Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Thought
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้

     


Text : ยายเม้า
"ถึงวันที่ไร้ทางเลือก?"

การเมืองเป็นเรื่องหนึ่งที่คนชอบพูดเรื่องการเมือง สามารถตั้งวงพูดถกกันได้ทั้งวันทั้งคืนไม่รู้จักเบื่อ และเป็นเรื่องที่คนไม่ชอบการเมือง ไม่สนใจ แทบจะปิดหูปิดตา ปิดปาก ไม่รับไม่รู้ แบบว่ากูไม่เกี่ยว นิดเดียวก็ไม่เอ๊า...ไม่เอา
 
   


ฉันเคยเป็นบุคคลประเภทหลัง ประเภทที่เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว แม้จะยอมรับว่าการเมืองมีผลโดยตรงต่อชีวิต แต่ไม่เคยคิดว่าคนตัวเล็กๆอย่างเราจะมีผลอะไรกับการเมือง ขนาดที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือช่วยแก้ไขอะไรที่ไม่ดีให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ยิ่งไม่ต้องฝัน อีกสิบชาติยังไม่เห็นโอกาส

แต่ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไปเลือกตั้งทุกครั้ง เลือก...ทั้งที่ไม่ได้ฝากความหวังอะไรเอาไว้มากนัก แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าจะหมดศรัทธากับการเมืองไทยไปเสียเลยทีเดียว เพราถ้ามองในแง่ตัวบุคคล ยังมีคนดีๆอีกหลายคนที่รอโอกาสทำสิ่งดีๆ เวียนว่ายอยู่ในกระแสการเมืองไทย
แต่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2548 หลังคลื่นสึนามิพัดผ่านมาและยังไม่แน่ว่าจะผ่านไป เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งและน่าหวาดเสียว จนมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยจะดีเกิดขึ้นในความรู้สึกของคนที่มีความรู้ทางการเมืองแค่หางอึ่งอย่างฉัน...แบบว่าช่วยไม่ได้จริงๆ

ภาพที่ประชาชนจำนวนมากตบเท้ากันออกมาเทคะแนนให้พรรคไทยรักไทยได้คะแนนเสียงท่วมท้น จนสามารตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้นั้น มองด้านหนึ่งฉันเห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ที่คนไทยเรามีจิตสำนึกถึงความมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล เช่นเดียวกับในประเทศที่เจริญแล้วหลายๆประเทศ ก็เป็นสิ่งที่ดีอีกเหมือนกัน เพราะการตัดสินใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวเด็ดขาด น่าจะเป็นปัจจัยทำให้การบริหารประเทศดำเนินไปได้อย่างคล่องตัว จะคิดจะทำอะไรก็สามารถทำได้รวดเร็วทันใจไม่ติดขัด ไม่ต้องทะเลาะกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคโน้นพรรคนี้เหมือนในสมัยก่อน กว่าจะได้ลงมือทำอะไรสักอย่างก็หมดเวลาทำงาน เดี๋ยวเดียวต้องมาเลือกตั้งกันใหม่ ให้เสียเวลาเสียงบประมาณแผ่นดินไปเปล่าๆปลี้ๆ

แต่ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อด้านหนึ่งมีแสงสว่างเจิดจ้า มีวัตถุ อีกด้านก็ย่อมเกิดเงามืดตามมา และเงาที่เป็นภาพด้านมืดซึ่งเกิดจากคะแนนเสียงมากมายจนฝ่ายค้านจุกแอ้ก หายใจไม่ออก จนบางพรรคถึงขนาดกดปุ่มยุบพรรค สลายตัว โดยไม่ทันรอให้ผลการเลือกตั้งประกาศออกมาเป็นทางการนี้ อาจเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับบ้านเมืองของเรา และอาจเป็นอันตรายที่น่ากลัวจนคาดไม่ถึงในอนาคตเลยก็ได้ ใครจะว่าฉันประสาทเสีย หรือมองโลกในแง่ร้ายก็ว่าไปเถอะ แต่ตอนนี้ฉันเกิดนิมิต-อุปาทานมองเห็นภาพเบลอๆของคลื่นยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นในสภา คลื่นที่ว่านี้เป็นคลื่นพลังอำนาจ ซึ่งไม่อยากจะกล่าวโทษรัฐ เหมือนที่ใครๆเขาพูดกันว่าเป็นอำนาจเผด็จการรัฐสภา เพราะฉันมีความรู้แค่หางอึ่งจริงๆ จะไปเที่ยวพูดคำยากๆที่ตัวเองก็ยังแปลความหมายไม่ถูกอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่ควร จริงมะ
แต่ด้วยสายตาคนไทยธรรมดานี่แหละ ฉันมองเห็นว่า นายกทักษิณจะต้องเผชิญกับศึกหนัก ในการตรวจสอบดูแลคนในปกครองของตัวเอง โดยปราศจากเรี่ยวแรงของฝ่ายค้านที่จะมาคอยช่วยดู ช่วยปรามในฐานะพี่เลี้ยง หรือผู้ช่วยจับผิดรัฐบาลเหมือนแต่ก่อน


โอเค...ตอนแรกๆทุกอย่างในรัฐบาลอาจจะสบาย ดูดี ราบรื่น แต่ด้วยอุปาทานโง่ๆ ของฉันมองว่า การเมืองหรืออะไรในโลกนี้ที่ขาดสมดุล ย่อมนำไปสู่การล้มครืนพังทลายได้โดยง่าย เคยเรียนมาว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้มีการถ่วงดุลอำนาจ ประชาธิปไตยจะสมบูรณ์ นอกเหนือจากการทำตามเสียงของคนส่วนใหญ่แล้ว ก็ใช่ว่าคนหมู่มากจะทำในสิ่งที่ถูกเสมอไป จึงจำเป็นต้องมีฝ่ายอื่นๆช่วยตรวจสอบ ไม่ให้มีใครเอาอำนาจไปกอดไว้คนเดียว ซึ่งเมื่อถึงวันนี้ ผลปรากฏว่าฝ่ายค้านได้คะแนนรวมกัน (อาจจะ) ไม่มากพอที่จะดูแลรัฐบาลได้อย่างเต็มกำลังอย่างที่ควรจะเป็น ถึงขั้นไม่สามารถอภิปรายตรวจสอบความทุจริตของรัฐมนตรี ความกังวลจึงตามมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเรื่องโกงกินมันเข้าใครออกใครเสียที่ไหน ขึ้นชื่อว่าการเมือง ต่อให้คนดีๆเข้าไปไม่อยากโกงยังต้องกัดฟันโกงเลยคิดดู ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นแกะดำ เพื่อนไม่คบ ดีไม่ดีอาจถูกตัดหางปล่อยวัดให้ไปอยู่กับลูกกับเมียที่เมืองนอกเหมือนคนบางคน โทษฐานโกงไม่เป็น แล้วยังขัดแข้งขัดขาเพื่อนอีกต่างหาก ha ha ไม่ขำเลย ให้ตายเถอะ


เรื่องน่าใจหายยิ่งกว่าเรื่องที่รัฐบาลขาดผู้ตรวจสอบดูแล ในอีกมุมหนึ่งคงเป็นเรื่องความหวังของประเทศชาติ การที่คะแนนของฝ่ายค้านตกต่ำหลุดลุ่ยเช่นนี้ บอกอะไรกับสังคมไทย นี่หมายความว่า ประเทศไทยกำลังหมดทางเลือกใช่หรือไม่ หากปราศจากพรรครัฐบาลของนายกทักษิณแล้ว เมืองไทยวันนี้คงไม่มีใครดีพอให้เราออกจากบ้านไปกาบัตรอีกแล้วใช่ไหม อาการเซ็งๆไม่รู้จะเลือกใคร ไม่เห็นใครดีสักคน มองไปทางโน้นก็เอี้ย ทางนี้ก็เอี้ย ภาวะต้องจำใจเลือกคนที่เอี้ยน้อยที่สุด เคยเป็นเหตุใหญ่ที่ทำให้คนขี้เกียจออกไปเลือกตั้งไม่ใช่หรือ


น่าเศร้าแค่ไหนลองคิดดู ถ้าจะแกล้งฟันธงจากผลการเลือกตั้งรอบนี้ว่าการเมืองไทยอาจเดินมาถึง ทางตัน ทางตันไม่ได้หมายความว่าทางปิด แต่เป็นทางที่ ปราศจากทางเลือก แน่ละ ทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวว่า วันนี้ใครบ้าจี้ ไปเลือกประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ก็จะได้บัญญัติมาเป็นนายกฯ น้าหยัดแกจะเป็นนายกได้เหรอ แถมได้ใครก็ไม่รู้จากยุคหินมาแก้ปัญหาประเทศ จะมีคนเก่งมานำพาเศรษฐกิจให้รอดพ้นวิกฤตไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ จะเลือกทั่นบรรหารก็แก่เหลือเกิน พรรคเล็กนิดเดียว หน้าหวานๆของน้องแบมจะแก้ปัญหาหุ้นตกน้ำมันแพงไหวหรือเปล่า ชูวิทย์ก็ลีลาเยอะ แต่จะทำอะไรจริงๆได้เหรอ ส่วนมหาชนดูยังงงๆ โฆษณาประชาสัมพันธ์ดูน่าสนใจ แต่พอมองนโยบาย มองตัวบุคคลแล้วก็ยังไม่ชัดจึงไม่กล้าเสี่ยง สรุปได้อีกทีว่าการเลือกตั้งปีนี้ เป็นภาวะไร้ทางเลือก

มีเสียงร่ำลือเสียงเล่าอ้างกันในสภากาแฟที่ออฟฟิศย่านสุขุมวิท บอกว่า...ใครที่ไหวทัน กลัวทักษิณจะไม่มีคนช่วยตรวจสอบ ประกอบกับเล็งเห็นว่าประชาธิปัตย์ยังไงก็แพ้ชัวร์ คนไหวทันกลุ่มนี้ก็จะกลั้นใจกาให้ประชาธิปัตย์หนึ่งใบ แม้ว่าอีกใจจะปลื้มทักษิณแทบสำลัก แต่ในขณะที่คนจำนวนมากก็คิดคล้ายๆกันแหละ แต่ขอโบ้ยว่า งานนี้กูขอกาพรรคเดียวทั้งสองเบอร์ว่ะ หน้าที่การัฐบาลหนึ่งใบ ฝ่ายค้านหนึ่งใบ เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ขอโบ้ยให้เป็นหน้าที่พลเมืองดีเค้าไปก็แล้วกัน เหมือนปัญหาขยะมูลฝอย หรือปัญหาอื่นๆนั่นแหละ เราเห็นขยะตกอยู่บนพื้น แต่เรารีบเดินจะไปธุระของเรา (ก็มันสำคัญนี่หว่า) หวังว่าคนข้างหลังหรือคนข้างๆคงจะช่วยเก็บแทนเองแหละน่า ผลก็คือ...สกปรกครับ ท่านผู้ชม เพราะทุกคนไม่ยอมก้มลงเก็บขยะ งานนี้ก็เช่นกัน ไม่มีใครไม่อยากให้รัฐบาลเหลิงอำนาจ แต่ก็คร้านเกินกว่าจะออกแรงหยิบแส้ให้ฝ่ายค้านได้ใช้ตรวจสอบรัฐบาล ผลก็คือ ระวังตัวกันเอาเองละกันเน้อ

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก นับจากวันนี้ไป บอกได้คำเดียวว่าตัวใครตัวมัน หวังว่าพระสยามเทวาธิราชคงจะช่วยดูแลคุณทักษิณ นายกรัฐมนตรีที่รักของพวกเราให้อยู่ยงคงกระพันตลอดสี่ปี มีเรี่ยวแรงและสติยาวนานสามารถยืนหยัดต่อสู่กับปัญหาทั้งภายนอก - ภายใน และมีหูตาทิพย์มองเห็นการทุจริตคอรัปชั่น มีอาวุธประจำกายไว้ฟาดฟันคนชั่วคนเลวให้พินาศฉิบหาย สามารถนำพาประเทศชาติให้พัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้ตลอดรอดฝั่งด้วยเถิด

เจ้าประคู้น...เดี๊ยนละหวาดจริงๆ พับผ่า


 
   
     
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618