หลายคนถ้าเป็นคนเฝ้าหน้าจอรายการโทรทัศน์อยู่เป็นประจำ เคยดูรายการที่นี่ประเทศไทย คงจะรู้จักพิธีกรอารมย์ดีคนนี้ หญิงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ในขณะเดียวกันเขาก็บริหารธุรกิจสปาของตนเอง ยากพอควรสำหรับคนที่ต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ แต่มีเวลาที่จะดูแลธุรกิจที่มีได้อย่างลงตัว ไม่ธรรมดาแน่สำหรับนักธุรกิจอย่าง ทัศรินทร์ พันธุ์แพ
ประวัติการศึกษาและการทำงาน
จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้านสื่อสารมวลชน แล้วก็ว่างงานอยู่ 1 ปี ช่วงนั้นก็เที่ยวๆ ตลอด แล้วก็มาแคสติ้งที่รายการที่นี่ประเทศไทย ชอบทำงานอย่างนี้มันต่างกับการทำงานที่เป็นพิธีกรตามงานนะเพราะเราไม่รู้ว่าเนื้องานนั้นจริงๆ เป็นยังไงและจะไม่ผูกผันกับองค์กรนั้นๆ ด้วย พี่ชอบทำงานกับคนเยอะๆ และที่สำคัญได้เดินทางไปทำงานร่วมกันกับคนทั้งประเทศ เหมือนเราเป็นสื่อกลางให้คนดูรายการได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในประเทศไทย ใครๆ ก็อิจฉาเพราะมันเหมือนว่าเราได้ไปเที่ยวครบ 76 จังหวัดภายในอายุแค่นี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากมากที่ได้ทำแบบนี้ โชคดีมากที่มีทีมงานดี อบอุ่น ทุกคนรู้จักกันหมดเลย ถึงแม้ว่ารายการจะมีหลายช่วง ทีมงานดีทำให้เรารู้สึกดีไปด้วย มันไม่เหมือนกับพิธีกรและทีมงานแต่เรารักกันเป็นพี่น้องกัน ตื่นเช้ามาไม่รู้สึกว่าทำงาน เหมือนเราไปเที่ยวมากกว่า การทำงานที่นี่ทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยมันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นและเรารู้
เคล็ดลับในการทำงานพิธีกร
ทีมเวิร์คเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะว่าคนดูเห็นเราคนเดียวแค่คนเดียวในรายการ แต่ก่อนที่จะเป็นรายการมันจะต้องมีทีมที่ดีและการทำงานต้องทำด้วยใจ ทำด้วยเงินเดือนไม่ได้นะ บางที่ที่เราไปมันทั้งไกลและลำบาก เราต้องคิดว่าเราตัวแทนของคนทั้งประเทศ เพื่อที่จะเอาภาพไปให้ดู ทุกอย่างต้องไปด้วยกันรวมทั้งเรื่องสุขภาพด้วย ต้องพร้อมที่จะลุยอยู่เสมอ งานถึงจะออกมาดี พิธีกรที่ดีควรจะรู้ว่าสิ่งที่เราจะนำเสนอมีจุดเด่นหรือสาระสำคัญอยู่ตรงไหน เน้นสิ่งที่เราสื่อออกไป ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้คนดูรู้ว่าสิ่งที่เราสื่อออกไปคืออะไร
ปัญหาที่เจอบ่อยๆ
เรื่องธรรมชาติ ซึ่งเราควบคุมมันไม่ได้นะและมันก็มีผลต่องานของเราด้วย เพราะเราเล่นๆ อยู่กับธรรมชาติ กับอากาศ ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าเก่งๆ ส่วนเรื่องระหว่างการถ่ายทำมันจะต้องเกิดอะไรขึ้นก็ตามที่เราไม่พึงประสงค์ การแก้ปัญหาอย่างแรกคือต้องตั้งสติก่อนและก็รอ หรือไม่ก็ต้องหาทางแก้ไขกันไปทำยังไงก็ได้ให้งานสำเร็จและออกมาดี บางครั้งก็ต้องหลอกๆ ไปโดยการใช้เทคนิคในการถ่ายทำเข้ามาช่วย มันเป็นงานที่ท้าทาย เพราะเราไม่รู้ว่าเราต้องเจอกับอะไรบ้าง บางครั้งกลับไปถึงโรงแรมก็นอนเป็นปลาดาวเลยแบบว่าไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว ต้องทำงานเหมือนทหาร คือตื่นเช้า และก็ก็ต้องรีบกินเพื่อที่จะได้ถ่ายทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ถ้าเราทำไม่ได้ตามนี้ทุกอย่างก็เลื่อนหมดจากที่วางไว้ ชาวบ้านก็ต้องมานั่งคอย ซึ่งของบางอย่างที่เราถ่ายทำมันเกิดขึ้นตามฤดูกาลถ้าถ่ายไม่ทันก็ต้องคอยไปอีก 1 ปี
การทำงานก็มีเบื่อบ้าง ทำมาตั้งหลายปีแล้ว แต่เราและทีมงานก็มีมุขตลกมาคอยเยียวยา แข่งกันปล่อยมุข หรือไม่ก็หากิจกรรมไปทำกันในกองถ่าย ซึ่งก็จะมีประมาณ 7 คน ก็ทีพิธีกร ครีเอทีฟ ประสานงาน ตากล้อง ผู้ช่วยกล้อง และก็ฝ่ายเสียง แต่ฝ่ายถ่ายทำจะมีหลายทีมเปลี่ยนกันไป แต่ทุกทีมเรารู้จักหมดเลย ทุกทีมฮาหมด ทุกคนจะมีมุขตลอดถ้าตามไม่ทันก็จะโดนล้อ
งานธุรกิจสปา
มาได้ตอนที่พี่ไปเชียงใหม่ คือเห็นกลุ่มชาวบ้านเขาทำกันก็เลยเอามา คือพี่อยากทำพวกเพ็คเกจ จริงๆ แล้วไม่ได้ทำเป็นธุรกิจ อยากทำแล้วแจกมากกว่าหรือว่ามีงานก็เอาไปขายได้เงินมาก็เข้าการกุศล ขายนะขายได้แต่ไม่อยากให้มันเป็นงาน รู้สึกสนุกที่จะทำมากกว่า ไม่อยากมานั่งคิดว่าจะต้องได้กำไรเท่าไรมันจะไม่สนุกกับการทำงาน บางครั้งถ้ามีลูกค้าที่ต้องการสินค้าเยอะๆ พี่ก็จะให้เบอร์ชาวบ้านไปเลยให้ไปถึงแหล่งผลิต สินค้าที่เอามาก็จะเป็นพวกครีมทาผิว เกลืออาบน้ำ สครับกาแฟขัดผิว ออยล์ น้ำมันนวดตัว ส่วนชื่อ ละอองสปา คิดไว้เล่นๆไม่รู้ว่าจะชื่ออะไรดีเห็นตัวอักษรสวยก็เลยเอา แต่ยังไม่คิดจะต่อยอดธุรกิจให้ใหญ่โต คือทำเพราะสนุกกับมันมากกว่า ที่อยากทำจริงๆ คือร้านขนม แต่เป็นขนมไทยนะอยากจะให้ขนมไทยกลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่ง
ข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่
สำหรับการเป็นพิธีกร เราต้องอดทนและเปิดรับทุกอย่าง อย่าไปยึดติดกับอะไรให้โอกาสคนทุกคน และที่สำคัญคือต้องพูดภาษาไทยให้ชัดอย่าไปเลียนแบบใคร จงภูมิใจในภาษาชาติของเรา การเป็นพิธีกรต้องอยู่กับการพูดถ้าพูดไม่ชัดก็ไม่ได้แล้ว ตอนนี้เราอายุแค่นี้เรายังมีพลังที่จะทำอะไรได้อีกเยอะ ถ้าเราอายุ 80 แล้วเรายังไม่ได้ทำอะไรเราจะเสียใจ เสียดายในภายหลัง เพราะฉะนั้นทุกวันนี้มีอะไรทำให้หมดก่อนดีกว่า ไม่ต้องมานั่งคิดว่าได้ตังค์ไหมคุ้มค่ารึเปล่า เราต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์บางครั้งพี่ไม่จำเป็นต้องทำแต่ฉันจะทำ เพื่อได้เรียนรู้ ถ้าเราไม่ทำก็จะไม่รู้ไปตลอด
ฮีโร่ในดวงใจ
ฮีโร่ของเรา คือในหลวง ท่านลำบากกว่าเราเยอะมากแต่ท่านก็ไม่เคยบ่น ท่านต้องทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ สถานที่บางที่ที่เราคิดว่าไกลลำบากเราไปไม่ถึงแน่ พอเราไปถึงชาวบ้านมาบอกเราว่าที่นี่ในหลวงเคยเสด็จมาแล้ว เราเลยหายเหนื่อยและคิดว่าเราจะท้อได้ยังไง บางครั้งที่รู้สึกท้อใจ เพียงหยิบเหรียญบาทมาเหรียญเดียวก็ช่วยเราได้เลย เพราะท่านคือฮีโร่ของเรา งานที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันก็เหมือนกับการเจริญรอยตามในหลวง เป็นการช่วยคนช่วยบ้านเป็นนัยๆ อยู่แล้ว มันไม่มีอะไรมาเทียบได้แล้วกับการได้ช่วยเพื่อนมนุษย์