| Home |  | About Us | | News |  | Yes! Club | | Job | | Book Shelf | | Webboard |  | Letter | 

STATE OF THE ART





ทำความรู้จักกับบล็อก (Blog)
วชิรา พรหมสาขา ณ สกลนคร ผอ.ศูนย์คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


หากคุณคนเป็นคนหนึ่งที่อาศัยอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานหรือเรื่องบันเทิงส่วนตัว เช่น หาสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์คุณอาจจะพึ่งพา google ซึ่งเป็นเครื่องมือในการค้นหาอันดับหนึ่งของโลก



หากคุณคนเป็นคนหนึ่งที่อาศัยอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานหรือเรื่องบันเทิงส่วนตัว เช่น หาสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์คุณอาจจะพึ่งพา google ซึ่งเป็นเครื่องมือในการค้นหาอันดับหนึ่งของโลก

เมื่อคุณลองหาข้อมูลที่ต้องการโดยลองเปิดไล่ไปทีละเว็บเพจ คุณอาจจะพบเว็บของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่ต้องการ และในขณะเดียวกันคุณอาจจะเจอเว็บส่วนตัวของใครบางคนที่คุณไม่รู้จัก ในเว็บนั้นมีการเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวของการเดินทางไปเที่ยว ว่าเขาเดินทางเมื่อไหร่ เดินทางอย่างไร และไปกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ อาจจะมีรูปสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักดีหรือไม่ดีอย่างไร ประทับใจหรือไม่ประทับใจตรงไหน ซึ่งทำให้คุณได้รู้รายละเอียดเบื้องลึกนอกเหนือจากที่มีในเว็บแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ ททท.

หลังจากอ่านข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวเสร็จแล้ว คุณก็ลองดูเนื้อหาอื่นๆ ในเว็บนั้นคุณพบว่านอกจากเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวแล้วยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่ผู้เขียนให้ความสนใจแต่ละเรื่องมีการสอดแทรกความคิดเห็นและการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาจากผู้เขียน นอกจากนี้ยังมีผู้เยี่ยมชมได้เขียนแสดงความคิดเห็นโต้ตอบไปมาด้วย

เมื่อคุณลองค้นหาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ คุณก็จะพบว่ามีเว็บเพจของใครอีกหลายๆ คนที่มีลักษณะคล้ายๆ กับเว็บเพจที่คุณเจอเป็นอันแรก ซึ่งแต่ละเว็บเพจก็จะแตกต่างไปทั้งรูปแบบและวิธีการนำเสนอของเจ้าของ

เว็บเพจที่คุณเจอมานั้นเป็นลักษณะของการเขียนบันทึกในรูปแบบที่เรียกกันว่า Weblog ซึ่งนิยมเรียกสั้นๆ ว่า Blog (บล็อก) บล็อกเป็นบันทึกที่เขียนถึงเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่ผู้เขียนสนใจ และอาจต้องการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้ทราบ ซึ่งผู้เขียนอาจจะมีความสนใจในหลายๆ เรื่องดังนั้นบล็อกหนึ่งๆ อาจจะมีหลายเรื่องราวผสมกันไป เนื่องจากบล็อกมักจะเป็นเว็บเพจส่วนตัวของใครคนหนึ่ง ผู้เขียนจึงสามารถกำหนดรูปแบบ และวิธีแสดงความคิดเห็นได้ตามที่เขาต้องการ และด้วยเหตุผลการมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นนั่นเอง ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ

การเขียนบล็อกนั้นอาจจะเขียนด้วยบุคคลเพียงคนเดียว หรืออาจมีผู้เขียนหลายคนได้ หากผู้เขียนนั้นมีความสนใจเรื่องเดียวกัน อาจจะมีผู้สงสัยว่าบล็อกและไดอารี่นั้นต่างกันอย่างไร สิ่งหนึ่งที่อาจจะใช้เป็นเกณฑ์แบ่งได้นั่นคือ ไดอารี่นั้นมักจะมุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าบล็อกอาจจะมีการแสดงถึงอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวที่มากกว่า และจะเน้นที่เรื่องราวของตนเองเป็นหลัก ในส่วนตัวผมนั้น เข้าใจว่ามีการแสดงความคิดเห็นกันมากมายว่า บล็อกและไดอารี่นั้นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งดูเหมือนเส้นที่ขีดคั่นแยกระหว่างทั้ง 2 อย่างนี้ดูเหมือนจะไม่เห็นอย่างชัดเจน เพราะผู้เขียนอาจจะมีการเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันของตัวเองสอดแทรกลงไปด้วย ซึ่งผมก็เห็นว่าไม่เห็นจะเป็นไร เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้เขียนต้องการแสดงออก และที่สำคัญก็คือมันเป็นเว็บเพจส่วนตัวของเขา

ดังที่กล่าวมาแล้วว่ารูปแบบการเขียนบล็อกนั้น จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความต้องการของผู้เขียนแต่ละคน ซึ่งโดยทั่วไปในการเขียนบล็อกแต่ละครั้งนั้น ผู้เขียนอาจจะตั้งชื่อหัวข้อให้กับสิ่งที่ตัวเองจะเขียนด้วย ส่วนวันและและเวลาที่เขียนนั้นจะถูกบันทึกโดยซอฟแวร์ที่ใช้เขียนบล็อกโดยอัตโนมัติ เรื่องราวล่าสุดที่เขียนจะถูกนำมาแสดงเป็นอันดับแรก และเรื่องที่เขียนก่อนหน้าก็จะถูกแสดงย้อนหลังกลับไปตามลำดับ ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ โดยความคิดเห็นจะถูกแสดงอยู่ภายในส่วนที่จัดไว้เฉพาะภายใต้เนื้อหาของแต่ละเรื่องอีกที นอกจากนี้ผู้เขียนอาจจะมีการจัดหมวดหมู่ของแต่ละเรื่องไว้ด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและอ่านภายหลัง

อ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจจะคิดว่า การเขียนบล็อกนั้นเป็นเรื่องของวัยรุ่น หรือคนวัยหนุ่มสาวที่คลั่งไคล้หลงใหลในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้หลายๆ องค์กรได้ประยุกต์ใช้บล็อกในองค์กรของตน เรียกว่าเป็น corporate blog ตัวอย่างขององค์กรมรามี corporate blog ได้แก่ Sun Microsystems, IBM, HP, Microsoft, Yahoo และ Google

corporate blog เป็นบล็อกที่จัดทำโดยองค์กร หรือได้รับการสนับสนุนให้เกิดขึ้นโดยองค์กร เพื่อทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ Internal blog และ External blog

Internal blog เป็นบล็อกภายในที่ถูกจัดให้มีขึ้นเพื่อบุคลากรขององค์กร และสามารถเข้าถึงได้เฉพาะเครือข่ายขององค์กรเท่านั้น ส่วน External blog เป็นบล็อกที่อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นบุคลากรสามารถเข้าถึงได้ เช่น ลูกค้าองค์กร เป็นต้น

ประโยชน์ของ corporate blog คือองค์กรสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารกันภายใน ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน หรือระหว่างพนักงานด้วยกันเอง นอกจากนี้ยังใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าขององค์กรได้ด้วย ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ขององค์กร ( Knowledge managerment) โดยบล็อกสามารถที่จะทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นของคนในองค์กร เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดเห็น ย่อมสามารถทำให้เกิดมุมมองหรือความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตามเนื่องจาก corporate blog นั้นเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ดังนั้นจึงต้องมีนโยบายในการเขียน เพื่อมิให้เกิดผลกระทบจนสร้างความเสียหายแก่องค์กรเอง เช่น ผู้เขียนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ขององค์กร ผู้เขียนจะต้องไม่เปิดเผยความลับขององค์กรและจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นต้น สำหรับบ้านเรานั้นมีผู้ให้บริการพื้นที่เว็บเพจฟรีในการเขียนบล็อกเช่นกัน ตัวอย่างบล็อกที่ส่วนใหญ่ผู้เขียนเป็นวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว เช่น blog.212cafe.com, www.bloggang.com, www.exteen.com, บล็อกที่ผู้เขียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ เช่น weblog.manager.co.th

นอกจากนี้ผมอยากแนะนำให้ผู้อ่านลองเข้าไปอ่านบล็อกที่ Gotoknow.org (The Gateway Of Thailand’s Knowledge managerment) สนับสนุนโดยสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนทุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

“ปรัชญาหลักในการให้บริการของ Gotoknow.org คือเป็นแหล่งรวมบล็อกของชุมชนแนวปฏิบัติ (Communication of Practice) หรือกลุ่มคนที่มีความรู้ของไทยในบริบทต่างๆ บริการนี้จะทำให้เกิดคลังความรู้ขนาดใหญ่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยโดยรวม” ดร.จันทวรรณ น้อยวรรณ, คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (โครงการพัฒนาระบบบล็อกแบบชุมชนสำหรับกลุ่มจัดการความรู้ไทย) Gotoknow.org น่าจะเป็นเว็บไซต์ที่ทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในการนำบล็อกมาประยุกต์ใช้สำหรับการจัดการความรู้ครับ


สนับสนุนคอลัมน์โดย www.dp-studio.com

WHERE TECHNOLOGY MEETS ART

Issue 10
สิงหาคม - กันยายน 2546
ฝันถึงชีวิตที่ใช่ คุณต้องตื่นขึ้นมาฝัน
Reality Support for Professional Dreamers
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact us: editor@yes-wedo.com