|
- สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
ถึงแม้ว่าบรรยากาศที่เราเจอกัน อาจจะไม่ค่อยน่ายินดีนัก คุณจะไปหวังอะไรกับงานสวดศพละคะ
เสียงพระเทศน์ ไม่ใช่เสียงเพลง ฟังแล้วถึงจิตจะโล่งขนาดไหน ดิฉันก็ยังชอบฟังเพลงมากกว่าค่ะ
เออ...คุณรู้จักกับจอยด้วยหรือคะ
ดิฉันเป็นเพื่อนกับจอยค่ะ เราเคยเรียนห้องเดียวกันสมัยประถม จอยเป็นเด็กดีมาก
เธอเรียบร้อยเป็นกุลสตรี การเรียนเธอก็ไม่เป็นสองรองใคร ไม่อย่างนั้นจะเอ็นท์ติดคณะดีๆอย่างนั้นได้เหรอ
จริงไหมคะ
ใครๆก็รู้ เด็กที่เข้าไปเรียนสถาบันของจอย มีแต่ครีมทั้งนั้น จอยก็ครีม
ไม่ใช่แค่เพราะสมองดี ดิฉันจำได้ว่าชีวิตจอยไม่เคยมีปิดเทอม ถ้าพ่อแม่ไม่ส่งเธอไปเรียนเปียโน
เต้นบัลเลต์ ดนตรีไทย เธอก็ต้องไปเรียนกวดวิชา ไม่อะไรก็อะไรสักอย่าง
ใครจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหน จอยไม่เคยไปด้วย ชีวิตจอยมีแต่สีขาว สวยสะอาดอยู่ในโลกบุนวมอันแห้งแล้งของเธอเสมอ
ใครจะไปคิดละคะ ว่าชีวิตเด็กหอในรั้วมหาวิทยาลัย จะเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า
หรือในอีกแง่หนึ่ง ก็คือปล่อยนกน้อยจากกรงทองอย่างจอย ให้ต้องออกไปหากินเอง
สู่ดงแดนสนธยาที่จอยไม่เคยรู้จัก
- ในโลกใบใหม่อันกว้างใหญ่ไพศาลใบนั้น ไม่มีใครคอยจัดสรรเวลาในชีวิตให้จอยใช้อย่างลืมวันลืมคืนได้เหมือนแต่ก่อน
จอยไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับอิสรภาพเหลือเฟือ กับเวลาว่างมากมาย กับตารางเรียนที่เต็มไปด้วยช่องว่าง
ไม่ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติ ไม่ต้องวางกระเป๋ายกมือไหว้สวัสดีคุณครูหน้าประตูโรงเรียน
ในโลกแปลกๆใบนั้น จอยพบว่าไม่มีอะไรที่จะช่วยแก้เบื่อแก้เหงาในยามว่างได้ดีกว่าการมีคู่
ทุกๆอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ และสมเหตุสมผลในตัวเอง ความเป็นเด็ก
เป็นลูกน้อยในโอวาทของพ่อแม่ ซุกซ่อนอยู่ในสำนึกของจอย แต่ร่างกายและจิตใจของเธอเป็นหญิงสาว
จอยคิดว่าเธอเข้าใจทุกอย่างเหมือนที่ใครๆเข้าใจ นักศึกษาปีสามในมหาวิทยาลัยปิดของรัฐ
มีสิทธิ์ที่จะคบเพื่อนต่างเพศเป็นแฟนได้ อาจจะพาแฟนขึ้นไปเที่ยวเล่นในห้องของเธอได้
อาจจะมีอะไรลึกลับยิ่งไปกว่านั้นได้ ตราบเท่าที่ยังไม่มีใครรู้ หรืออาจจะมีใครรู้บ้างก็ไม่แปลก
เพราะเป็นเรื่องธรรมดาในโลกของเธอกับเพื่อนๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามกลไกธรรมชาติในโลกแห่งความเป็นจริง
และเป็นเรื่องพื้นฐานของวิถีความเป็นมนุษย์ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องแสร้งว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
ด้วยกฎเกณฑ์ ระเบียบ และประเพณี ในโลกแห่งความเป็นจริงอีกใบหนึ่ง
จุดเหลื่อมล้ำของโลกหลายใบที่หมุนเวียนทับซ้อนกัน คืออาณาเขตทางความคิดของจอย
เธอเติบโตขึ้นมาในพื้นที่แคบๆแห่งนั้น มันไม่มีที่ทางมากพอสำหรับความจริงใหม่ๆ
ที่จอยต้องจ่ายเป็นราคาค่าเล่าเรียนสำหรับบทเรียนพิเศษที่เธอได้รู้ในวิชานอกหลักสูตร
แต่โลกที่จอยแบกไว้ตะโกนบอกเธออย่างเกรี้ยวกราด ว่าเธอไม่มีสิทธิ์
"ตั้งท้อง" หากยังเรียนไม่จบ
แฟนหนุ่มของจอยรักจอยที่สุดในโลก เขาเป็นคนดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะดีได้
แต่เมื่อในโลกอีกใบหนึ่งเขาเป็นเพียงนักศึกษา และจอยก็เป็นนักศึกษา
ตามกฎของโลกใบนั้นไม่ยินยอมให้เขากับจอยเป็นสามีภรรยา หรือเป็นพ่อแม่ของเด็กคนไหนได้
และเกียรตินิยมที่พ่อแม่รอลุ้นก็เป็นภาระอีกอย่างหนึ่งของลูกที่ดี
การทำแท้งคือข้อสอบอัตนัยที่เขาและจอยเชื่อฝังใจว่าไม่มีทางเลือก บางทีคู่รักอย่างพวกเขาก็นึกอยากจะจูงมือกันวิ่งหนีไปอยู่ในโลกอื่น
โลกที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตัดสินมากมายขนาดนี้
สิ่งใหม่ที่เขาเรียนรู้สำหรับโลกใบนี้คือถ้าไม่มีใครรู้ ก็คือไม่มีความผิด
ลบเรื่องเก่าทิ้งไป ใส่ความทรงจำใหม่ลงไปในฮาร์ดดิส ก็เท่ากับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนเรื่องข้างในลึกๆ ก็แค่อาศัยเวลาช่วยให้ลืม
และถ้าไม่มี "เด็ก" พวกเขาก็ไม่ต้องหนีไปไหน ?
บางที...ถ้าไม่มีการตัดสินอะไรมากนัก จำนวนคนผิดอาจจะมีน้อยลง
บางที...เขาก็สงสัยว่ามีอะไรถูกจริงๆหรือผิดจริงๆบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะถามใคร
คู่รักที่น่าสงสารคู่นี้ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลัง"อิน"เกินไป
กับบทละครเรื่องนักศึกษาที่พวกเขาเล่นอยู่ จนเผลอนึกว่าอะไรๆบทเวทีนั้นเป็นเรื่องจริงไปเสียหมด
ลืมแม้แต่จะแยกแยะว่าสิ่งใดเป็นเรื่องจริงออกจากสิ่งสมมุติ ลืมคิดไปว่าตัวเองเป็นคน
และกฎเพียงข้อเดียวของความเป็นคนจริงๆคือต้องอยู่ให้รอด ถ้าอยู่ไม่รอด
เรื่องอื่นๆก็เป็นแค่เรื่องล้อเล่น
คำว่าสถานภาพที่ฟังดูสวยหรู ที่แท้แล้วก็แค่ชื่อเรียกสิ่งสมมุติ
ความเจ็บ ความตายต่างหาก ที่เป็นเรื่องจริง
คุณคะ ถ้าย้อนเวลาได้
ถ้าเรื่องของจอยไม่ได้เป็นความลับ ถ้าเธอมีคนช่วยคิด จอยกับคู่รักของเธอคงผ่านเวลาที่ยากลำบากไปได้วิธีที่ราบรื่นกว่านี้
ถ้าเพียงแต่พ่อแม่ของจอยจะหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติ และลืมตามองลูกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
จูงมือจอยไปที่คณะ ขอใบพักการศึกษาสักเทอม หรือสองเทอม ให้เธอตั้งท้อง
คลอดลูก มีชีวิตที่เป็นปกติที่สุดตามอัตภาพ เธออาจจะย้อนกลับไปเข้าเรียนต่อให้จบ
หากสถาบันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นข้อเท็จจริงของนักศึกษา ทั้งๆที่เห็นตำตา
ก็ไม่จำเป็นที่เรื่องจริงสำหรับคนอื่น จะต้องเป็นเรื่องจริงของจอยเสมอไป!!
บางที...หน้าที่ต่อสังคมของจอย ก็คือเล่าเรื่องจริงที่คนอื่นอยากฟัง
แม้ว่ามันจะเป็นคนละเรื่องราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ก็ไม่เห็นจะเป็นไร
คนพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่เขาอยากจะเชื่ออยู่วันยังค่ำ
ถ้าเพียงแต่...พ่อแม่ของจอยจะเริ่มเข้าใจด้วยตัวเอง และสอนให้ลูกเข้าใจบ้าง
ว่าชีวิตสำคัญกว่ากฎเกณฑ์ คนเกิดก่อนกฎ คนเป็นผู้สร้างกฎ แต่กฎไม่ได้สร้างคน
กฎอาจจะช่วยให้คนส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แต่กฎก็ไม่มีสิทธิ์บงการชีวิตใคร
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำร้ายตัวเองด้วยกฎ โดยไม่เคยแม้แต่จะตั้งคำถาม
คุณคะ สิ่งที่ดิฉันเกลียดที่สุดคือการนั่งพนมมือฟังเทศน์ในงานศพ
ดิฉันไม่ชอบแต่งชุดดำ และเชื่อว่าจอยคงยิ้มชอบใจถ้าเธอเห็นดิฉันใส่เสื้อสีแดงมางานของเธอ
จอยเคยบอกว่าดิฉันดูดีมากในชุดสีแดงแต่น่าเสียดายที่งานนี้เป็นงานศพ
ถึงจอยจะเป็นเพื่อนรักของดิฉัน ถึงเธอจะอยากให้ดิฉันสวมชุดแดงมาให้เธอได้ชื่นชม
แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ
กฎของงานศพก็คือสีดำ กับสีขาว
เหมือนที่ใครต่อใครเชื่อว่าเป็นสีเพียงสองสีที่มีระบายอยู่บนทุกความจริงบนโลกสีเทาใบนี้
ขอโทษนะจอย
|