แล้วต้องไปพูดตามที่ต่าง ๆ หรือเปล่า ก็คงมีเข้ามา แต่ว่าคงจะจัดเวลาช่วงหนึ่งตามพอเหมาะ คงไม่ให้เกินไป แล้วก็ไม่ให้ยืดเยื้อ เดี๋ยวเราจะมาอยู่ตรงนี้จนเสียงาน
แสดงว่าตอนนี้ก็ยังมีงานอยู่ด้วย ช่วงนี้ก็วุ่นวาย เพราะต้องเขียนเรื่องสั้นด้วย ปกติก็ไม่ค่อยมีเวลาเขียนอยู่แล้ว คิดแต่ละตอนก็เฉียดฉิว ส่งต้นฉบับเกือบไม่ทันอยู่แล้ว เพราะมันไม่ได้เป็นแบบคอลัมนิสต์ แบบบทความ มันมีพล็อต มันเป็นเรื่องสั้น ตอนนี้ก็พยายามเปลี่ยนรูปแบบใหม่ กำลังพยายามคิดพล็อต เราใช้ในลักษณะของกระแสสำนึกล้วน ๆ คือมันต้องสั้น แล้วต้องให้มันได้ใจความในความสั้นตรงนั้น แต่ยังไงมันก็เป็น fiction ไม่ใช่ความเรียง มันก็เหนื่อยนะ เพราะมีนิยายที่ทำค้างอยู่ที่ไม่ได้ต่อเลย
แล้วนิยายที่ค้างอยู่ มีข้อจำกัดอะไรกับใครบ้าง ก็กับตัวเราเอง เพราะเราก็ไม่ได้รีบร้อนไปไหน แต่กำลังอินกับงาน กับพล็อต เพราะปกติเวลาเราทำงานชิ้นนึง เราจะติดกับมันตลอด จะไม่ไปทำงานที่ไหนเลย ขึ้นอยู่กับชิ้นนั้น เพราะฉะนั้นวิธีการเขียนประจำ เราเริ่มทำนิยายไว้แล้ว พอมาเขียนประจำ ตอนแรกว่าจะเอานิยายลงประจำ แต่ว่ามันเป็นนิยายที่รูปแบบไม่เหมาะ แล้วก็ไม่อยากเขียนความเรียง หรือบทความ อยากทำ fiction หรือวรรณกรรม เป็นเรื่องสั้น ๆ มากกว่า ก็คิดว่าสักระยะเราคงต้องหยุด เพื่อให้ได้เนื้องาน แล้วก็เขียนนิยายให้เสร็จ เพราะเวลาเขียนนี่มันต้องให้จบในตัวเองใช่ไหม ก็เหมือนกับพล็อตสั้น ๆ เหมือนกัน มันต้องมีความลงตัว มีความสนุก ไม่ใช่อ่านตอนนี้เพื่อให้ไปสนุกตอนหน้า