Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Survival
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
The Art of Survival

"คำ"
 
 

 

ขอโทษนะคะ คุณขา วันนี้ดิฉันแผ่วไปหน่อย เมื่อคืนฉลองดึกไปนิด ไม่ว่ากันนะคะ

เมื่อคืน...งานเลี้ยงฉลองครบรอบ XX ปี แห่งความบริสุทธิ์ ของดิฉันเองค่ะ งานนี้เพื่อนฝูงเก่าๆมากันพร้อมหน้า คนที่ดิฉันดีใจที่สุดเมื่อได้เจอ คือยายแจ๋นเพื่อนเลิฟ ผู้ร่วมชมรมสาวบริสุทธิ์มาด้วยกัน เราไม่ได้เจอหน้ากันนานมาก

เวลาผ่านไปไม่มากไม่น้อย ความรักของพวกเรายังคงที่ มีแต่ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่เดินหน้าต่อไปไม่หยุด เขาลือกันว่า ความเปลี่ยนแปลงเป็นนายของใจ แต่เป็นทาสของเวลา เรื่องนี้เห็นจะจริงกระมังคะ

สมาชิกชมรมของพวกเราเคยสัญญากันไว้ค่ะ ว่าเราจะร่วมกันรักษาความบริสุทธิ์ เอาไว้กับตัวเองไปตลอด จนกว่าชีวิตจะหาไม่ แม้ว่าวันเวลาจะพรากอะไรหลายอย่างไปจากเรา แต่สิ่งเดียวที่เราจะยังเป็นเจ้าของ คือความบริสุทธิ์ของตัวเอง

แต่คุณคะ...ยายแจ๋นหนึ่งในชมรมของดิฉัน วันนี้ แต่งงานแล้วค่ะ กลายเป็นมาดามแจ๋น เธอแจ๋นสมชื่อล่ะค่ะ เมื่อคืน หล่อนยกแก้วไวน์แดงขึ้นกระดกประกาศความบริสุทธิ์หลายรอบ ผิวหน้าเป็นสีชมพูเข้ม เพื่อนๆต้องรีบบอกว่าเชื่อในความบริสุทธิ์ของเธอ ไม่งั้นเธอจะประกาศไม่เลิก จนเราอาจจะต้องโทรเรียกให้สามีหมาดๆของเธอมาหิ้วปีกกลับบ้าน เสียงหัวเราะเธอดังระริกระรี้น่าตบอย่างเคย ควบคู่ไปกับการบ่นรำคาญใจที่ต้องโดนข่มขืนแทบทุกศุกร์ (บางทีวันอื่นก็โดน) สำหรับยายนี่ เธอเรียกปฏิบัติการรักที่ปราศจากความยินยอมพร้อมใจ ว่า"ข่มขืน"แทบทุกกรณีค่ะ ไม่ว่ามันจะถูกต้องตามกฎหมาย หรือถูกประเพณียังไงเธอไม่สน ถ้า"เขา"มาสะกิดผลักเธอลงคร่อม ในเวลาที่เธอยังไม่มีอารมณ์ เธอจะนับว่านั่นคือการข่มขืนทั้งสิ้น

ยัยแจ๋นหน้าตาสวย กริยาวาจาเธอ...เรตX หุ่นน่าฟัด และไม่ใช่คนเรื่องมาก เดือนๆนึง เธอจึงรู้สึกว่าโดนข่มขืน (โดยวิธีคิดและวิธีเรียกของเธอ) นับครั้งไม่ถ้วน แต่นิสัยเธอดีจริงๆ เป็นคนมีน้ำใจ ไม่เคยเอาเปรียบสังคม สติปัญญาก็ดี การศึกษาสูง หน้าที่การงานใหญ่โต เธอขยันขันแข็ง ทำงานหนักได้ไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก วันว่างๆเธอชอบช่วยเหลือคน บางทีก็ไปเลี้ยงเด็กกำพร้า เยี่ยมบ้านคนชรา ฟิตๆขึ้นมาเธอก็ไปบริจาคเลือดให้สภากาชาด เป็นคนพูดจริงทำจริงไม่เคยตอหลดตอแหลใคร ไม่ว่าญาติผู้ใหญ่หัวโบราณของเธอจะคอยกระแนะกระแหน ว่ายายแจ๋นถือโอกาสบริจาคเลือด เพราะอยากเอาเลือดชั่วออกเสียบ้าง เธอก็ไม่สน ใครจะพูดยังไงก็พูดไป ยายแจ๋นก็ยังถือตัวว่าเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์สำหรับโลกใบนี้วันยังค่ำ

พวกเราจำกันได้ดี เพราะความสวยเซ็กซี่ของยายแจ๋น มักเป็นเหตุให้เธอเกือบต้องเสียความบริสุทธิ์ (แบบที่ชาวบ้านเขาพูดกัน) หลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ แต่ที่เธอสามารถรักษาเยื่อบริสุทธิ์ของเธอไม่ให้ขาด เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ตามประเพณีเอาไว้ได้หลายหน ก่อนมันจะฉีกขาดจริงๆในวันสำคัญวันหนึ่ง ก็ด้วยการทำทางเบี่ยง

ด้วยความรักนวลสงวนตัวแท้ๆ ยายแจ๋นสามารถเรียนรู้วิธีเปิดประตูรักได้ถึงสามทาง แต่ขอโทษ ...ยายแจ๋นไม่ใช่หญิงสำส่อนนะคะ เธอเป็นคนรักเดียวใจเดียว มีแฟนคนเดียว รักกันยาวนาน และมีอะไรๆกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยตอนต้นเธอเลือกใช้สองประตูแรกก่อน เริ่มที่ประตูบน กับประตูหลัง ฝึกจนช่ำชอง ด้วยเหตุผลเดียวคือต้องการรักษาความบริสุทธิ์

ด้วยวิธีนี้ผู้หญิงมากประสบการณ์อย่างยายแจ๋น จึงสามารถเก็บรักษาเยื่อสนุกสนานของเธอเอาไว้ได้นานกว่าปกติ แม้ว่าชั่วโมงบินเธอจะสูง เพราะสมัยเรียน ยายแจ๋นเธอยังเป็นผู้หญิงหัวโบราณมาก เธอพยายามเก็บรักษาพรหมจรรย์ ตามคำยายเธอพร่ำสอน เอาไว้รอผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยเท่านั้น ที่สำคัญ แม่เธอยังสอนบ่อยๆ อย่าเสียสาวก่อนเรียบจบนะลูก ยายแจ๋นรักแม่มาก ถึงเธอจะรักแฟนหนุ่มของเธอสุดหัวใจยังไง ก็ไม่เคยเปิดประตูหน้าบ้านรับเขาสักครั้ง ซึ่งเมื่อถึงวันสำคัญ...วันวิวาห์ของเขาและเธอ พ่อหนุ่มโชคดีเจ้าบ่าวของยายแจ๋นก็เลยได้ของขวัญชิ้นเด็ด นั่นคือเจ้าสาวผู้แสนบริสุทธิ์ พิสูจน์ได้จากรอยแดงสามจุดบนผ้าปูเตียงสีขาว ให้เขาได้ตื่นมาปลื้มอยู่ประมาณสิบวินาทีตอนเช้าในห้องหอ ขณะที่ยายแจ๋นนอนระทดระทวยอยู่ข้างๆ

ยายแจ๋นเล่าให้ฟังว่า เธอตื่นมาทีหลัง เจอจุดแดงสามจุดเหมือนกัน ถึงกับร้องไห้กระซิกกระซี้เสียดายความบริสุทธิ์ที่เธออุตส่าห์รักษามานาน เจ้าบ่าวคนเดิมและคนเดียวตลอดหลายปีของเธอแอบกลั้นหัวเราะ ลูบหน้าลูบหลังปลอบใจยายแจ๋นซะยกใหญ่ อธิบายให้หล่อนเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ยายแจ๋นถึงได้ตาสว่างว่าตลอดมาเธอคิดบ้าไปเองฝ่ายเดียว เพราะประตูพิเศษที่ยายแจ๋นสงวนเอาไว้ ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกพิเศษไปกว่าประตูอื่นๆที่ยายแจ๋นเคยเปิดต้อนรับสักเท่าไหร่

ความโง่มาก่อนความฉลาดเสมอ ไม่นานยายแจ๋นก็เริ่มตรัสรู้ด้วยสติปัญญาของเธอเอง ว่าสิ่งต่างๆในโลกนี้ ความจริง...อะไรมันจะเป็นยังไงก็ได้ทั้งนั้น และใครจะเรียก "สิ่งไหน" ด้วยคำว่าอะไร ของสิ่งนั้นมันก็ยังเป็นของสิ่งนั้นอยู่วันยังค่ำ เช่นเดียวกับคำว่า "ความบริสุทธิ์" ที่ยายแจ๋นเข้าใจความหมายว่าเป็นอีกอย่างหนึ่งมาตั้งนาน ขณะที่ชาวบ้านเขาหมายถึงอย่างอื่น

ตั้งแต่นั้นมา ยายแจ๋นเริ่มจึงบัญญัติความหมายของคำว่า "ความบริสุทธิ์" เอาไว้ใช้ส่วนตัวบ้าง ด้วยมุมมองตามเหตุผลของเธอเอง ด้วยเกณฑ์การตัดสินของเธอล้วนๆ และเพราะเหตุนี้เอง มาดามแจ๋นจึงยืดอกประกาศความบริสุทธิ์ของเธอในหมู่เพื่อนฝูงอย่างหน้าชื่นตาบานได้อีกครั้งหนึ่ง

ยายแจ๋นเป็นแขกคนสุดท้ายที่เดินออกจากงานเลี้ยง เธอจงใจรอจนดึกมาก กะให้ใครๆกลับไปหมด เหลือเพียงฉันกับเธอสองคน ขณะเดินไปส่งหล่อนขึ้นรถ ยายแจ๋นแอบมากระซิบถามดิฉันเบาๆ เธอชักสงสัยตงิดๆ ว่างานเลี้ยงฉลองความบริสุทธิ์ของฉันในปีนี้ เป็นความบริสุทธิ์ในมุมมองของตัวเองแบบที่เธอเพิ่งค้นพบ หรือยังเป็นความบริสุทธิ์แบบที่ใครๆเขาเรียกกันแน่ และถามจริงๆเถอะ...โดนข่มขืนบ้างหรือเปล่า

ดิฉันจ้องหน้าจนแน่ใจว่ายายแจ๋นน่าจะยังเหลือสติเอาไว้รับฟังคำตอบที่ต้องขบคิด ฉันจึงเฉลยให้เธอรู้ความจริงว่า งานเลี้ยงฉลองความบริสุทธิ์ที่เธอมาร่วมทุกๆปี นับจำนวนครั้งไม่ถ้วนนั้น เป็นความบริสุทธิ์ในแบบของฉันมาตลอด ส่วนที่เธอเรียกว่า "โดนข่มขืน" ฉันเรียกมันว่า "กินข้าว"

เพราะยายแจ๋นกลับดึก วันนั้นฉันก็เลยได้ "กินข้าว" ดึกไปหน่อย

คุณคะ...ความบริสุทธิ์ของคุณคืออะไรคะ แล้วมันยังอยู่กับคุณดีหรือเปล่า อย่าไปสนใจเลยค่ะ ว่าความบริสุทธิ์ในแบบของชาวบ้านเขาจะหมายความว่าไง ตั้งหน้ารักษาความบริสุทธิ์ในแบบของคุณเอาไว้ดีกว่าค่ะ ไม่ต้องกังวลใจหรอกค่ะ หากความหมายต่างๆชีวิตของคุณจะไม่ได้ใช้พจนานุกรมเล่มเดียวกับคนอื่น


ว่าแต่...คุณอยากไปกินข้าวกับดิฉันไหมคะ

 

 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618