|
|
|
|
|
|
| |
|
|
 |
The Art of Survival
"เอา" |
|
| |
|
- โอ๊ะ โอ...คุณขา ไม่นะคะ อย่าริอ่านพูดจาแบบนั้น
- คุณกำลังทำให้ดิฉันไม่สบายใจค่ะ
- คุณว่าไงนะคะ...ที่รัก ?
- แต่งงาน !!! อะไรนะคะ...แต่งงาน???
- โถ ตายจริง...ดิฉันคิดว่าคงมีการเข้าใจผิดกันยกใหญ่เกิดขึ้นแล้วล่ะค่ะคุณขา
พูดออกมาได้ยังไงคะ ว่าเราเป็นแฟนกันมาตั้งนาน และบัดนี้ ได้สมควรแก่เวลาที่เราจะร่วมหอลงโรงกันให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีเสียที
ตลกค่ะ เอาที่ไหนมาพูด เวลาที่คบกัน ไม่ได้อยู่ใน criteria ของการแต่งงานนี่คะ
และขอโทษ...คุณหลงมาจากยุคไหนไม่ทราบ? ถึงไม่รู้ว่าธรรมเนียมประเพณีของผู้หญิงที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์
หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า "เอาผัว" สมัยนี้มันเปลี่ยนไปนานแล้วค่ะ
เพราะสมัยก่อน เวลาผู้หญิงผู้ชายเริ่มรักกัน เส้นทางรักส่วนมากมันจะตรงดิ่งไปสู่ชีวิตคู่
เรียกว่าพอเริ่มจะชอบกันก็คาดหมายเอาไว้ได้เลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาตกร่องปล่องชิ้น
ได้เสียเป็นเมียผัวกันแน่นอน ไม่ว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง ชีวิตรักสมัยเก่ามันก็มีอยู่ไม่กี่เสต็ปหรอกค่ะคุณ
-
-
- ภาวะของการเป็น "แฟน" กันของคนโบราณ
มันจึงค่อนข้างสั้นและเบ็ดเสร็จ อาจจะมียาวนานบ้างแบบรักทรมาน หรือรอแฟนไปรบกลับมาอะไรทำนองนั้น
แต่ร้อยทั้งร้อย เมื่อกลับมาก็มักจะได้ลงเอยกันด้วยการแต่งงานวันยังค่ำ
หากไม่มีเหตุให้ต้องเลิกร้างกันไปเสียก่อน ซึ่งเปอร์เซ็นต์คนเป็นแฟนแล้วเลิกไม่แต่ง
แต่ก่อนก็ไม่เยอะเท่าสมัยนี้ ยิ่งการถูกถอนหมั้นนี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โต
เสียชื่อเสียงขนาดพ่อแม่ฝ่ายหญิงต้องจับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำกันแทบไม่ทัน
สถานภาพของการเป็นแฟนยุคโน้น เลยดูค่อนข้างจะเปราะบาง เพราะเอะอะหญิงชายก็จะชวนกันแต่งงานเล่นเป็นผัวเมียกันท่าเดียว
- แต่คุณขา อยากให้คุณตื่นลืมตาดูโลกให้ชัดๆอีกนิด
ไม่เห็นหรือไงคะว่า สถานภาพของความเป็น"แฟน"สมัยนี้ มั่นคงแข็งแรงยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก
แถมมีอายุยาวนาน บางคู่ลูกโตจนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ยังเรียกคู่ครองของตัวเองว่าแฟน
ราวกับคำว่า เมีย-ภรรยา หรือ ผัว-สามี เป็นคำที่น่ารังเกียจชวนให้กระดากอายเสียเต็มประดา
แล้วคุณคิดยังไงกันคะ ถึงมาพูดอะไรแบบนี้
- ในฐานะตัวแทนสตรีแห่งสากลโลก ดิฉันขอยืนยันว่าเรื่องการแต่งงาน...สำหรับวันนี้
เป็นเรื่องใหญ่นะคะ คุณขา ต่อให้รักกันปานจะกลืนกินอย่างไร ด้วยสติสัมปชัญญะของดิฉันก็ยังคอยเตือนเสมอว่า
criteria ของการ "เอาแฟน" กับ "เอาผัว" มันต่างกันจริงๆค่ะ
เพราะแฟนจะเอาง่ายกว่าผัว คำว่า"เอา"ในที่นี้ ไม่ได้เป็นคำหยาบที่หมายถึงการร่วมเพศนะคะ
แต่หมายถึงการตัดสินใจรับสัมพันธ์รักจากเพศตรงข้ามค่ะ
- ที่ดิฉันบอกคุณว่า เอาแฟน ง่ายกว่า เอาผัว
เพราะสังคมสมัยนี้เปิดกว้างให้คนเป็นแฟนกันได้ง่ายกว่าการเป็นผัวเมียอย่างสมัยก่อน
ยุคนี้เราจะควงกันไปกินข้าวดูหนัง ฟังเพลง จับมือถือแขน แสดงความรักใคร่ต่อกันในที่สาธารณะ
หรือจะกระเตงกันไปซื้อคอนโดห้องเดียวกันอยู่ คุณจะร่วมหมอนร่วมเตียงกันอย่างไรไม่มีใครว่า
ตราบใดที่คุณเป็นคนดีมีการศึกษา มีงานมีการทำเป็นหลักแหล่ง คุณมีสิทธิ์จะเรียกขานระบบความสัมพันธ์ที่คุณร่วมกันสถาปนาขึ้นด้วยกันว่า
"ความเป็นแฟน" แต่คุณจะไม่เรียกมันว่าชีวิตคู่ ถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผลอไปเรียกความสัมพันธ์แบบนั้นว่าเป็นชีวิตคู่
อาจเป็นความเสี่ยงหรืออาจนำไปสู่จุดจบของความสัมพันธ์ได้ง่ายๆ เพราะสถาบัน"แฟน"นั้น
สูงส่งและแข็งแกร่งเกินกว่าใครจะกล้าท้าทาย ถ้ายังไม่มั่นใจว่าชัวร์จริงๆ
- ดิฉันเห็นมานักต่อนักค่ะคุณขา เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน
ยิ่งพวกคนในวงการบันเทิงด้วยแล้ว ต่อให้เขาแสดงตัวเป็นปาท่องโก๋กันยังไง
เขาก็จะไม่ยอมรับตำแหน่งอื่น นอกเหนือจากคำว่าแฟน หนักๆเข้าก็อาจจะพูดเลื่อนเปื้อนไปว่าเป็นพี่น้องกัน
หรือเบาะๆก็บอกว่าเป็นเพื่อนกัน ถ้าคุณสังเกตดีๆก็จะเห็นอีกนะคะ
ว่าสมัยนี้ คนเป็นเพื่อนกันก็"เอา"กันได้ (คำว่า "เอา"
คำนี้ สงสัยว่าจะเป็นคำหยาบค่ะ) เพราะธรรมเนียมประเพณีสมัยนี้ เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนมาก
- ผู้หญิงสมัยก่อน เวลาจะเอาแฟนก็คือเอาผัวนั่นแหละค่ะ
เพราะถ้าดูแล้วว่าคนนี้ดีพอจะเป็นแฟนได้ ก็แสดงว่าคงจะดีพอจะเอาทำผัวได้
ซื้อตั๋วใบเดียวผ่านได้สองประตู แต่สมัยนี้มาตรฐานการเอาแฟนกับการเอาผัวมันมีช่องว่างห่างกันมากขึ้นจนน่าแปลกใจ
- ผู้หญิงนะคะ หากเจอผู้ชายสักคนที่รู้ใจกัน
คุยเรื่องเดียวกัน ชอบพอกัน ชอบไปไหนมาไหนด้วยกัน รสนิยมต้องกัน
รักกัน เคมีตรงกัน แค่นี้ก็ผ่าน สามารถเอาเป็นแฟนได้แล้วค่ะ เพราะดีกรีของคำว่าแฟนของยุคนี้มีหลายระดับ
ถ้าระดับต้นๆมีฟังก์ชั่นประมาณเพื่อนคุยเพื่อนเที่ยว ฟังก์ชั่นระดับกลางอาจจะหมายถึงคู่คิด
และระดับบนสุดอาจจะหมายถึงคู่นอน(ประจำ) ซึ่งก็ไม่ได้การันตีอีกนั่นแหละค่ะ
ว่าถ้าดีกรีความเป็นแฟนมันไต่ระดับฟังก์ชั่นไปถึงคู่นอนแล้ว มันจะต้องพัฒนาไปสู่การเริ่มชีวิตคู่
- สังคมทุกวันนี้ซับซ้อนขึ้นนะคะคุณ ในขณะที่คนเรามีช่องทางให้"เอา"กันง่ายขึ้น
แต่การเอากันเป็นผัวเป็นเมียจริงๆกลับยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามองดีๆนะคะ
ก็จะเห็นว่าการที่ผู้หญิงสมัยนี้รีบเอาผัวตั้งแต่อายุยังน้อยๆ จะมีคุณค่าต่างจากสมัยก่อน
เพราะถ้าสมัยก่อน การเอาผัวได้ ถือเป็นเกียรติอย่างหนึ่งของผู้หญิง
บ้านไหนที่มีลูกสาวจึงรู้สึกเป็นกังวล เหมือนมีส้วมวางอยู่หน้าบ้าน
พ่อแม่จะรอแล้วรออีก ให้มีผู้ชายดีๆมาประคองส้วมชุดนี้ไปไว้ในเรือนหอของตัวเอง
ลูกสาวบ้านไหนขายออกเร็วหน่อย พ่อแม่ก็จะโล่งใจ บ้านไหนลูกสาวขายไม่ออกก็อับอาย
ผู้หญิงก็โดนเปรียบเปรยให้ช้ำใจว่าเป็นเรือขึ้นคาน แต่สมัยนี้ ลูกสาวใครริอ่านเอาผัวตั้งแต่อายุน้อยๆ
พ่อแม่ก็จะกลุ้มไปอีกแบบ คือลูกจะไปอะไรกับใครไม่ว่า ขอแค่ให้ชาวบ้านดูแล้วคิดว่าเป็นแค่แฟน
พ่อแม่ก็โอเค สิทธิ์ของการรีบเอาผัว จะถูกจำกัดไว้ในแวดวงของคนบ้านนอกคอกนา
คนระดับที่มีการศึกษาต่ำ หรือคนที่มีสถานภาพทางสังคมต่ำเท่านั้น
แถมใครเอาผัวเร็วยังอาจโดนเพื่อนดูถูกว่าเป็นคนระดับล่าง อาจโดนเพื่อนที่ยังไม่มีผัวเลิกคบ
ผู้หญิงสาวสมัยนี้ จะให้ดูดีมันต้องโสดเข้าไว้ค่ะ
- การเอาผัวหมายถึงการยอมรับภาวะพึ่งพิง การจำนนทางเพศ
ซึ่งการที่ผู้หญิงสมัยนี้จะยอมจำนนอะไรแบบนั้น ผู้ชายที่จะเลือกเอามาเป็นผัวก็ต้องผ่านเกณฑ์วัดความเป็นผัวเสียก่อน
เพราะผัวไม่ได้เปลี่ยนง่ายๆเหมือนแฟนนี่คะ แค่เปลี่ยนผัวครั้งเดียว...ไม่ต้องบ่อยขนาดเปลี่ยนแฟน
ผู้หญิงก็จะมีมลทินโดนเรียกว่าเป็นหญิงหลายผัว แต่ถ้าเป็นแฟน จะเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน
อย่างดีก็แค่โดนประนามว่าแรดหลายใจ แต่มลทินทางสังคมเท่ากับศูนย์
ผู้หญิงสมัยนี้เขาก็มีการศึกษา มีการงานทำ สามารถยืนหยัดอยู่บนขาอ่อนของตัวเองได้ทั้งนั้น
ไม่ต้องรอให้ผู้ชายมาขอไปเลี้ยงเหมือนสมัยก่อน แล้วตอนเป็นแฟนกันมันดีออกจะตายไปนะคะคุณขา
ไหนจะเรื่องอิสรภาพอีกละคะ จะมีอะไรเทียบเท่า อย่างนี้จะให้เอาผัวกันง่ายๆคงไม่มีทางหรอกค่ะ
- ต้องขออภัยจริงๆนะคะที่รัก ตอนนี้ดิฉันยังไม่พร้อม
ด้วยค่านิยมทางสังคมแล้ว คุณน่าจะเข้าใจว่าตอนนี้ ผู้หญิงมีเกรดอย่างดิฉัน
ยังไม่ควรจะรีบเอาผัว เราต่างเป็นคนของสังคม และสังคมก็ใจดีพอที่จะยอมให้เราเอากันเป็นแฟนไปพลางๆก่อน
- รออีกนิดก็แล้วกันนะคะคนดี ถ้าคุณรักดิฉันจริง
คุณต้องช่วยรักษาคุณค่าของดิฉันเอาไว้ให้นานที่สุด อดทนไว้นะคะ...จนกว่าจะถึงวันนั้นของเรา
... ... ...
|
|
|
|
|
|
|
| Copyright
2003
YES! Magazine All rights reserved |
| contact :
editor@yes-wedo.com Tel.
0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618 |