|
คุณคะ ดิฉันมีเรื่องมาเล่า แต่คุณต้องสัญญานะคะ ว่าคุณจะจับมือดิฉันไว้
เรื่องนี้มันสะเทือนจิตใจเสียจนดิฉันไม่อาจรับมันไว้ได้โดยลำพัง
เมื่อบ่ายวันก่อน ดิฉันเดินเข้าไปทำธุระในซอยเล็กๆซอยหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท
ในซอยแคบมีผู้คนพลุกพล่าน แคบเสียจนดิฉันต้องเดินตัวลีบ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะอุตส่าห์มีรถวิ่งได้ด้วย
ขณะที่ดิฉันยืนทนร้อนอยู่หน้าตึกแถวเก่าๆ ชายหนุ่มสองคนช่วยกันหามฟูกสีแดงเข้ม
ขนาดสองคนนอน เดินผ่านหน้าไป ฝูงคนกำลังเบียดเสียดเยียดยัดกันในซอย
แตกฮือกระจัดกระจายคนละทิศละทาง แหวกช่องว่างเป็นวงกว้าง ให้หนุ่มสองคนนั้น
เดินผ่านไปโดยสะดวก ตามมาติดๆเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาไร้ความรู้สึก
ในมือมีหมอนหนุนศีรษะสีขาวแบบยาว ชนิดที่ใช้นอนร่วมกันได้สองคน ความจริง...หมอนใบนั้นก็ไม่ได้เป็นสีขาวหรอกนะคะ
แต่ดิฉันเดาว่าตอนซื้อใหม่ๆ มันคงจะเคยเป็นสีขาวสะอาดน่าหนุน ให้นอนหลับฝันดี
ไม่อย่างนั้น คงไม่มีคู่รักคู่ไหนอยากจูงมือกันไปซื้อมาใช้นอน "ร่วมเรียงเคียงหมอนกัน"
อย่างที่ใครเขาพูดกัน
หมอนคู่ใบนั้น คงเป็นใบเดียวกันของชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งตัดสินใจร่วมชีวิตกัน
เป็นพยานรับรู้ความสัมพันธ์ตั้งแต่วันแรกเริ่มของคุณกับเขา คอยรองรับความสุข
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ซับน้ำตาในยามเศร้า มันแอบรู้เห็นทุกภาพแม้ในความมืด
แอบฟังทุกคำที่คุณกระซิบกระซาบกันในยามรักยามใคร่
หมอนอยู่กับคุณทุกคืน แต่มันไม่เคยทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี บางคืนคุณนอนลืมตาค้าง
รอคอยให้รักกลับมาเคียงข้าง กลิ่นกายของคุณกับเขาซาบซ่านอยู่บนหมอน
กลิ่นน้ำหอม กลิ่นแชมพูสระผม และกลิ่นความรัก มีบางวันมันอาจจะหอมแดด
เพราะคุณนำมันไปวางรับแสงร้อนแรงในยามบ่าย แสงแดดบ่ายจัดจ้าจนคุณตาหยี
มันร้อนจนคุณไม่อยากตากหน้าออกไปตรงระเบียงหน้าบ้าน แต่คุณก็หลงใหลกลิ่นหอมสะอาดบนความนุ่มเมื่อคุณกับเขาจะได้นอนคลุกเคล้าอยู่ด้วยกันในค่ำคืน
แล้วคุณก็แอบยิ้มหลับตาพริ้มหันหน้าสู้แดด
ในวันที่กลิ่นหอมหวานบนหมอนคู่จางหาย มันสอดส่องความเป็นไปในห้องนอนของคุณอยู่เงียบๆ
ทั้งๆที่มันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ คุณแค่เหงา คิดถึงเขา และต้องการใครสักคน
หมอนไม่ซื่อสัตย์กับใครเลย มันรักใครไม่เป็น ไม่เคยเห็นใจใคร ไม่ว่าคุณจะอยู่ใกล้ชิดผูกพันกับมันขนาดไหน
ไม่ว่าคุณจะดูแลมันอย่างดี รักษาความสะอาดให้กับมันเสมอ มันก็ไม่เคยจะรักษาสิทธิ์อะไรให้ใคร
หมอนไม่เคยคิดว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง มันหัวเราะเยาะสมเพช ทุกครั้งที่ความเหงาของคุณพาใครต่อใครมาซ้ำรอยในตำแหน่งของเขา
มันปิดปากสนิท แต่ร่องรอยคนทรยศ ก็ทิ้งคราบเอาไว้ให้เขาสัมผัสได้เอง
หมอนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในสิ่งที่เกิดขึ้น มันกำลังนับถอยหลังไปสู่วันอันโหดร้ายของคุณ
ด้วยท่าทีกระหายเลือด
ไม่นานเกินรอ ความลับฆ่าตัวตาย ใครจะไปคิดว่าคุณจะเป็นศพต่อไป อัตวินิบาตกรรมแห่งความลับ
เปลี่ยนให้เขากลายเป็นฆาตกรหัวใจสลาย
หมอนนอนนิ่งบนผ้าปูเตียงสีขาวยับย่น มันกำลังจดจ่อ ใบหน้าคุณซีดขาว
แววตาตื่นตระหนก แดดอุ่นยามเช้าขับผิวเปลือยเปล่าของคุณให้ขาวเป็นยองใย
แสงเดียวกันสะท้อนเป็นประกายวาววับบนโลหะปลายแหลมแท่งบางคมกริบ ร่างของคุณกำลังสั่นเทา
หมดทางสู้ ปลายมีดแหลมคมจ้วงชำแรกผิวเนื้อ มือขวาของเขากำด้ามมีดเกร็งแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน
ข้อแขนแข็งแกร่งที่เคยโอบกอดคุณด้วยความรัก ออกแรงเสือกปลายแหลมจมลึกไปในตัวคุณจนมิดด้าม
คุณยังไม่เจ็บในตอนแรก คุณไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องจริง ความเจ็บสุดแสนทารุณเข้าจู่โจม
ทันทีที่เขาถอนมือออกจากแผลแรก กระหน่ำจ้วงแทงซ้ำๆโดยไม่ได้พักหายใจ
มิไยสองมือของคุณจะปัดป้องสุดชีวิต แต่ไม่ว่าคุณจะเบี่ยงตัวหลบไปทิศไหน
ก็เหมือนจะเป็นการเปิดช่องให้คมมีดได้ฝากบาดแผลใหม่ๆลงไปมากขึ้นและมากขึ้น
คุณร้องขอความเห็นใจ พยายามสบตากับเขา มองหาเศษละอองความรักซึ่งอาจหลงเหลืออยู่ในดวงตาคู่นั้น
ดวงตาของเขาแดงก่ำเป็นสีเลือด มันเป็นแววตาของคนบ้า!!
คุณฝันว่าตัวเองกำลังวิ่งหนี แต่ร่างเหวอะหวะกลับทรุดฮวบลงตรงขอบเตียง
หมอนยิ้มร่าเมื่อศีรษะของคุณฝังลงไปในความนุ่มของมันพอดิบพอดี เลือดไหลปรี่ออกมาตามรอยแผล
ซึมลงผ่านผ้าขาวลงไปบนฟูก ผนังสีครีมมีรอยเลือดสาดกระเซ็น เพียงครู่เดียวทั้งเตียงและพื้นห้องก็ชุ่มนองไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน
หมอนคู่สีขาวดูดซึมเลือดของคุณจนอืดอิ่ม มันแอบสงสัยในอนาคตของมือมีด
มั่นใจว่าความรู้สึกผิดคงไม่ปราณีเขา แต่จะด้วยวิธีไหนและเมื่อไหร่
มันก็อดลุ้นด้วยความตื่นเต้นเสียไม่ได้
มันแอบใจหายเล็กน้อยเมื่อทุกอย่างปิดฉากลง แม้จะสะใจจนเลือดสาดสมกับการรอคอย
ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับภาพสยดสยองชวนสลดใจ ตำรวจกวาดสายตาหาพยานหลักฐาน
หมอนปิดปากเงียบเช่นเคย ไม่มีใครล่วงรู้แม้เพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่มันได้รู้ได้เห็น
จากวันเปิดฉากชีวิตคู่
มันถูกหิ้วออกมาจากในห้าง ช่วงเวลาที่มันรองรับอารมณ์รักท่วมท้นของคุณกับเขา
รอยน้ำตาถูกสีแดงกลบทับไปจนหมดสิ้น
ฉากจบที่หมอนใบนั้นไม่รู้คือเขาฆ่าตัวตายตามคุณไปด้วย มีดอาจจะน่ากลัวเกินไป
เขาจึงปีนขึ้นไปบนที่สูง ทิ้งร่างลงมาอย่างหมดอาลัย
คุณคะ เมื่อคืนคุณหายไปไหนมา งานหนักหรือคะ กลับมาเกือบเช้าเชียว เหนื่อยหรือเปล่า
คิดถึงคุณจังเลยค่ะ เวลาคุณไม่อยู่ ดิฉันต้องนอนคนเดียว รู้ไหมคะ ดิฉันนอนน้ำตาไหลทั้งคืน
หมอนเปียกไปหมด
ทำไมคุณถึงทำหน้าตาสงสัย...มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ โธ่...คนดี
อย่ามองดิฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิคะที่รัก ดิฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกคุณ
ดิฉันรักคุณคนเดียว อย่าระแวงไปหน่อยเลยค่ะ มาสิคะ มาคุยกันตรงนี้
อยากให้คุณมองให้เต็มตา เห็นไหมคะ ดิฉันยังเป็นของคุณทั้งร่างกายและวิญญาณ
คุณคงเพลีย นอนพักเสียหน่อยดีไหมคะ ดิฉันเพิ่งเอาปลอกหมอนไปซัก หมอนข้างในดิฉันก็เอาไปตากแดด
หอมน่านอนเชียวค่ะ ที่รัก...นอนให้สบายนะคะ แต่เอ๊ะ...หมอนเป็นหรืออะไรคะ
ทำไมคุณทำท่าแปลกๆ??
อะไรนะคะ!!!...คุณบอกว่าคุณรู้อะไรนะคะ
หมอนใบนั้นบอกความลับอะไรกับคุณหรือคะ...ไม่ค่ะ
ไม่จริงหรอกค่ะ คุณคิดมากไปเอง หมอนจะพูดได้ยังไง อย่าแกล้งให้ดิฉันไม่สบายใจสิคะ
ทำไมคุณต้องทำหน้าตาน่ากลัวอย่างนั้น ไม่เอานะคะ ดูซิ...ดิฉันใจสั่นไปหมดแล้ว
คุณช่วยกอดให้ดิฉันหายกลัวได้ไหมคะ
เออ...คุณคะ...ทำไมคุณถึงไม่กอดดิฉันด้วยมือทั้งสองข้างละคะ มือขวาของคุณถืออะไรอย...ทำไมต้องซ่อนไว้ข้างหลังด้วย
คุณคิดจะทำอะไรคะที่รัก มีเซอไพรส์ใช่ไหมเอ่ย?
โอ....ไม่นะคะ!!!
คุณขา...อย่านะคะ... อย่า...ได้โปรด!!!!!
|