Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
REALITY SUPPORT ::สีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา:นักการตลาดที่เก่งต้องรู้จักฟังคนอื่น





 


เขาเป็นนักบริหารที่มีความสามารถอย่างมาก โดยนั่งเก้าอี้รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ จาการกล้าที่จะทำงานที่ตนเองไม่มีความรู้สักนิดเลย เขาผ่านงานในบริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัท ความตื่นตัวในการเรียนรู้มีอยู่ตลอดเวลา มีหลักการบริหารทีมงานที่ดีเยี่ยม และโลกทัศน์ที่กว้างไกล ทุกวันนี้เขาคือหนึ่งในนักบริหารที่ต้องยึดเป็นแนวทาง ชื่อของชายคนนี้คือ สีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา

เรียนกฎหมายแต่ทำงานโฆษณา

ตอนแรกผมเรียนกฎหมายผมเรียนได้ดี แต่ถามว่าให้ผมทำงานกฎหมายผมไม่ทำ เพราะว่ามันเป็นเรื่องนึงที่ผมทำใจไม่ได้เรื่องกฎหมายธุรกิจ ผมเรียนด้านกฎหมายต่างประเทศ แล้วผมจะต้องไปเป็นที่ปรึกษากฎหมายแล้วผมจะต้องว่าความให้คนนึงล้มละลาย ครอบครัวเค้าล่ม ผมเองก็มีครอบครัว ผมรับไม่ได้ที่จะเห็นลูกใครสักคน มีพ่อสักคนที่จะต้องถูกผมว่าความแล้วครอบครัวเค้าล่ม ผมทำใจไม่ได้ก็เลยมานั่งทำงานอะไรที่มันมีสีสันมากกว่า แล้วก็อยู่กับอะไรที่สวยงาม ทำงานโฆษณา

การผลิตงานให้ออกมาดี

หลายๆ อย่างครับ มันไม่ใช่ตัวผมคนเดียว ทีมงาน ตัวลูกค้าเองด้วย ลูกค้าเป็นคนที่เคลียร์ชัดเจนว่าต้องการอะไร สมัยผมเป็น agency ผมเคยเจอลูกค้าหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ผมโชคดีที่ตอนนั้นผมได้ลูกค้าที่เคลียร์ชัดเจน แล้วผมได้ทีมครีเอทีฟที่ทำงานออกมาชัดเจน ตอนนั้นผมได้ทีมคุณสุทธิศักดิ์ ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าอยู่บีบีโอ แล้วก็คุณกร คุณอภิรักษ์ ยังอยู่โอกีวี่อยู่ เป็นเฮดของโอกีวี่ นั่นเป็นทีมครีเอทีฟ ที่ดูแลแอคเคาต์ที่ผมทำงานอยู่ แล้วคนที่สำคัญที่สุด คือนายเก่าผม นายคนแรกในชีวิตผมเลยคือ คุณเยาวพรรณ ที่เป็นภรรยาเจ้าของครีเอทีฟ จุ๊ย นั่นคือครูคนแรกในชีวิตผมเลยที่สอนผมทุกอย่าง จากเด็กที่ไม่รู้จักเลย์เอาท์ 2 ปี ผมเป็น AD เค้าให้หมดทุกอย่าง ไม่มีปิดบัง สอนให้คิด

หลักการในการทำงาน

จริงๆ หลักการทำงานของผมตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันมีเหมือนๆ กันอยู่อันเดียว คือผมมีคาถาอยู่ 3 ข้อ คือ ข้อที่หนึ่ง คุณจงทำงานให้หนัก ข้อที่สอง คุณจงฉลาด การฉลาดเนี่ย ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้อง ไบร์ท แต่คือคุณต้องมองอะไรอย่างชัดเจนและระมัดระวัง คือเราต้องคิดว่าสิ่งที่เราทำไป เราทำอะไรโง่ๆ ไปหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ทำก็แสดงว่าคุณก็ฉลาดใช้ได้แล้ว ข้อที่สามคือ คุณต้องบานลานซ์ครอบครัวให้ดี สามข้อนี้มันเหมือนสามเหลี่ยม มีสามมุม มุมบนคุณทำงานหนักเกินไป คุณก็ไม่ฉลาด ไม่เวิร์คคุณทำงานฉลาด แต่คุณทำงานไม่หนักพอ ก็ไม่เวิร์ค คุณทำงานหนัก แต่คุณไม่สามารถบานลานซ์ครอบครัวให้ดี มันก็ไม่เวิร์ค เพราะว่าคนที่ทำงานได้ดี คุณจะต้องได้ซับพอทจากครอบครัว แต่ถ้าคุณทำงานมากเกินไป คุณเสียครอบครัวไป ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเนี่ย เค้าก็ทำงานเพื่อคนข้างหลัง แต่ถ้าทำงานหนักแต่คุณเสียครอบครัวไป ย้อนกลับมาดู คุณเป็นคนที่ Fail ที่สุดในโลก เพราะคุณจะเหลือแค่ตัวคนเดียว เพราะคนข้างหลังเค้าไม่อยู่กับคุณแล้ว มันต้อง support ซึ่งกันและกัน งานต้อง support ครอบครัว ครอบครัวต้องซับพอทงาน แล้วก็ต้อง บานลานซ์กันในระดับที่งานต้องเข้าใจเรา ครอบครัวต้องเข้าใจงาน

สร้างคอนเน็คชั่นในตอนเริ่มต้น

คนที่มาจากที่มีพื้นฐาน มีระดับ มันเป็นทางลัด แต่มันไม่ได้เป็นคำตอบที่ว่าคนที่มาจากครอบครัวธรรมดา ไม่มีพื้นฐานจะทำไม่ได้ แต่เค้าอาจจะใช้เวลามากกว่าคนที่เค้ามีแบ็คกราวด์มีนักบริหารเยอะแยะที่ประสบความสำเร็จ พอย้อนกลับไปดูก็พบว่าเค้าไม่ได้มีแบ็คกราวด์ที่มาจากตระกูลอะไรใหญ่โต เค้าใช้เวลานานมากที่จะมี คอนเน็คชั่นแล้วก็ใช้เทคนิคการทำงานมากกว่าเพราะเค้าไม่มีทางลัด

ถ้าบอกว่าทุกคนที่สิทธิ์ที่จะมีคอนเน็คชั่นส่วนตัว แต่มันขึ้นอยู่กับเวลาของแต่ละคนที่จะได้ คอนเน็คชั่นมา

ทัศนคติของคนทำงานการตลาด

ที่สำคัญก็คือ ต้องเป็นคนที่ไม่มีอีโก้เพราะถ้ามีอีโก้คุณจะเชื่อแต่ตัวเอง คุณเป็นคนทีมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงได้ แต่อย่าสูงเกินไปถึงขนาดไม่ฟังใครเลย นักการตลาดที่เก่งต้องรู้จักฟังคนอื่น แล้วก็ไม่ยืนว่าฉันเก่ง ฉันไม่ฟังใคร ที่ร่วงๆ กันมาก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก แต่ในขณะเดียวกันเค้าไม่สูงจนลืมตัว

ผกผันจากรถยนต์สู่เครื่องบิน

ผมเกิดจากครอบครัวนักบิน ผมนั่งเครื่องบินมาฟรีตลอดชีวิต แม่ผมอยู่แอร์ฟรานซ์เกิดมาผมก็นั่งเครื่องบินฟรีแล้ว มาแต่งงานภรรยาผมก็อยู่การบินไทย ผมก็นั่งเครื่องบินฟรี ชีวิตผมถามว่าผมชอบอะไร มีอยู่สองอย่างคือ รถยนต์กับเครื่องบิน

รถยนต์นี่คือพ่อผม รถยนต์ผมแอคชีฟ แล้วในระดับหนึ่ง ผมอยู่ บีเอ็มดับบลิว ระดับนี้คนไทยมันตันแล้ว ผมไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าอีกก้าวนึงผมก็เก้าอี้ฝรั่ง แต่ผมรอไปเถอะอีกชาตินึงผมก็ไม่ได้นั่ง นั่นคือรถยนต์ผมอิ่มตัว ผมอยู่แบรนด์อันดับหนึ่ง แล้วสูงสุดของคนไทย ทีนี้คุณพาที ก็โทรมาชวนผมว่ามาขี่เครื่องบินกันดีกว่า ผมก็คิดดูก่อน แล้วก็ตกลง ถ้าจะรุ่งจะเจ๊งยังงัยก็หอบกันไปด้วยนะ คุณพาที รู้จักกับผมตั้งแต่ผมทำ บีเอ็มดับบลิว เค้าเป็นแบรนด์เมเนเจอร์จีเอ็ม ก็เลยพอจะมาดูตรงนี้ก็โทรชวนมาว่ามาอยู่ด้วยกันเถอะ รู้ทางกันมันกว่า คิดอะไรเหมือนๆ กัน

หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

มันเริ่มตั้งแต่คิดเลยว่า แบรนด์ นี้จะไปทางไหน แบรนด์ เราเป็น แบรนด์ ใหม่ที่ไม่มีคนสร้างมาให้เรา คุณต้องเขียนเส้นให้ได้ว่าสุดท้ายเราต้องการจะไปถึงจุดไหน ต้องการจะเป็นอะไร ผมเขียนไว้ว่าเราต้องการจะเป็นอันดับหนึ่งเป็นชีพเปอร์ แอร์ไลน์ของคนไทย เป็น A Forceable Air Travel ไม่ว่าคนไทยจะเดินทางด้วยโหมดอะไรก็ตาม เพราะคนจะคิดถึงแต่ในอดีตที่ว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ขึ้นเหนือ ล่องใต้ คุณจะคิดถึงรถทัวร์ กับรถไฟ แต่วันหนึ่งในอนาคต คุณก็จะต้องคิดถึงว่าจะต้องขึ้นเครื่องบินกับนกแอร์ เพราะมันสบายกว่ากันตั้งเยอะ ค่าใช้จ่ายพอกัน พอเราไปถึงจุดนั้น เราต้องเริ่มเขียนต่อแล้วว่า How? ไอ้ how นี่แหละยาก มันเขียนต่อได้เป็น ร้อยๆ พันๆ เรื่อง แต่ว่าเราจะต้อง Prinority อะไรก่อน อะไรหลัง คุณมี 2 มือ 2 เท้า ผมมีลูกน้องอยู่ 8 คน คุณไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ทุกอย่างในเวลาเดียวกัน

การบินไทยมีการตลาดทั้งแผนกอยู่ 400 คน นกแอร์ผมมี 8 คน รวมผมด้วย ดังนั้นคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้ช่วยผมทุกคน แล้วทุกคนทำงานเต็มที่

ความสำเร็จในชีวิต

ตอนนี้ผมอายุ 37 ย่าง 38 ถามว่า เป้าหมายจริงๆ ผมเป็นอย่างไร ผมอยากมีอายุ 50 แล้วมีร้านเล็กๆ ขายหนังสือ ร้านกาแฟ เพราะทุกวันนี้ชีวิตผมวุ่นวายมากๆ ผมอยากเออลี่ รีไทร์ตอนอายุ 50 แล้วก็อยู่เงียบๆ กับครอบครัวพอแล้ว บางคนมีเป้าหมายผิดกันนะ จะต้องเป็นแชร์แมน เป็นมหาเศรษฐี ผมไม่ เพราะว่าถึงจุดตรงนั้นเนี่ย ผมเห็นมาหลายคนแล้วว่ารวย แต่ไม่มีเวลาได้ใช้เวลา ไม่มีเวลาที่จะมีความสุขกับตัวเอง ถ้าผมทำได้ตรงนั้นนะ ผมมีความสุขที่ผมเออลี่ รีไทร์ ตอนอายุ 50 แล้วมีร้านขายหนังสือเล็กๆ ผมพอใจแล้ว ไม่ต้องไฟท์อะไรแล้ว

แผนการท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบินและโรงแรม

เราต้องศึกษาหลายอย่างว่าอะไรดีกว่ากัน เราเป็นแค่ผู้แนะนำหรือเราจะเป็นผู้เก็บตกเอง มันต้องดูกระบวนการหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ไปสู่ส่วนนั้น แต่หลักการคอนเซ็ปต์มันเป็นแบบนี้ว่าโลว์คอสทั้งทริป

ตรงนั้นเราได้ในแง่กำไรด้วยหรือเปล่า เราต้องดูสัญญา ระบบอีกที มันอาจจะได้เงินบ้าง แต่สิ่งที่เราทำมันทำให้เราปวดหัวมากกว่า เราก็ไม่ทำ ถ้าสุดท้ายมันไม่ได้เงินเลย แต่ลูกค้าเป็นคนได้ ทำให้ผู้โดยสารบินกับเรามากขึ้น อันนั้นคุ้มกว่า

กลยุทธ์ของการโฆษณา

ผมพยายามนำสิ่งแปลกใหม่เข้ามาใช้ในวงการสายการบิน นั่นคือเหตุผลที่คุณพาทีชวนผมมาอยู่ คือไม่ต้องหาคนในวงการสายการบิน แต่เค้าต้องการคนที่คิดออกไปนอกกรอบสายการบิน บริษัทนี้ไอเดียจะเยอะครับ แต่ต้องมานั่งลำดับกันว่าทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง

 

 

Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618