|
ในบรรดาพระเอกชื่อดังของเมืองไทย
คงมีไม่กี่คนที่สามารถกระโดดไปเล่นบทบาทอื่นๆ แล้วสามารถหวนกลับมาเป็นพระเอกในใจคนดูได้สนิท
แต่อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และนอกจากเขาจะเป็นได้ทุกบทในทีวี
เขายังสามารถทำอะไรอื่นๆได้อีกมากมาย และทำได้ดีเสียด้วย
ภายใต้นิยามของคำว่า "ศิลปิน" ใครอยากเป็นศิลปิน ลองมาศึกษาตัวตนและความคิดของหนุ่มคนนี้ดูหน่อย
สังเกตว่าวุธสามารถเล่นบทอะไรก็ได้เป็นพระเอกก็ได้
ตัวโกงก็ได้ เหมือนกับว่าจะไม่ยึดติดกับบทของพระเอกอย่างเดียว
คือความรู้สึกของวุธเองมองตัวเองว่าเป็นactor มากกว่าความรู้สึกว่าเป็นstar
ไม่ได้ติดอะไรมาก เเต่ติดอยู่อย่างเดียวคือมีอะไรให้เราเล่นในบทหรือในเรื่อง
มีความสำคัญ อาจมีนิดเดียว มีมาก ขอให้มีเราจะสนุกกับการไปทำงาน เเต่ทว่าถ้าเรื่องไหนไม่มีเลย
ตื่นเช้ามาต้องไปทำงาน เราก็พยายามเลี่ยงรับบทเเบบนั้น อันไหนที่เราสนุก
เราก็จะรับ เราจะรู้สึกกะปรี้กะเปร่า เราอยากจะทำการบ้าน อยากจะหาวัตถุดิบในการเเสดง
ไปสังเกตคนนั้นคนนี้จริงๆ แล้วเราต้องเเสดงมาเป็นเเบบนี้ให้ได้ มันสนุก
ไม่เบื่อ
อย่างส่วนงานพิธีกร
มีวิจารณ์ในเรื่องความเข้าขาไม่ลงตัว มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
ไม่เฉพาะเรื่องพิธีกร อย่างเพื่อนเวลาเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ มาจากโรงเรียนหนึ่ง
โรงเรียนนี้ชายล้วน โรงเรียนนี้หญิงล้วน อีกโรงเรียนเป็นหญิงชายรวม
มารวมกันก็เป็นสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน เเต่พอทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ก็ให้เวลาตรงนั้น
จะมีจุดบางจุดที่มันสามารถเชื่อมกันได้ เราเองก็รู้สึกเหมือนกันกับคนที่เขาวิจารณ์
เราเป็นนักเเสดงก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับบทบาทที่เราได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด
รู้สึกว่า เริ่มเล่นกันมากขึ้นพอผ่านมาระยะใหญ่ๆ มองตากันเริ่มรู้กันมากขึ้น
อาจจะไม่โชะๆ จังหวะที่เล่นตลกไม่ง่าย ก็ดีที่ได้โก็ะตี๋มาช่วย บางทีก็มีพี่รงค์
บางทีก็ได้อาค่อมมาช่วยในส่วนของตลกให้มีสีสันมากขึ้น ทีมงานทุกคนเริ่มต้นใหม่กันหมดในช่วงเปลี่ยนเเปลงรูปแบบ
ก็เข้าใจหัวอกกันเเละกัน ก็ประคับประคองกันไป ล่าสุดทำเรตติ้งดีขึ้น
ทางรายการเก่าๆ ที่นำโด่งกว่าเราไปเยอะเหมือนกัน บางสัปดาห์ก็เทียบเท่ากับเขา
บางสัปดาห์ก็มากกว่าเขา บางสัปดาห์ก็สูสีหรือน้อยกว่าเขานิดหน่อย สรุปว่าก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นใจสำหรับทีมงานเเละรายการแฟนซีโดน
ตอนนี้ที่มีข่าวเรื่องแฟน
(ผานิต) ส่งผลกระทบต่อตัวเองบ้างหรือไม่
ก็เป็นธรรมชาติของคนนะครับ
ณ วันหนึ่งที่เราไม่ค่อยมีข่าวเพราะเราทำงานอย่างเดียวไม่ค่อยมีเวลาไปโฟกัสเรื่องนี้มากโฟกัสเเต่เรื่องงาน
เพราะเรายังลูกผีลูกคนอยู่ เต็มที่ในฝีมือหมายถึงพอเรื่องใหม่ ต้องปรับกันอีกทีคือพอเริ่มละครเรื่องใหม่ก็ต้องปรับกันอีกที
กว่าจะโชะๆ ซึ่งค่อนข้างใช้เวลา เเต่พอเเม่นขึ้น ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ
คือส่วนที่น่าสงสารสำหรับคนเป็นนักเเสดงคือการเสียความเป็นส่วนตัว
เเละใช้ชีวิตอย่างผิดปกติกว่าคนอื่นเขา คือตื่นต้องตื่นก่อนคนอื่น
นอนก็นอนดึกกว่าคนอื่นเขา บางทีต้องเดินทางไปถ่ายที่สระบุรี โอ้ตื่นตีสี่
เดินทางอีกสองชั่วโมงเพื่อไปให้ถึงหกโมงเช้า บางทีก็ถ่ายข้ามวันข้ามคืนไม่ได้นอน
ซึ่งต้องมีการปรับตัวเยอะอยู่เหมือ นกัน พอ ณ วันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าชิน
เราเลยอยากเติมบางส่วนให้กับชีวิตก็คือเรื่องของครอบครัว เริ่มมีตรงนั้นเข้ามา
คนก็เข้าใจ เเต่เมื่อก่อนถ้านัก
เเสดงหรือพระเอกมีแฟนจะถูกแบน เเต่เดี๋ยวนี้คนเข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติมากขึ้น
เห็นใจทุกฝ่ายครับ ทั้งฝ่ายของตัวเองและฝ่ายผู้ชม เเละฝ่ายสื่อมวลชน
ทุกฝ่ายเลย เพราะฝ่ายสื่อมวลชนเองก็อยากจะได้ข่าว ตรงนั้นไปเสนอ เพราะคนเขาเรียกร้องมาว่าอยากรู้
เราเองก็ต้อง keep ตรงนี้ไว้เพราะเราต้องทำงานตรงนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงต้องขอความเข้าอกเข้าใจกัน
สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่ก้าวหน้าต่อไปหรืออย่างไรต่อไป ก็คงต้องใช้เวลาเหมือนกัน
งานการแสดงน่าจะมีผลมากกับการเริ่มชีวิตคู่
วุธวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลาศึกษากันอีกนานเท่าไร
คงไม่ต้องศึกษากันเเล้วมั้งครับเพราะรู้ไส้รู้พุงกันหมดเเล้ว มันเป็นการลงทุนอย่างสูงเหมือนกัน
ในการเริ่มต้นอีกหนึ่งก้าวของชีวิต มันเป็นเรื่องใหญ่ ก็ถามมาหลายคน
เขาก็บอกว่าไม่ได้ห้าม เเต่ต้องเตรียมความพร้อมดีๆ กะจังหวะชีวิตดีๆ
ถ้าฐานยังไม่เเน่น อย่าไปทำอะไรใหญ่โตเเบบนั้น อะไรใหญ่โตหมายถึงการทำโครงการธุรกิจใหญ่ๆ
ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีเงิน ในเรื่องของบางอย่างที่เป็นโครงการใหญ่ๆ การลงทุนทำธุรกิจ
การลงทุนอื่นๆ ในชีวิต ทุกวันนี้มันต้องใช้ปัจจัย ที่สำคัญคือเงิน
การเป็นดารา
จะดังไม่ดังนี่เรื่องช่องมีผลไหม
ไม่มี คือคนที่มีพระคุณกับเรามากที่สุดในเรื่องการเเสดง คือ นายเเม่
"คุณภัทราวดี" เรียกได้ว่าตัดสายสะดือเลย ก่อนหน้านั้น เราล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ
งงๆ กับการเเสดง จนมีคนบอกว่ากลับไปเรียนเถอะน้อง อย่าอยู่ในวงการเลย
เเสดงเเข็งเป็นหิน เขาเป็นคนจุดประเด็นในการเเสดง ในเรื่องความน่าสนใจ
การเเสดง ความรับผิดชอบ พลังในการทำงาน ทำให้เราไม่ท้อเเท้
ตอนนี้ภาพของคุณเป็นดาราช่อง
7
เรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ในครอบครัวมากกว่า สมมติถ้าพ่อเรากับลูกพี่ลูกน้องเราขอความช่วยเหลือ
เราก็ต้องให้ความช่วยเหลือพ่อเราก่อน อย่างที่อื่นเราก็อยากช่วย เเต่เราคงขอต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี
ช่วยคนในครอบครัวให้ดีก่อน รับผิดชอบตรงนั้นให้ดีก่อน เขาดูเรามาตั้งเเต่เราไม่เเข็งเเรง
จนวันนี้เราสามารถยืนได้อย่างไม่อายใคร แล้ววันหนึ่ง เราก็ต้องปรึกษาเขาเหมือนกัน
เเต่ก็ไม่ได้เซ็นสัญญาอะไร เรียกว่าเป็นสัญญาใจมากกว่า เเต่ช่องอื่นก็มีติดต่อมาเเต่ติดเรื่องของเวลามากกว่ามันไม่ลงตัวกัน
ช่อง 7 ก็ให้งานเราสม่ำเสมอ ตอนนี้ 3 เรื่องเเล้วยังไม่ปิดกล้องเลย
ในฐานะนักแสดงที่ได้สัมผัสกับคนมากมาย
รวมทั้งวัยรุ่น คุณมองวัยรุ่นสมัยนี้เป็นอย่างไร
มีโอกาสมากขึ้น โอกาสในการแสดงออกเยอะขึ้น และมีพื้นที่ในการแสดงความเป็นตัวตนมีมาก
ก็ถือว่าเป็นความโชคดี และในทางกลับกัน ก็ถือว่าเสมอ คือมีทั้งสองด้าน
คือมีด้านดีและไม่ดี ถ้าเกิดใช้มากไปก็อาจเป็นพิษภัยต่อตัวเองต้องรู้จักใช้
|