Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
REALITY SUPPORT
ร้อยโท ศักรรินทร์ พลางกูร:เพราะผมคิดว่าการเป็นผู้บริหารมันไม่ใช่แค่การนั่งโต๊ะเท่านั้น





 

ร้อยโท ศักรรินทร์ พลางกูร คนนี้เป็นทั้งทหารราชองครักษ์ เป็นทั้งเจ้าของธุรกิจทางด้านงานโฆษณาและการออกแบบกราฟิคที่ชื่อ Killer Whale เป็นธุรกิจที่เขาทำด้วยใจรัก ระเบียบวินัยที่อยู่ในตัวของชายชาติทหารสามารถนำมาใช้กับการบริหารธุรกิจ ถึงจะมีเวลาให้ไม่เต็มที่ แต่เขาสามารถบริหารงานธุรกิจโฆษณาควบคู่กับการรับราชการได้อย่างลงตัว

การศึกษา

ผมเรียนอังกฤษตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็ไปอเมริกา แล้วก็กลับไปอังกฤษอีก เรียนมหาลัยที่อังกฤษ ชื่อ American Intercontinential University จบสาขา Virtual Communication คือเกี่ยวกับด้านกราฟิค โฆษณามากกว่า กลับมาเมืองไทยก็มีเกณฑ์ทหาร ผมก็เลยสมัคร

การเข้ามาเป็นทหาร

ผมก็มีความฝันเหมือนเด็กๆ ทั่วๆ ไปที่อยากเป็นทหาร อยากเป็นสถาปนิก อยากเป็นหมอ แล้วพอมีโอกาสผมไปสมัครเป็นทหารซึ่งที่บ้านก็สนับสนุนอยู่แล้ว เพราะอยากให้ลูกหลานรับราชการ

กระผมเป็นทหารราชองครักษ์

การเข้ามาเป็นทหารมันมี 2 ทางคือการสมัครเป็นทหารกับการเกณฑ์ทหาร ถ้าเกณฑ์ทหารเนี่ยเราจะเป็นพวกพลทหาร หรือทหารเกณฑ์ก็ไปฝึกประจำหน่วยอยู่ประมาณ 2 ปี แล้วก็จบเรื่องการเกณฑ์ทหาร แต่ถ้าเราสมัครทหาร ก็ใช้วุฒิปริญญาตรีสมัคร แล้วก็ไปฝึกเหมือนกันประมาณเดือนครึ่ง แล้วหลังจากนั้น 6 เดือนเราก็จะได้ติดยศเป็นร้อยตรีก่อน แล้วก็ตามขั้นตอนเขาไป ร้อยตรี ร้อยโท ร้อยเอก แต่แทนที่ผมจะเกณฑ์ผมก็เลยสมัครเอา ซึ่งทางบ้านเค้าก็ชอบให้รับราชการอยู่แล้ว ซึ่งทางคุณตา ทางคุณลุงเองก็เคยรับราชการอยู่แล้ว แล้วผมก็เห็นว่าเป็นอะไรที่เหมาะสมน่าจะทำ ก็เลยสมัครเลยตอนนั้น

ตอนแรกไปอยู่ที่กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด อยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก็คงหาตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยทำมา ก็คือพวกสื่ออะไรอย่างนี้ มีโอกาสทำได้ 2 ปีครับ แล้วก็มีโอกาสย้ายเข้ากรมราชองครักษ์ มันก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะกรมราชองครักษ์เป็นหน่วยงานที่มีเกียรติ เพราะได้รับใช้ใต้ฝ่าละอองทุลีพระบาทและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

หลักการทำงานด้านทหาร

ในส่วนตัว ผมคิดว่าทำให้ดีที่สุด สำหรับการปกครองคนอื่น เพราะเรามียศร้อยโท แล้วก็จะมีลูกน้องหลายคน บางคนอายุมากกว่าผมด้วยซ้ำ ผมก็จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ปัญหาในการทำงานด้านทหาร

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะติดนิสัยแบบมาพอสมควร อย่างเวลาผมพูดจา ก็จะพูดอะไรตรงๆ แต่ก็อาจทำให้บางคนคิดว่าผมว่าเค้า แต่ผมเปล่า

ความท้อแท้เวลาทำงาน

ก็เป็นธรรมดาของคนทำงานนะครับที่บางทีก็รู้สึกเบื่อ ท้อแท้บ้าง อย่างเวลาที่เราทำเต็มที่แล้ว แต่ไม่มีใครเห็น แต่ผมก็คิดว่าความท้อแท้มันทำให้เราปรับตัวเราให้ดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นด้วยครับ

ความเครียด

งานทหารเป็นงานที่รับผิดชอบเยอะมาก แล้วก็ต้องมีความซื่อสัตย์สูงด้วย ซึ่งผมอาจจะมีปัญหาในช่วงแรกๆ ของการปรับตัว เพราะเรียนอยู่เมืองนอกมานาน มันก็จะมีเรื่องของยศ ตำแหน่ง ระดับชั้น ซึ่งผมก็ต้องปรับตัวเรื่อยๆ ไม่เครียดอะไรมากครับ

ธุรกิจด้านงานโฆษณา

ปกติผมมีเวลาก็จะออกกำลังกาย วิ่ง เล่นกอล์ฟ เล่นฟิตเนส ผมเป็นทหารมา 4-5 ปี คิดว่าผมรักการเป็นทหารนะ แต่ก็มีความฝันที่ไม่อยากทิ้งไปเหมือนกัน อยากออกแบบ แล้วเราก็เรียนมาทางนี้โดยตรง ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัว งานทหารก็ดี ผมเลยเริ่มทำบริษัทเล็กๆ รับออกแบบชื่อ บริษัท Killer Whale ซึ่งแปลว่าปลาวาฬเพชรฆาต เพราะปลาวาฬเพชรฆาตเป็นสัตว์กินเนื้อ ดุดัน เป็นเจ้าแห่งทะเล ข้างนอกดูอ่อนโยน ฉลาด สอนได้เหมือนจะสื่อว่าพวกเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเผชิญโลก ตอนแรกมีหุ้น 3 คน ซึ่งแต่ละคนก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่สาธิตประสานมิตรด้วยกัน ก็มีจบด้านกราฟิค มัลติมีเดีย แล้วก็บริหารธุรกิจ แล้วก็มีเพิ่มมาอีกคน จบทางด้าน เว็บไซต์ แต่ผมจะเป็น MD คือดูแลภาพรวมทั้งหมด แต่ระบบปฏิบัติงานเพื่อนๆ จะเป็นช่วยกันดูแล ผมจะเข้าไปเฉพาะตอนที่จะต้องคุยงานกับลูกค้า ประชุม หรืออะไรแบบนี้มากกว่า แล้วตอนนี้ผมก็กำลังจะเปิดบริษัทเกี่ยวกับกาแฟด้วย เพราะผมชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว แล้วก็อยากมีพื้นที่สำหรับเพื่อนๆมาเจอ มานั่งคุยกัน

งานด้านการโฆษณาส่วนใหญ่

ก็ส่วนใหญ่งานจะรับมาจากเพื่อนๆ บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กๆ ก็เหมือนกับสนับสนุนกลุ่มคนเล็กๆ เหมือนกัน เพราะเราคิดราคาไม่แพง งานของเราก็มีเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้ serious อะไร มันเป็นแบบนี้ผมก็พอใจในระดับหนึ่งแล้ว

ทำงานควบคู่กัน

ปัญหาก็คืองานทหารต้องมีเข้าเวร ซึ่งการบริหารเวลาก็อาจจะลำบาก แต่ผมจะเน้นเรื่องทหารมาก่อนให้เต็ม 100 ส่วนบริษัทผมก็จะดูภาพรวม มีอะไรผมก็จะให้เลขาติดต่อ ถ้าเป็นเรื่องบิลหรือค่าใช้จ่ายก็จะให้บัญชีดูแล เพราะผมคิดว่าการเป็นผู้บริหารมันไม่ใช่แค่การนั่งโต๊ะเท่านั้น ผมมีอะไรก็ใช้โทรศัพท์ติดต่องานตลอด

การทำงานร่วมกับเพื่อน

ผมคิดแตกต่างจากคนอื่นในเรื่องนี้ หลายคนคิดว่าเพื่อนสนิทไม่ควรทำงานด้วยกัน แต่ผมคิดว่าถ้าสนิทกันมากก็น่าจะทำได้ เพราะน่าจะรู้ใจกันแล้ว เวลามีอะไรก็พูดกันตรงๆ พอหมดปัญหาเรื่องงานก็จบ ไม่ต้องมาผิดใจกันแล้ว ผมว่าเป็นความแตกต่างที่ปรับเข้าหากันมากกว่า

เป้าหมายของการทำงาน

ผมคิดว่าผมเพิ่งจะเริ่มก้าวในเส้นทางที่ต้องการ ผมคิดว่าผมคงไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายอะไร แต่ผมอยากให้ตัวเองมีความสุขกับสิ่งที่เราทำ ประสบความสำเร็จทั้งงานทหารแล้วก็ด้านธุรกิจด้วย

หนุ่มสาวหันมาจับธุรกิจส่วนตัว

คนอื่นๆ อายุประมาณ 25-35 คิดอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะไม่อยากเป็นลูกน้องใคร คำว่า Enterpanour หมายถึงการก่อตั้งด้วยตัวเอง ประสบความสำเร็จเอง ก้าวเดินด้วยลำแข้งตัวเอง เวลานี้ของเรา เส้นทางที่เราเดินก็คือเส้นทางที่เราเลือก ถ้าประสบความสำเร็จเราก็จะภูมิใจตัวเอง ครอบครัวก็จะภูมิใจในตัวเราด้วย

เวลาที่ว่างจากการทำงาน

เล่นกีฬาต่างๆ เล่นกอล์ฟ หรือไม่ก็โยคะ ถ้าเล่นกอล์ฟแต่ผมจะไปที่ราชกีฑาสโมสร เพราะผมเป็นสมาชิกอยู่ แต่ปกติผมไปเล่นที่ไหนก็ได้ ผมไม่ยึดติดกับสนาม ถ้าสนามดีก็ตีสนุก แต่ผมว่าการเล่นกอล์ฟเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมันเป็นการฝึกควบคุมอารมณ์ คุมไม้ คุมลูก เหมือนการควบคุมชีวิตคนเราให้ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้

ถ้ามีเวลาหน่อยก็จะไปต่างจังหวัด เที่ยวเกาะ หรือไปต่างประเทศ ผมจะหาอะไรทำที่เปิดโลกทัศน์เราให้กว้างขึ้น ผมชอบเที่ยว ดูอะไรแปลกๆ ดูวัฒนธรรมอื่นๆ ว่าเป็นอย่างไร อย่างผมไปกระบี่ ผมก็จะดูว่าคนใต้เป็นอย่างไร อาหารเป็นไง คนพื้นเมืองเค้ากินอะไร ผมก็จะกินอาหารที่คนพื้นเมืองกิน

คนโปรด

คุณแม่ เพราะเป็นคนที่เรารักมาตลอด แล้วเค้าก็รักเรามาก ยอมให้เราได้ทุกๆ อย่าง ผมเชิดชูว่าคุณแม่เป็นคนพิเศษครับ

 

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618