Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Reality Support for professional Dreamers
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
REALITY SUPPORT : อมิตา ทาทา ยัง

 
 

ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ดนตรีแน่ชัดนัก ว่าคนไทยเริ่มฟังเพลงฝรั่งกันมาตั้งแต่พ.ศ.ไหน รวมถึงไม่มีการจารึกประวัติศาสตร์การลอกทำนองเพลงฝรั่งมาใส่เนื้อร้องไทย ที่มีมานานแสนนานจนกลายเป็นความเคยชินของคนฟังเพลงและค่ายเพลงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ว่ามีมาตั้งแต่พ.ศ.ใด
แต่ในปี 2547 หรือ ค.ศ. 2004 ประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยจะต้องจารึกไว้ ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ท่ามกลางความภาคภูมิใจและความหมั่นไส้ของใครอีกหลายๆคน ว่า อมิตา มารี ยัง หรือ ทาทา ยัง เป็นนักร้องไทยคนแรก ที่มีอัลบั้มเพลงสากลเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นอัลบั้มที่วางขายไปทั่วโลก อย่างเป็นทางการ ในสังกัด SONY MUSIC BEC TERO

ทาทา ยัง เกิดเมื่อ 14 ธันวาคม 2523 เธอเป็นนักร้องที่ฉายแววความสามารถตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเธอเข้าแข่งขันการประกวดร้องเพลง และคว้ารางวัลชนะเลิศ Thailand Junior Singing Contest 1992 สาขาเพลงต่างประเทศ นิสสันมิวสิคอวอร์ด ปี 2533 จากนั้น เธอก็ก้าวเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว ด้วยการมีอัลบั้มเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก ในสังกัดแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เมื่ออายุ 14 ปี ซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น จนได้รับฉายาว่า สาวน้อยมหัศจรรย์
ปี 2539 เธอได้เป็นหนึ่งใน 5 นักร้อง หลักของแกรมมี่ และในปี 2540 ทาทาก้าวเข้าสู่การเป็นนักแสดง กับภาพยนตร์เรื่อง "จักรยานสีแดง" ซึ่งในกลางปีเดียวนั้นเองที่ รัฐบาลจีนได้เชิญเธอในฐานะนักร้องจากประเทศไทยเพียงคนเดียว ที่ไปร่วมงานเฉลิมฉลองส่งมอบเกาะฮ่องกงคืน ซึ่งนับเป็นการยอมรับในระดับสากลอีกครั้งของเธอ ตามมาด้วยภาพยนตร์ "O-Negative รักออกแบบไม่ได้" ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ทาทา ยัง ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 10 บุคคลผู้มีอิทธิพลแก่ผู้คนในประเทศไทย จากนิตยสาร ELLE ในปี 2540, 1 ใน 25 บุคคล ผู้เป็นที่ยอมรับในเอเชีย จาก ASIA WEEK MAGAZINE ในปี 2541 และเป็น 1 ใน 100 ศิลปินผู้มีอิทธิพลในรอบศตวรรษ จากหนังสือพิมพ์ THE NATION

ชื่อของทาทา ยัง ในวงการเพลงระยะหลังออกจากค่ายแกรมมี่มาอยู่ในสังกัด BEC TERO อาจจะแผ่วเบาไปสักนิด แม้ว่าจะมีผลงานเพลงออกมาให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่ข่าวคราวเรื่องความรักของเธออยู่ในความสนใจของคนไทยโดยตลอด รวมถึงการถูกโจมตีจากสังคมและสื่อมวลชนอย่างน่ารุนแรง ในกรณีความสัมพันธ์กับภราดร ศรีชาพันธุ์ ซึ่งภายในช่วงเวลาไม่นานหลังจากควันข่าวร้อนคุกรุ่น ทาทาก็เปิดตัวด้วยมาดใหม่ ด้วยเพลงเด็ด SEXY NAUGHTY BITCHY กับผลงานเพลงสากลชุด I BELIEVE ในฐานะศิลปินเอเชียคนแรก ที่ได้เซ็นต์สัญญาเป็นศิลปินในสังกัด Columbia ของบริษัท Sony Music เช่นเดียวกับศิลปินระดับโลกอย่าง Celine Dion, Beyonce, Destiny's Child, Ricky Martin และ John Mayer
ทั้งเนื้อหาเพลงและภาพลักษณ์ใหม่ของทาทา ใน MV เพลง SEXY NAUGHTY BITCHY เป็นที่กล่าวขวัญและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ในขณะที่ทาทา อธิบายว่าความหมายที่แท้จริงของเพลง คือผู้หญิงที่มั่นใจตัวเอง

การเปิดตัวของทาทาด้วยเพลงในอัลบัมนี้ นอกจากจะเป็นการก้าวสู่สากลแล้ว ต้องการสื่อสารอะไรกับสังคมไทยเป็นพิเศษบ้าง
ทาทาคิดว่าทั้งหมดมันคงจะเกิดจาก การรักการร้องเพลงของทาทา และมาจากความต้องการให้มีโอกาสได้ไปไกลๆ ได้ทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในฐานะนักร้องไทยคนหนึ่ง ทาทาก็มีส่วนหนึ่งที่อยากบอกคนไทยว่า คนไทยก็มีความสามารถ สามารถทำได้เช่นกัน ถ้ามีความพยายามและตั้งใจศึกษาว่าตลาดของงานเพลงคืออะไร

เนื้อหาและภาพในเพลง SEXY NAUGHTY BITCHY ที่เปิดตัวค่อนข้างแรงทีเดียว จนดูเหมือนคุณตั้งใจจะประกาศความเป็นตัวของตัวเองผ่านเพลงนี้
คงไม่ใช่ความตั้งใจ ถ้ามองจริงๆอัลบัมของศิลปินสากลทุกๆคนจะต้องมีอะไรที่มันจุดประกายให้คนตั้งใจฟังเพลง ถ้ามันเป็นเรื่องความรัก เรื่องอะไรที่มันปกติธรรมดาสามัญมากๆ คนก็คงไม่สนใจ มันต้องมีแรงดึงดูด อย่างในมิวสิควีดีโอบางตัว ทาทาขอยกตัวอย่าง Holly Valance เพลงเขาไม่มีอะไร แต่เค้าแก้ผ้าในมิวสิควีดีโอ คนเขาก็ดู คือต้องมีเรื่องที่มาสร้างความสนใจ ซึ่งเป็นเรื่องหลักการตลาดที่ทางบริษัทของเขาคิดได้
สำหรับตัวทาทาเอง ในการทำงานเพลงก็ต้องทำงานร่วมกับทีมงานทุกๆคน ทาทาต้องเชื่อคนที่เขามีประสบการณ์มามากกว่าทาทาตั้งหลายปี และปั้นนักร้องมาหลายคน ซึ่งเป็นทีมงานที่เขาได้รับการยอมรับว่ามาในทางที่ถูกมานานแล้ว ฉะนั้นทาทาก็คงต้องเชื่อเขาและทำตามทางที่ดีที่สุดที่เขาคิดว่าดีสำหรับทาทาด้วย

คุณคิดว่าคนไทยที่เขารอดู ทาทา go inter เขาคาดหวังที่จะเห็นอะไรจากคุณบ้าง
คนที่รอดูทาทา โกอินเตอร์มีหลายรูปแบบ อย่างคนที่เขาเป็นแฟนเพลงหรือรู้สึกดีกับทาทาจริงๆ เขาคงรอชมผลงาน รอจ่ายสตางค์ รอให้กำลังใจ
ส่วนคนที่ไม่รู้จักทาทา มองทาทาในแง่ลบ คงมองว่ามันทำได้หรือเปล่า มันจะทำได้เหรอ คงทำไม่ได้หรอก ยายคนนี้พูดมาก… อะไรทำนองนี้ (หัวเราะ)
เหมือนหลายๆครั้งที่ทาทาจะบอกสังคม บอกสื่อเสมอว่า ทาทาเป็นคนพูดตรงไปตรงมาเสมอ ทุกคนจะเห็นได้ว่าทาทาเป็นคนที่ไม่โกหกใคร ทาทาเป็นคนพูดจริงๆและทำจริงๆ

ระหว่างการทำให้คนทั้งโลกยอมรับผลงาน กับการทำให้คนไทยยอมรับในตัวตนอะไรมันยากกว่ากัน
ยากทั้ง 2 แบบค่ะ ยากทั้งหมดเลย ถ้าพูดตามตรง คนในประเทศของเรา คือคนกลุ่มหนึ่งของโลก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าถ้าคนประเทศเราไม่ยอมรับ คนประเทศอื่นจะไม่ยอมรับ การไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วยมันมีแน่นอน ใครจะคิดอะไรก็ได้ มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะคิด แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ทาทาว่ามันเป็นเรื่องยากทั้งคู่ ทาทาไม่ได้พยายามเพียงแค่ให้คนไทยยอมรับอย่างเดียว แต่ทาทากำลังพยายาม PERFORM เพื่อให้คนทุกคนได้เห็นว่า ว๊าว! ในที่สุดทาทา ยังทำได้ มันต้องมีคนมองอย่างนี้เช่นกันในประเทศอื่น ฉะนั้นมันยากเหมือนกันหมดแหละค่ะ (ยิ้ม)

ทาทาคิดว่าตัวเองเป็นคนไทยหรือเป็นอเมริกันมากกว่ากัน
ทาทาเป็นคนไทย 100 % และอเมริกัน 100% จริงๆทาทาไม่ชอบคำว่าลูกครึ่ง และทาทาเชื่อว่า ลูกครึ่งหลายๆคนคงพูดเหมือนทาทาด้วย คุณพ่อทาทาเป็นอเมริกัน คุณแม่เป็นคนไทย ทาทาคงไม่สามารถบอกว่า จริงๆแล้วทาทาเป็นไทย 50%ทาทาเป็นอเมริกัน 50%หรือไทย 70 % อเมริกัน 30% ทาทาว่ามันไม่ FAIR สำหรับคุณพ่อ คุณแม่น่ะ ทาทาเป็น100% ของท่านทั้งสอง ฉะนั้นทาทาว่าเรื่องของนิสัยหรือเรื่องบางอย่างที่ทาทาทำ มันไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่มีอยู่ มันเป็นเรื่องของการที่ถูกปลูกฝังมา เลี้ยงดูมา ให้เราเป็นคนที่กล้าพูดกล้าทำ
ทาทาคิดว่าการกล้าคิดกล้าทำมันเป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะเมื่อเร็วๆนี้ทาทาดูทีวี มีข่าวเด็กที่โดนครูหรือพ่อแม่ข่มขืน หรือโดนอะไรที่ทำไม่ดี แล้วไม่กล้าพูด มันแย่
ทาทาจำได้ว่าสมัยตอนเด็กๆ พ่อส่งทาทาไปเรียนเปียโนโดนครูตี ทาทาบอกว่าจะฟ้องพ่อฟ้องแม่ แต่ครูบอกว่าถ้าฟ้องจะให้เกรดไม่ดี ทาทาก็ไม่สนใจ ฟ้องเลย พูดเลย พูดตรงๆ ซึ่งทาทามองว่านี่คือสิ่งที่ดี การเลี้ยงลูกให้กล้าพูดกล้าทำ เมื่อเวลามีปัญหา เราแก้ได้ก่อนที่จะมีปัญหาอื่นจะตามมา
ทาทาเป็นคนดื้อหัวแข็ง มุ่งมั่นในการพูดหรือทำอะไรของทาทาก็ตาม ฟังแล้วเหมือนเด็กที่ช่างเถียง แต่พ่อแม่ของทาทารับได้ แล้วเราคุยกันด้วยเหตุผล นั่นคือสิ่งที่ดี
ทาทาไม่ FAKE ถึงแม้จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีบุญคุณ จะช่วยเหลือเรามามาก มีอิทธิพลต่อชีวิตทาทามากๆ ถ้าทาทาไม่ชอบ ทาทาก็ต้องบอกตามตรงว่าไม่ชอบ ทาทาไม่ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ใดๆ
ทาทาคิดว่า…ทาทาเป็นคนที่ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทำได้ด้วยคนอื่น

สิ่งที่คุณไม่ชอบในความเป็นตัวของตัวเอง
มีแน่นอนค่ะ ก็คือเรื่องความพูดมากกับพูดตรงไปนิดนึง ต้องหาวิธีพูด ทาทาเคยคิดว่าจะทำอย่างไรดี มันคงเป็นเรื่องของการเติบโต เมื่อคนเราเติบโตก็จะพูดเป็นมากขึ้น เมื่อก่อนจะต้องนึกว่าจะพูดอย่างไรดีกับพ่อกับแม่เวลาจะขอเงิน พอโตขึ้น จะไปพูดจาอย่างไร มันพูดได้เอง ไม่ต้องมีคนมาสอน ไม่ต้องมีคนมาบอก

คุณมองว่ากรอบวัฒนธรรมไทยกดดันความคิด กับวิธีการทำงานของคุณหรือไม่
คงไม่ถึงขนาดกดดัน แต่เกิดจากคนที่ยังไม่เข้าใจและเข้าใจผิดในตัวทาทา ยังมีอีกเยอะ อย่างในหลายๆครั้ง ที่ทาทาได้มีโอกาสคุยกับพี่ๆนักข่าวหลายๆคน เขายังเคยบอกเลยว่า "เออ! แปลกเนอะ พี่เคยมองทาทาไปอีกแบบหนึ่ง แต่พอได้นั่งคุย นั่งสัมผัสกับทาทาจริงๆแล้วมันต่าง มันต่างตรงที่มันมีเรื่ององค์ประกอบ มันได้เห็นหน้าตา มันได้สัมผัสตัวจริงๆ
อะไรที่อยู่กับทีวีจะเป็นมายา เป็นเรื่องของการ acting ใครที่ได้สัมผัสกับตัวทาทา จะเห็นได้ว่าทาทาเป็นคนอย่างนี้จริงๆ พูดจาแบบนี้จริงๆ ถ้ายิ่งได้คบหาเป็นเพื่อน จะยิ่งรู้ว่าทาทาเป็นคนที่จริงใจ
ทาทาชอบใครแล้ว ทาทาเต็มที่ คือ…ทาทาสู้ตายค่ะ

ในความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวนี้ สิ่งที่ทำให้คุณอ่อนแอคืออะไร
ทาทาว่าทุกคนมี SENSITIVE EMOTION มันเป็นเรื่อง UP AND DOWN ของมนุษย์ จิตใจทาทาค่อนข้าง SENSITIVE กับคนใกล้ตัว อย่างเช่นกับเพื่อน ทาทาเป็นคนที่ไม่ชอบให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวเสียใจ
ทาทาจะแคร์คนใกล้ตัว เพราะเขาคือคนที่ให้กำลังใจเรา ทาทาพูดจาอะไร หรือทำอะไรที่ทำให้เขาเสียใจ ทาทาจะรู้สึกไม่ดี ทาทาเป็นคนที่คิดไวทำไว คนมักจะบอกเสมอ เวลาเราสูญเสียใครสักคน เหมือนใครตาย จะมีการ BLAME เข้ามาหาตัวเองเป็นอย่างแรก โทษตัวเองทั้งๆที่มันไม่เกี่ยวเลยน่ะ สำหรับในกรณีนี้ ทาทาจะไม่ใช่คนแบบนั้นเลย อย่างเช่น สมมุติมีเพื่อนคนหนึ่งไปกินเหล้า แล้วเมา ทุกคนพยายามยัดเขาเข้ารถ พยายามให้เขากลับบ้าน เขาไม่ยอมกลับบ้าน แล้วเราก็กลับบ้านไป เพื่อนๆทาทาจะบอกว่า GUILTY นะ ถ้ามันตายไปจะรู้สึกอย่างไร ทาทาจะไม่นึกอย่างนั้น ทาทาจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ คือ I 'VE TRIED ทาทาเป็นคนเข้มแข็ง และค่อนข้างจะมองโลกแบบ realistic
การคิดแบบนี้ ทาทาว่ามันไม่ใช่เรื่องของอายุหรืออะไรหรอก มันเป็นความคิดของคนเราที่ควรจะคิดให้ได้ ทาทาว่ามีเด็กอีกหลายคน ที่ไม่ใช่ดารา เขาไม่ได้มีโอกาสคุยกับสื่อมวลชนเหมือนทาทา แต่เขาก็คิดอะไรได้แบบนี้เหมือนกัน

คุณผ่านสิ่งต่างๆมามากมายทั้งดีและร้าย ได้รับกำลังใจมาจากไหน
ครอบครัว และคนรอบข้าง…สำคัญมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมาจากตัวเอง เราต้องแข็งแรงด้วยตัวเอง คนอื่นอาจจะช่วยทำให้เราแข็งแรงอย่างไรก็ได้ ปลอบเรากี่ชั่วโมงก็ได้ แต่สุดท้ายก็คือตัวเราเอง

การนำเสนอเพลงสากลในกรอบความคิดของสังคมไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างแรง
ทาทาก็โดนมาเยอะ แต่ไม่ควรเก็บมาอึดอัด ไม่ฉะนั้นงานของเราจะเสีย เพราะว่าวันนี้เราก้าวไปอีกระดับหนึ่ง หรือกำลังก้าวสู่ธุรกิจใหญ่ เหมือนกับการที่บริษัทหนึ่งกำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ you จะมีพนักงานเท่าเดิมเหรอ ถ้าอย่างนั้น you บริหารงานไม่ได้แน่นอน เช่นเดียวกันตัวทาทาจะต้องเปิดกว้างขึ้น เปิดใจมากขึ้น เมื่อบริษัทใหญ่ขึ้น มันกว้างขึ้น ต้องมีคนมากขึ้น ต้องมีความคิดที่มากขึ้นพนักงานต้องมากขึ้น มันเป็นเรื่องปกติ
วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมที่สวยงาม ทาทารู้ มันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรา สามารถนำไปใช้ที่ประเทศอื่นได้ แต่ว่าเวลาเป็นงานเพลง… ถามง่ายๆ…"ไม่อย่างนั้นเพลงไทยไม่ดังไปนานแล้วเหรอ"
คนก็ต้องตักตวง ต้อง OPEN MINDED มากขึ้น

ทาทามองว่าปัจจัยที่จะทำให้ผลงานเพลงแพร่หลายหรือดังไปได้ทั่วโลก คืออะไร

อย่างแรกก็น่าจะเป็นเรื่องภาษา ต้องยอมรับว่าภาษาไทยมาใช่ภาษา UNIVERSAL ภาษาอังกฤษเป็น UNIVERSAL LANGUAGE สอง ดนตรีไทยเป็นดนตรีที่ไพเราะ แต่คนไม่คิดที่จะ ADAPT เข้ากับป็อบ หรือ ร็อค เพราะเพลงไทยก็ยังมีเอกลักษณ์ของคนไทย นี่คือความจริง ในขณะที่กีต้าร์ เดี๋ยวนี้สามารถเอาไปใช้ในป็อบ ร็อคคนนำไป ADAPT ได้มากขึ้น ส่งเสริมมันมากขึ้น การมีเอกลักษณ์เป็นเรื่องที่ดี แต่เราควรปรับเอกลักษณ์ให้เข้ากับความเป็นจริงให้ได้ และต้องเข้ากับตลาดด้วย
ในเรื่องของการ ADAPT ต้องทำให้ถูก สังเกตว่าเสียง เปียโน ก็ยังมีอยู่ในดนตรีทุกๆเพลงที่มีชื่อเสียง เพลงอะไรๆก็ต้องมีเปียโน ทำไมไม่ลองเอาระนาดเป็นของเสริมบ้างล่ะ

ถ้าคุณประสบความสำเร็จในงานเพลงถึงระดับโลก สมมุติว่าเทียบเท่ามาดอนน่า คุณจะกลับมาอยู่เมืองไทยหรือไม่
(ยิ้ม) คงเป็นคำถามที่ทาทายังตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องของอนาคต
แต่ถ้าให้พูดจากใจจริงประเทศไทยเป็นประเทศที่ทาทารักที่สุด เพราะทาทารู้จักถนนหนทาง ประเทศไทยดีทุกอย่าง ทาทาเกิดที่นี่ โตที่นี่ ไม่คิดจะไปรู้จักประเทศอื่น ไปเรียนรู้ รู้จักถนนหนทางประเทศอื่นๆ ทาทาไม่ไหว คงอยากอยู่ประเทศไทย แม้เดินทางยากนิดนึงบ้างก็เอา
ทาทาเป็นคนไทย ทาทาไม่ได้อยากสร้างความสำเร็จเพื่อความฝันของตัวเองอย่างเดียว แต่ทาทาทำด้วยเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง คือ ทาทาเชื่อว่าคนไทยทำได้ คนไทยมีความสามารถ ซึ่งก็ต้องฝึกฝนกันต่อไป

คำว่า ปฏิวัติ ในความหมายของทาทา ยัง หมายถึงอะไร
การเปลี่ยนแปลง…อะไรก็ได้ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างของทาทาคงเป็นเรื่องดนตรี และเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ที่คุณทำอยู่ เหมือนหนังเรื่องบริดส์จิด โจนส์ ไดอารี่ นั่นก็คือการปฏิวัติที่นางเอกตัดสินใจเดินออกจากบริษัทไปเฉยๆ
มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สำเร็จได้ !!
ทาทา ยัง กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจากไปโดยไม่ลืมฝากรอยยิ้มกว้างขวาง ที่บ่งบอกถึงความจริงใจอันเป็นตราสัญลักษณ์ของเธอ ภายใต้เสียงเพลง SEXY NAUGTHY BITCHY ที่ค่อยๆดังกระหึ่มขึ้นในบรรยากาศ
…
ถนนสู่ความสำเร็จไม่ได้ปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ และการก้าวเดินไปตามทางเส้นนั้น อาจจะหมายถึงการเดินทางที่โดดเดี่ยว ทาทา ยัง เป็นคนหนึ่งที่ซาบซึ้งกับความจริงข้อนี้ แต่เธอก็เลือกที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น วันนี้ เธอพิสูจน์ให้คนไทยและคนทั่วโลกเห็นแล้วว่า การขับเคลื่อนความฝันไปสู่เป้าหมายด้วยพลังความเชื่อ คือสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะหากปราศจากความเชื่อมั่นในตนเองเสียแล้ว ชีวิต คงจะไม่มีความหมายอะไรมากนัก
เส้นทาง โกอินเตอร์ ของทาทา เพิ่งจะเริ่มต้น ไม่มีใครรู้ว่าบนหนทางยาวไกลเส้นนั้น จะมีอะไรรอคอยอยู่เบื้องหน้า เราขอเป็นกำลังใจให้สาวน้อยมหัศจรรย์ ผู้เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่ SEXY NAUGTHY and BITCHY คนนี้ด้วยคำว่า - I BELIEVE.

 
   
     
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618