|
ฉันเคยเป็นบุคคลประเภทหลัง ประเภทที่เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว
แม้จะยอมรับว่าการเมืองมีผลโดยตรงต่อชีวิต แต่ไม่เคยคิดว่าคนตัวเล็กๆอย่างเราจะมีผลอะไรกับการเมือง
ขนาดที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือช่วยแก้ไขอะไรที่ไม่ดีให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ยิ่งไม่ต้องฝัน
อีกสิบชาติยังไม่เห็นโอกาส
แต่ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไปเลือกตั้งทุกครั้ง เลือก...ทั้งที่ไม่ได้ฝากความหวังอะไรเอาไว้มากนัก
แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าจะหมดศรัทธากับการเมืองไทยไปเสียเลยทีเดียว เพราถ้ามองในแง่ตัวบุคคล
ยังมีคนดีๆอีกหลายคนที่รอโอกาสทำสิ่งดีๆ เวียนว่ายอยู่ในกระแสการเมืองไทย
แต่ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2548 หลังคลื่นสึนามิพัดผ่านมาและยังไม่แน่ว่าจะผ่านไป
เป็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งและน่าหวาดเสียว จนมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยจะดีเกิดขึ้นในความรู้สึกของคนที่มีความรู้ทางการเมืองแค่หางอึ่งอย่างฉัน...แบบว่าช่วยไม่ได้จริงๆ
ภาพที่ประชาชนจำนวนมากตบเท้ากันออกมาเทคะแนนให้พรรคไทยรักไทยได้คะแนนเสียงท่วมท้น
จนสามารตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้นั้น มองด้านหนึ่งฉันเห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี
ที่คนไทยเรามีจิตสำนึกถึงความมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
และการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล
เช่นเดียวกับในประเทศที่เจริญแล้วหลายๆประเทศ ก็เป็นสิ่งที่ดีอีกเหมือนกัน
เพราะการตัดสินใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวเด็ดขาด น่าจะเป็นปัจจัยทำให้การบริหารประเทศดำเนินไปได้อย่างคล่องตัว
จะคิดจะทำอะไรก็สามารถทำได้รวดเร็วทันใจไม่ติดขัด ไม่ต้องทะเลาะกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคโน้นพรรคนี้เหมือนในสมัยก่อน
กว่าจะได้ลงมือทำอะไรสักอย่างก็หมดเวลาทำงาน เดี๋ยวเดียวต้องมาเลือกตั้งกันใหม่
ให้เสียเวลาเสียงบประมาณแผ่นดินไปเปล่าๆปลี้ๆ
แต่ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อด้านหนึ่งมีแสงสว่างเจิดจ้า มีวัตถุ อีกด้านก็ย่อมเกิดเงามืดตามมา
และเงาที่เป็นภาพด้านมืดซึ่งเกิดจากคะแนนเสียงมากมายจนฝ่ายค้านจุกแอ้ก
หายใจไม่ออก จนบางพรรคถึงขนาดกดปุ่มยุบพรรค สลายตัว โดยไม่ทันรอให้ผลการเลือกตั้งประกาศออกมาเป็นทางการนี้
อาจเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับบ้านเมืองของเรา และอาจเป็นอันตรายที่น่ากลัวจนคาดไม่ถึงในอนาคตเลยก็ได้
ใครจะว่าฉันประสาทเสีย หรือมองโลกในแง่ร้ายก็ว่าไปเถอะ แต่ตอนนี้ฉันเกิดนิมิต-อุปาทานมองเห็นภาพเบลอๆของคลื่นยักษ์กำลังก่อตัวขึ้นในสภา
คลื่นที่ว่านี้เป็นคลื่นพลังอำนาจ ซึ่งไม่อยากจะกล่าวโทษรัฐ เหมือนที่ใครๆเขาพูดกันว่าเป็นอำนาจเผด็จการรัฐสภา
เพราะฉันมีความรู้แค่หางอึ่งจริงๆ จะไปเที่ยวพูดคำยากๆที่ตัวเองก็ยังแปลความหมายไม่ถูกอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่ควร
จริงมะ
แต่ด้วยสายตาคนไทยธรรมดานี่แหละ ฉันมองเห็นว่า นายกทักษิณจะต้องเผชิญกับศึกหนัก
ในการตรวจสอบดูแลคนในปกครองของตัวเอง โดยปราศจากเรี่ยวแรงของฝ่ายค้านที่จะมาคอยช่วยดู
ช่วยปรามในฐานะพี่เลี้ยง หรือผู้ช่วยจับผิดรัฐบาลเหมือนแต่ก่อน
โอเค...ตอนแรกๆทุกอย่างในรัฐบาลอาจจะสบาย ดูดี ราบรื่น แต่ด้วยอุปาทานโง่ๆ
ของฉันมองว่า การเมืองหรืออะไรในโลกนี้ที่ขาดสมดุล ย่อมนำไปสู่การล้มครืนพังทลายได้โดยง่าย
เคยเรียนมาว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้มีการถ่วงดุลอำนาจ
ประชาธิปไตยจะสมบูรณ์ นอกเหนือจากการทำตามเสียงของคนส่วนใหญ่แล้ว ก็ใช่ว่าคนหมู่มากจะทำในสิ่งที่ถูกเสมอไป
จึงจำเป็นต้องมีฝ่ายอื่นๆช่วยตรวจสอบ ไม่ให้มีใครเอาอำนาจไปกอดไว้คนเดียว
ซึ่งเมื่อถึงวันนี้ ผลปรากฏว่าฝ่ายค้านได้คะแนนรวมกัน (อาจจะ) ไม่มากพอที่จะดูแลรัฐบาลได้อย่างเต็มกำลังอย่างที่ควรจะเป็น
ถึงขั้นไม่สามารถอภิปรายตรวจสอบความทุจริตของรัฐมนตรี ความกังวลจึงตามมาอย่างช่วยไม่ได้
เพราะเรื่องโกงกินมันเข้าใครออกใครเสียที่ไหน ขึ้นชื่อว่าการเมือง
ต่อให้คนดีๆเข้าไปไม่อยากโกงยังต้องกัดฟันโกงเลยคิดดู ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นแกะดำ
เพื่อนไม่คบ ดีไม่ดีอาจถูกตัดหางปล่อยวัดให้ไปอยู่กับลูกกับเมียที่เมืองนอกเหมือนคนบางคน
โทษฐานโกงไม่เป็น แล้วยังขัดแข้งขัดขาเพื่อนอีกต่างหาก ha ha ไม่ขำเลย
ให้ตายเถอะ
เรื่องน่าใจหายยิ่งกว่าเรื่องที่รัฐบาลขาดผู้ตรวจสอบดูแล ในอีกมุมหนึ่งคงเป็นเรื่องความหวังของประเทศชาติ
การที่คะแนนของฝ่ายค้านตกต่ำหลุดลุ่ยเช่นนี้ บอกอะไรกับสังคมไทย นี่หมายความว่า
ประเทศไทยกำลังหมดทางเลือกใช่หรือไม่ หากปราศจากพรรครัฐบาลของนายกทักษิณแล้ว
เมืองไทยวันนี้คงไม่มีใครดีพอให้เราออกจากบ้านไปกาบัตรอีกแล้วใช่ไหม
อาการเซ็งๆไม่รู้จะเลือกใคร ไม่เห็นใครดีสักคน มองไปทางโน้นก็เอี้ย
ทางนี้ก็เอี้ย ภาวะต้องจำใจเลือกคนที่เอี้ยน้อยที่สุด เคยเป็นเหตุใหญ่ที่ทำให้คนขี้เกียจออกไปเลือกตั้งไม่ใช่หรือ
น่าเศร้าแค่ไหนลองคิดดู ถ้าจะแกล้งฟันธงจากผลการเลือกตั้งรอบนี้ว่าการเมืองไทยอาจเดินมาถึง
ทางตัน ทางตันไม่ได้หมายความว่าทางปิด แต่เป็นทางที่ ปราศจากทางเลือก
แน่ละ ทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวว่า วันนี้ใครบ้าจี้ ไปเลือกประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล
ก็จะได้บัญญัติมาเป็นนายกฯ น้าหยัดแกจะเป็นนายกได้เหรอ แถมได้ใครก็ไม่รู้จากยุคหินมาแก้ปัญหาประเทศ
จะมีคนเก่งมานำพาเศรษฐกิจให้รอดพ้นวิกฤตไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ จะเลือกทั่นบรรหารก็แก่เหลือเกิน
พรรคเล็กนิดเดียว หน้าหวานๆของน้องแบมจะแก้ปัญหาหุ้นตกน้ำมันแพงไหวหรือเปล่า
ชูวิทย์ก็ลีลาเยอะ แต่จะทำอะไรจริงๆได้เหรอ ส่วนมหาชนดูยังงงๆ โฆษณาประชาสัมพันธ์ดูน่าสนใจ
แต่พอมองนโยบาย มองตัวบุคคลแล้วก็ยังไม่ชัดจึงไม่กล้าเสี่ยง สรุปได้อีกทีว่าการเลือกตั้งปีนี้
เป็นภาวะไร้ทางเลือก
มีเสียงร่ำลือเสียงเล่าอ้างกันในสภากาแฟที่ออฟฟิศย่านสุขุมวิท บอกว่า...ใครที่ไหวทัน
กลัวทักษิณจะไม่มีคนช่วยตรวจสอบ ประกอบกับเล็งเห็นว่าประชาธิปัตย์ยังไงก็แพ้ชัวร์
คนไหวทันกลุ่มนี้ก็จะกลั้นใจกาให้ประชาธิปัตย์หนึ่งใบ แม้ว่าอีกใจจะปลื้มทักษิณแทบสำลัก
แต่ในขณะที่คนจำนวนมากก็คิดคล้ายๆกันแหละ แต่ขอโบ้ยว่า งานนี้กูขอกาพรรคเดียวทั้งสองเบอร์ว่ะ
หน้าที่การัฐบาลหนึ่งใบ ฝ่ายค้านหนึ่งใบ เพื่อถ่วงดุลอำนาจ ขอโบ้ยให้เป็นหน้าที่พลเมืองดีเค้าไปก็แล้วกัน
เหมือนปัญหาขยะมูลฝอย หรือปัญหาอื่นๆนั่นแหละ เราเห็นขยะตกอยู่บนพื้น
แต่เรารีบเดินจะไปธุระของเรา (ก็มันสำคัญนี่หว่า) หวังว่าคนข้างหลังหรือคนข้างๆคงจะช่วยเก็บแทนเองแหละน่า
ผลก็คือ...สกปรกครับ ท่านผู้ชม เพราะทุกคนไม่ยอมก้มลงเก็บขยะ งานนี้ก็เช่นกัน
ไม่มีใครไม่อยากให้รัฐบาลเหลิงอำนาจ แต่ก็คร้านเกินกว่าจะออกแรงหยิบแส้ให้ฝ่ายค้านได้ใช้ตรวจสอบรัฐบาล
ผลก็คือ ระวังตัวกันเอาเองละกันเน้อ
พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก นับจากวันนี้ไป บอกได้คำเดียวว่าตัวใครตัวมัน
หวังว่าพระสยามเทวาธิราชคงจะช่วยดูแลคุณทักษิณ นายกรัฐมนตรีที่รักของพวกเราให้อยู่ยงคงกระพันตลอดสี่ปี
มีเรี่ยวแรงและสติยาวนานสามารถยืนหยัดต่อสู่กับปัญหาทั้งภายนอก - ภายใน
และมีหูตาทิพย์มองเห็นการทุจริตคอรัปชั่น มีอาวุธประจำกายไว้ฟาดฟันคนชั่วคนเลวให้พินาศฉิบหาย
สามารถนำพาประเทศชาติให้พัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้ตลอดรอดฝั่งด้วยเถิด
เจ้าประคู้น...เดี๊ยนละหวาดจริงๆ พับผ่า
|