|
ปลาทองที่อยู่ในโหล เจ้านั้นคงไม่เคยรู้เลย ในใจเจ้าคงนิ่งเฉย ไม่รู้ว่าใครที่คอยเฝ้าห่วง
ปลาเอยเจ้าอยู่ในนั้นสีสันเจ้าเป็นประกายทุกส่วน ในใจเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่
*อยากจะรู้เจ้าจะเคยรักใคร และไม่รู้ว่าเจ้าจะเคยรู้ไหม ว่ามีฉันอยู่ ว่ามีฉันดูแลห่วงไยแค่ไหน
อยากจะรู้เจ้าจะคิดถึงกัน และไม่รู้ในใจเจ้ามีฝันอะไร เมื่อเรานั้นอยู่กันเหมือนโลกคนละใบ
ปลาเอยเมื่อเจ้าดูหงอย ฉันเองก็พลอยจะเป็นทุกข์ใจ วันใดเจ้าดูสดใส หัวใจมันก็เต็มด้วยรอยยิ้ม
ปลาเอยยังจำได้ไหมว่าใครที่ทำให้เจ้าได้อิ่ม คนเดียวที่ไม่เคยทิ้งเจ้าไว้เลย
(ซ้ำ* 2 ครั้ง)
ได้แต่เฝ้าดูอยู่ตรงนี้เอง เจ้าคงไม่เคยรู้ ได้แต่เฝ้าดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเจ้าเลย
มีไม่มากที่จะได้รับผลตอบแทนจากความรักเป็นความหวาน ทุกคนล้วนแล้วแต่ขวนขวายหาความรักมาใส่ตนเสมอตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่กว่าจะได้สิ่งนั้นมันต้องผ่านความทุกข์ทุกครั้งไป ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ จึงไม่ยอมเกษียณตัวเองเสียที รักฉันชู้สาวดูเหมือนจะเข้าข่าย ทุกข์ในรัก กว่ารักชนิดอื่นใด แม้รู้อยู่เต็มอกว่าล้อมรักนั้นเต็มไปด้วยความขื่นข่มแต่ทุกคนก็ยังต้องการ
รักใดก็ทุกข์ไม่เท่ารักข้างเดียว หากอีกฝ่ายทำทีท่าว่าไม่สนใจและแสดงอาการเบื่อหน่ายออกมาให้เห็นทุกข์ก็คงกัดกินหัวใจได้ไม่นาน แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีความคิดที่จะมอบรักให้ แต่กลับสร้างความใกล้ชิดคล้ายให้ความหวังรักตัวนี้อันตรายพอตัว
รักข้างเดียวกรณีหลังหากใครถลำตกลงไปสู่ห้วงนั้นแล้วยากที่จะตะกายขึ้นมา จะคอยเฝ้าดูแลอยู่ใกล้ๆ เหมือนปลาทองในตู้ เมื่อเราเอานิ้วมือไปถูข้างๆ ตู้กระจกมันก็จะมาตามตอดนิ้วด้วยท่าทางการสะบัดครีบ หางอย่างสวยงามและร่าเริง หลายคนยิ้ม ยิ่งแหย่มันก็ยิ่งเข้าหาด้วยอาการดีใจ และนี่คือความสุขที่มันมอบให้
อาหารการกินหว่านให้ไม่เคยขาด รอยยิ้มน้อยๆ มักเกิดขึ้นในขณะที่มันกลืนเม็ดอาหารลงคอทีละเม็ด จนหมด จนอิ่ม และเบือนหน้าหนี โดยที่มันไม่มีทางรับรู้เลยว่าใครคนนั้นมีความสุขเพียงใดที่ได้ห่วง ได้ดูแล และได้มอง ความรักที่มอบให้เท่ากับความอยู่ดีของปลาทองเท่านั้นไม่อาจกลายเป็นอื่นได้เลย
'''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''
|