ได้เห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์ ในกรณีของครูสองคนที่ถูกกล่าวหาว่าทำการข่มขืนกระทำชำเราลูกศิษย์ ทำพิธีสาบานเพื่อพิสูจน์ในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แล้วก็ให้นึกสงสัยในบางแง่บางมุม
หลักๆ เลยก็คือ เร็วไปหรือเปล่ากับการใช้วิธีสาบานในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เมื่อในสังคมไทยที่ผ่านๆ มา การสาบานคือวิธีสุดท้าย ที่บุคคลหนึ่งพึงใช้เพื่อพิสูจน์ตนเอง ในเมื่อวิธีการทางการสอบสวนหรืออื่นใดที่เป็นทางตรรกะหรือวิทยาศาสตร์ใช้ไม่ได้ผล หรือไม่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
การสาบานกับคนไทยเป็นสิ่งที่ตกทอดผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนแทบจับแยกกันไม่ออก โดยเชิงลึก การสาบานเกิดขึ้นจากความศรัทธาที่คนไทยมีต่ออำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่มีฤทธิ์สามารถดลบันดาลชีวิตคนได้
โดยเชิงปฏิสัมพันธ์ การสาบานอาจเป็นการสื่อสารในตัวบุคคล เพื่อยืนยันย้ำชัดในการกระทำ, ความเชื่อ หรืออะไรก็ตามแต่ของตนเอง เพื่อให้ตนเองสบายใจ และอาจเป็นการสื่อสารสองทางหรือระหว่างบุคคล เพื่อพิสูจน์การกระทำ, ความเชื่อ ฯลฯ ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ วางใจ หรืออาจเป็นของคู่กรณีทั้งสอง เพื่อพิสูจน์หรือวัดกัน
โดยผิวเผิน การสาบานมีความคลุมเครือในตัวเอง เนื่องเพราะอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคงเป็นนามธรรมที่ยากแก่การพิสูจน์เป็นรูปธรรม และยิ่งกาลเวลาผ่านล่วงมายังโลกที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเป็นใหญ่เช่นในปัจจุบัน ความคลุมเครือที่ว่าก็ยิ่งทวีความหนาแน่นมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การสาบานจึงมักเป็นตัวเลือกอันดับท้ายๆ ในการพิสูจน์การกระทำหรือความเชื่อของคู่กรณีในสังคมปัจจุบัน แต่ก็มีหลายครั้ง ที่การสาบานถูกนำมาใช้เป็นอันดับต้นๆ ดังกรณีครูถูกกล่าวหาว่าข่มขืนศิษย์นี้
กับผู้ที่สุดโต่งทางวิทยาศาสตร์ การสาบานคงไม่ต่างอะไรกับกิจกรรมเด็กเล่นที่พิสูจน์ชัดเจนไม่ได้
กับผู้ที่สุดโต่งในเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติ (หรืออำนาจของธรรมชาติ ที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึง) หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การสาบานคือกิจกรรมที่มีความเป็นหลักเป็นฐาน เป็นจริงเป็นจัง และไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
กับผู้ที่อยู่กึ่งกลาง คงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่ลบหลู่
ส่วนกับนักจิตวิทยา การสาบานอาจเป็นกลวิธีสะกดใจอย่างหนึ่ง ทั้งสะกดใจตนเองและคู่กรณี รวมไปถึงสะกดใจผู้คนแวดล้อม
สะกดใจคือทำให้เชื่อ ถ้าผู้บริสุทธิ์จริงทำการสาบาน มันคือการพิสูจน์และยืนยันในความบริสุทธิ์นั้น หากแต่ถ้าผู้ไม่บริสุทธิ์ทำการสาบานในทางกลับกับการกระทำของตน มันคือการหลอกตัวเอง หลอกคู่กรณี และหลอกผู้คนที่แวดล้อม
มีผู้รื้อฟื้นเรื่องการสาบานขึ้นมาหลังจากกรณีครูถูกกล่าวหานี้แดงขึ้น ว่าเคยมีนักการเมืองหลายคนที่สบถสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่สุดท้าย เขาเหล่านั้นก็เสียชีวิต
นักวิทยาศาสตร์หรือแพทย์อาจสรุปว่าการเสียชีวิตของเขาเหล่านั้นเกิดจากโรค..., เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะ..., หรือความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย
ขณะผู้เชื่อในอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจสรุปว่า มันคือผลกรรม จากการเล่นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขณะนักจิตวิทยาอาจสรุปว่า เกิดจากภาวะจิตขัดแย้งในตัวเอง อันเนื่องมาจากการสะกดใจหรือหลอกตัวเองว่าไม่ผิด ทั้งที่จริงๆ แล้วผิด เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว ย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่สบายใจ ไม่โปร่ง ไม่โล่ง อึดอัดเหมือนมีก้อนโกหกถ่วงอยู่ในหน้าอก จะพูดก็พูดไม่ได้ ต้องเก็บงำเก็บกลั้นอยู่อย่างนั้น
ความไม่สบายใจมันคร่าชีวิตคนได้ ไม่ด้วยการเผลอหลุดความจริงออกมา จนตายด้วยน้ำมือกฎหมายหรือกระสุนปืน ก็อาจตายอย่างช้าๆ เพราะช้ำหนอง เหมือนกับการตรอมใจตายด้วยหมองหม่น
หลากหลายวิธีคิด นานาจิตตัง แต่สุดท้าย ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า การณ์จะจบลงในท่าใด...?
|