกว่าครับ
|