|
ความรู้เรื่องหนังแบบไหนที่ผู้กำกับควรรู้
หน้าที่ของผู้กำกับคือผู้กำหนดแนวทาง ซึ่งผู้กำกับจะไม่รู้เรื่องภาพดีเท่าตากล้อง
ไม่รู้เรื่องอาร์ตดีเท่าฝ่ายศิลป์ ไม่รู้เรื่องต่างๆ ดีเท่าทีมงานบางคน
แต่อาจจะต้องรู้หมดว่ามันควรจะไปยังไง ควรจะไปในแนวทางไหนแล้วมันควรเป็นยังไง
อย่างเช่นในเนื้อเรื่องนี้ แค่ไหน เขาต้องเสนอกันแค่ไหน
ผู้กำกับก็คือคนที่ไดเร็คมัน ควรจะเป็นอย่างนี้ ควรจะเป็นอย่างนั้น
มีแนวทางการศึกษาความรู้เรื่องหนังเหล่านี้อย่างไร
จริงๆ แล้วคนที่ดูหนังแล้วชอบ พอมาเจอการทำหนังอาจจะไม่ชอบก็ได้
เช่น พอมาเจอกองมันต้องเหนื่อยขนาดนี้ ต้องทำกันขนาดนี้มันอาจจะไม่สนุกเลยก็ได้
อย่างดูหนัง มันจะเป็นชอตๆ เรียงกัน แต่เรามาทำหนังแต่ละชอตมันไม่ได้เรียงกัน
เราต้องถ่ายทีละอันๆ บางทีมันก็น่าเบื่อ เพราะมันไม่มีการเรียงความสนุก
เราต้องคิดเอาว่าถึงตรงนี้แล้วมันจะสนุก
หมายความว่าการลำดับความคิดก็เป็นเรื่องสำคัญใช่ไหม
สำคัญ อย่างเราดูในหนังตอนนี้อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาอยู่ในห้อง
คือตอนอยู่หน้าห้องอาจจะถ่ายเดือนมกราฯแล้วในห้องเราอาจจะถ่ายพฤษภาฯก็ได้
ซึ่งมันต้องต่อเนื่องกันโดยที่เราอาจจะต้องทิ้งมันไว้
5 เดือนแล้วค่อยเอากลับมาถ่ายใหม่คือมันก็ต้องมาการจัดระเบียบความคิดของเรา
โดยที่มันจะมีบทและเอกสารหลายๆ อย่างมีการ continued มีรูปไว้ยืนยัน
สิ่งเหล่านี้มันอาจไม่สนุกเหมือนการดูหนัง อย่างเช่น มีน้องมาฝึกงานบอกว่าขอมาฝึกงาน
มาถึงก็มาดูวันหนึ่งแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ มาเดินๆ ดูแล้วไม่ทำอะไร
เราก็ไม่เรียกว่าฝึกงาน ก็เลยฝากบอกเพื่อนที่ฝากมา บอกว่าขอดูงานก็คือขอดูงาน
แต่ขอฝึกงานก็ต้องมาทำงานซึ่งมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่ชอบก็ได้
แต่บางคนมาทำแล้วอาจจะชอบก็ได้ แต่มันก็มีเสน่ห์อย่างหนึ่งก็คือ
คนส่วนใหญ่ที่มาทำ ถ้าไม่ชอบเขาก็จะออกไปตั้งแต่วันแรกๆ
เพราะอย่างการทำเป็นชอต อย่างนี้พอมันเอามารวมกัน มันก็จะเกิดการผลักดันทางอารมณ์บางอย่างเกิดขึ้น
เช่นคนดูแล้วจะร้องให้ หรืออย่างบางทีเราถ่ายเป็นชอตๆ
ก็ยังไม่รู้ บางทีต้องมีการคาดเดา มันประกอบด้วยองค์ประกอบเยอะมาก
ซึ่งผู้กำกับก็ต้องเอาองค์ประกอบทั้งหลายมาปะติดปะต่อกัน
ตามแนวทางที่เขากำหนด ตามทิศทางที่เราอยากให้เป็น อันนี้คือหน้าที่ผู้กำกับ
ตอนนี้จะเห็นว่ามีหลายคนที่หลุดจากวงการต่างๆ
อยู่ดีๆ ก็มากำกับ โดยที่อาจจะไม่เคยผ่านการทำหนังมาก่อน
เช่น ตลก นักวิจารณ์ แต่คนเหล่านี้ก็จะมีการเกี่ยวข้องเรื่องหนังอยู่บ้าง
ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เขามาทำหนังเลย เราก็จะรู้ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร
อย่างตลก เขาเคยผ่านการแสดงหนังมา แล้วสำหรับคนที่รู้จักจดจำและมีไอเดีย
เขาก็สามารถทำได้โดยอาจจะมีวิธีการแก้ปัญหาของตัวเองไป
อย่างบางคนที่ไม่รู้เรื่องการตัดต่อ หรือไม่รู้ว่าควรจะถ่ายตรงไหนก่อน
เขาก็ต้องมีผู้ช่วยที่มองในทางการถ่ายทำออกก็จะช่วยได้
นี่ก็คืออีกหนึ่งแนวทาง
ทำอย่างไรถึงได้เป็นผู้กำกับ
ความจริงจะเป็นผู้กำกับได้นั้นมีอยู่ 2 อย่าง (ทั่วๆ ไป)
คือ มีโอกาส อันนี้สำคัญ คนบางคนเอาบทไปเสนอนายทุนเพื่อหาโอกาส
เพราะถ้าไม่มีโอกาสก็เป็นไม่ได้ แล้วต้องมีการเรียนรู้ตลอดเวลา
การไปดูหนังก็คือการเรียนรู้ ถ้าเราไปดูแบบตามอารมณ์ของหนังเราก็ได้อารมณ์ของหนังออกไปแต่ถ้าเราดูแล้วเราสังเกตมันก็ได้อีกอย่างหนึ่ง
หนังแบบไหนที่คิดว่าอยากทำ
มันขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงอารมณ์ความคิด อย่างตอนเด็กๆ เราอาจจะฝันว่าอยากไปเดินเล่นกับมอส
พอโตมาอาจจะเปลี่ยนความคิด อยากไปเดินเล่นกับทักษิณ มันขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกันอาจจะมี
เรื่องที่อยากเล่าจริง อย่างเช่นตั้งแต่เด็กๆ พี่นี่ยังไม่ค่อยมีเรื่องที่อยากเล่าจริงๆ
เท่าไหร่ ตอนนี้อยากทำเรื่องที่สนุกอย่างที่ตัวเองคิด
|