|
เมื่อวัน 6 พฤษภาคม 2547 คุณศิวะพรเป็นประธานเปิดงาน Art
Gallery ของ "สมบูรณ์ หอมเทียนทอง" ณ หอศิลป์จามจุรี
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาเริ่มเปิดงานท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของงานศิลปะแนวนามธรรม
( ABSTRACT ) ที่สื่อออกมาจากก้นบึ้งหัวใจอย่างศิลปินที่ชื่อ
สมบูรณ์ หอมเทียนทอง
ศิวะพร ทรรทรานนท์ ชายคนนี้ สะสมงานศิลปะ เพื่ออะไรกัน อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เขาต้องทำเช่นนี้
คำตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ " เพื่อจะช่วยศิลปินไทย เพราะไม่ค่อยมีคนซื้อ
" นี่แหละ คำตอบของนักสะสมงานศิลปะตัวยง
จะมีสักกี่คนที่จะเสียสละเงินทอง เพื่อต้องการสนับสนุน ช่วยซื้อสินค้าอย่างหนึ่ง
ที่ดูเหมือนคนไทยกำลังลืม โดยเฉพาะเด็กไทย พ.ศ. นี้ ที่หันไปสนใจกับสิ่งยั่วยุ
สิ่งมอมเมาซะจนน่ารำคาญใจ แต่ด้วยความที่ คุณศิวะพร มีใจรักงานศิลปะไทย
จึงมีนิสัยค่อนไปทางศิลปิน "ไม่เป็นไรถ้าเด็กวัยรุ่นอยากจะมองข้ามก็มองข้ามไป
แล้วคุณภาพชีวิตก็จะไม่ได้ระดับเท่าของคนที่ชอบเรื่องศิลปะ มันก็คงไปบังคับกันไม่ได้ที่จะให้ชอบงานศิลปะเหมือนกันหมด
อาจจะสนับสนุนให้สถานบันเทิงซื้องานศิลปะติดตามผนังร้าน เวลานั่งเมา
คุยกัน ก็ได้เห็นรูปภาพ มันก็อาจจะซึมเข้าไปได้ แล้ววันหลังพออายุมากหน่อยไม่ไปเที่ยวแล้ว
ก็อาจจะซึมซับตรงนั้นมา "
หากเด็กไทยหันมาสนใจใช้เวลาว่างทำงานอดิเรกเกี่ยวกับงานศิลปะ
มันจะดีแค่ไหน "งานอะไรที่ทำด้วยมือมันจะช่วยสมอง คนที่ฉลาดมากๆ
ในโลกนี้มักจะมีงานอดิเรกที่ใช้มือ อย่างการสร้างโมเดล
การทำงานศิลปะผมมองว่ามันเป็นการยกมนุษย์เหนือกว่าสัตว์ มาจากวิญญาณ
และความรู้สึกอะไรๆ มันสื่อออกมาจากศิลปะ"
อยากรู้เหลือเกินว่าคุณศิวะพร ทรรทรานนท์ ผู้คร่ำหวอดในวงการเงินทุนหลักทรัพย์
(TISCO) ควบคู่ไปกับการสะสมซื้อผลงานศิลปะ ใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจซื้องานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย
แล้วคำตอบทำให้ทีม YES! ถึงกับอึ้งในความคิดของเขา เพราะคุณศิวะพร
ไม่ได้ซื้อเพื่อหวังเก็งกำไร แต่เพื่อ "ต้องการช่วยศิลปิน ดังนั้นเวลาซื้อก็จะซื้อไม่เกินคนละ
2-3 ชิ้น ดังนั้นตอนนี้งานสะสมศิลปะทั้งของผมและของทิสโก้ จากศิลปินที่แต่ก่อนยังเป็นเด็กๆ
ไม่ดัง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ดังหมดแล้ว "
ก่อนลากลับ ทีมYES! ได้แอบถามคุณศิวะพร ถึงความเคลื่อนไหวในวงการศิลปะตอนนี้ว่าไปถึงไหนแล้ว
ใบหน้าขึงขัง น้ำเสียงจริงจังก็ปรากฏให้เราเห็นอย่าชัดเจน "ก็ยังคุยๆ
กันอยู่ว่ายังเศร้าอยู่เลย เพราะผมสนับสนุนมา 30 ปี ยังไม่ไปไหน
ผมเป็นคนซื้องานศิลปะร่วมสมัยคนแรกๆ แล้ว ปัญหามันเกิดจากการที่โรงเรียนคงยังไม่ค่อยสอนและปลูกฝังเด็กนัก
อย่างการซื้อคอนโด ซื้อบ้านแพง หรือเฟอร์นิเจอร์หรูจากเมืองนอกได้
แต่พอจะหางานศิลปะมาแขวนที่บ้านก็ซื้องานก็อปปี้มาแทนไม่กี่พันบาท
คือมันทุเรศ บ้านหรูๆ แต่ไม่ลงทุน ซึ่งผลงานของศิลปินไทยก็ไม่ได้แพงถึงขนาดนั้น
คือเขาคงไม่เข้าใจว่าผลงานศิลปะร่วมสมัยไทยนี้มันสุดยอดแล้ว หลายคนที่ดัง
ผลงานเขาจะมีมูลค่ามาก แต่ที่สังเกตถ้าคนที่มีมูลค่าน้อยคนก็ไม่ค่อยซื้อเหมือนกัน
หรือตามหนังสือ นิตยสารต่างๆ ที่มีโฆษณารูปบ้านตัวอย่าง หรืออพาร์ตเม้นท์ตัวอย่าง
ดูสิ มีงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทยแขวนอยู่ในนั้นไหม คือมีแต่รูปอื่น
คุณเอารูปพม่า หรือไม้แกะสลักมาตกแต่งบ้าน ที่มันดูไม่เข้ากันเลย คนเกิดยุคไหน
นี่ปี 2547 แล้ว เป็นเพราะว่าไม่มีรูปศิลปะร่วมสมัยที่เป็นของจริงของเก่า
แต่ถ้าคุณซื้อของแท้วันนี้ อีกร้อยปีก็เป็นของเก่าได้ นี่ถึงบอกว่ามันน่าเศร้า
ของดีๆ ก็ขายไม่ออก และไม่มีตลาด ตอนนี้ก็กำลังคุยๆ กันว่าน่าจะเชิญพวกสถาปนิก
มาพบกับศิลปินไทยให้รู้จักกัน เวลาสถาปนิกออกแบบบ้านจะได้นึกออกว่าควรตกแต่งบ้านแบบนี้
ควรใช้รูปศิลปะของศิลปินคนไหน คนอาจจะไม่เข้าใจว่าผมมาช่วยศิลปินทำไม
แต่ผมเห็นว่าศิลปะมันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า"
|