Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Survival
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
The Art of Survival

"ฝน"
 
 

 

ฉันมักจะเห็นเธอนั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่างบานนั้น ในฤดูร้อนที่แสนจะแห้งแล้ง ความสุขบนความทุกข์ของเธอคือการรอคอย ฉันไม่แน่ใจว่าเธอโง่หรือฉลาดที่ฝากความหวังไว้กับฝนกลางฤดูร้อน

ความร้อนแผดเผาเป็นของตายสำหรับฤดูกาลนี้ ฝนเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่จะมาให้เธอได้ตื่นเต้นกันนานๆครั้ง อยากจะมาก็มา อยากไปก็หายไปไม่มีวี่แวว คาดเดาอะไรไม่ได้เลย

ความสุขจาก "เขา" ที่เธอรอคอยก็ไม่ต่างกับฝนกลางฤดูร้อนที่เธอหลงใหล ฉันเคยคิดจะเอ่ยปากบอกให้เธอเลิกรอคอย ทุกครั้งที่เห็นร่องรอยสารพัดบนชีวิตอันบอบบางของเธอ

รอยแผลเหล่านั้นช่างโหดร้ายรุนแรง ยากที่จะเชื่อว่าเป็นผลพวงจากความรักหรือความกรุณา

คงไม่มีความกรุณาจากหัวใจดวงไหนที่จะทำร้ายคนเราให้บาดเจ็บได้ขนาดนี้ มันอาจเป็นสิ่งตกค้างจากความสุขหรือความทุกข์ของเธอกับเขาในห้องเล็กๆห้องนั้น ซึ่งฉันไม่อาจแน่ใจ

ฉันอยู่ตรงนี้ ชุ่มฉ่ำอยู่ในสายฝน ฉันไม่ใช่เพื่อนของเธอ ไม่ใช่มิตรหรือศัตรู แต่เป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกเศร้าทุกครั้งเมื่อเห็นเธอร้องไห้ เผลอดีใจไปกับเธอทุกครั้ง เมื่อได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ฉันวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอ มีชีวิตอยู่ในโลกของเธอ เราเห็นกันบ่อย แม้ไม่เคยทักทาย แต่สบตากันแล้วรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน ที่ไหนสักแห่ง

ใช่ ..ที่ไหนสักแห่ง

เราอาจจะเคยพบกันในความคิด พบกันในความชื่นเย็นใต้สายฝนโปรยปราย เราคงเคยพบกันตรงจุดสัมผัสของฤดูร้อนกับฤดูฝน เราอาจจะเคยยิ้มให้กันขณะเดินสวนทางกัน

ฉันเฝ้ามองเธออยู่นานจนมั่นใจ ฝนกลางฤดูร้อนที่เธอรอคอยเป็นเพียงเรื่องงมงาย ไม่คุ้มกับความสูญเสีย และความศรัทธาที่เธอทุ่มเท ฝนช่างใจร้าย เช่นเดียวกับ"เขา"ที่ปล่อยให้เธอมีชีวิตอยู่กับความทุกข์ ศรัทธาลมๆแล้งๆกับความสุขในวันหน้า

เธอเชื่อว่าความเลวร้ายที่เธอต้องประสบอยู่ในวันนี้เป็นการทดสอบของเขา เป็นการกระทำที่มีเหตุผลที่ดีรองรับ มีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่ข้างหน้า หากเธอสามารถอดทนและเผชิญกับความทุกข์ร้อนแห้งแล้งได้มากพอ ฉันแอบสมเพชเธอ แต่ไม่คิดซ้ำเติม

ฉันอยากกระซิบความจริงของฉันให้เธอรู้ อยากแนะนำให้เธอรู้จักฤดูฝน เธอคงไม่เคยรู้หรอกว่ามีฝนตกทุกวันในฤดูฝน ไม่ใช่ความบังเอิญ หรือเธออาจจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่เธอไม่อยากเชื่อ

เหมือนกับที่เธอรู้ว่ามีฉันอยู่อีกคนที่สามารถให้ความสุขกับเธอได้ แต่เธอก็เลือกที่จะเชื่อว่า"ฉัน"ที่เธอพบเจออยู่ทุกวัน เป็นเพียงสิ่งไม่มีตัวตน และ"เขา"ที่เธอไม่เคยพบ มีอยู่จริง

ฉันอยากให้เธอเข้าใจ เธออาจจะเจ็บปวดในตอนแรกที่รู้เรื่องนี้ แต่ฉันเชื่อว่าการรับรู้ความจริงจะทำให้เธอไม่เจ็บปวดยาวนานอย่างที่เป็นอยู่

เธอรู้ไหม...หาก"ฉัน"ไม่มีตัวตน "เขา" ก็อาจไม่มีอยู่จริงก็ได้

แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเธอวาดภาพเขาไว้ชัดเจนขนาดนั้น เขาที่ไม่มีตัวตน มีรูปร่างแจ่มชัดในโลกของเธอ ซ้ำร้าย เธอมอบชีวิตทั้งหมดให้กับเขาไปแล้ว แต่เมื่อเราต่างก็รู้อยู่ว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง จึงไม่มีใครรู้ว่าชีวิตของเธอหายไปอยู่ที่ไหน ใครกันแน่ที่ยื่นมือมารับเอาชีวิตของเธอไป

เธอเคยสงสัยเรื่องนี้บ้างไหม?

เธอจะเสียใจหรือเปล่า หากเธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าฉัน เขาไม่ได้อยู่ใกล้เธอ ไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนกับที่ฉันใส่ใจ ในเวลาที่ดวงตาของฉันมีแต่ภาพของเธอ เขากลับหันหนีไปเฉยๆ ปล่อยให้เธอระทมทุกข์ เขาส่งความเลวร้ายมารบกวนเธอ พรากความรักไปจากเธอ หยิบยื่นความสูญเสียเป็นของขวัญให้เธอ เขากรีดเลือดและน้ำตาของเธอมาดื่มกิน พร้อมๆกับลูบหลังให้เธออดทนกับบาดแผลที่เขามอบให้ พร่ำบ่นให้เธอมั่นคงในความรักที่มีต่อเขา มั่นคงในความไม่แน่นอนของฝนที่อาจจะตกลงมาให้เธอได้ชื่นใจได้นานๆครั้งกลางฤดูร้อน

พรุ่งนี้อาจจะมีฝนตก เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ความร้อนรุนแรงใกล้วิกฤต เธอเชื่อว่ามันเป็นจุดสิ้นสุดของความทุกข์ เธอภาวนาให้สิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆจบสิ้นลงเร็วๆ เพื่อจะได้พบกับความสุขที่รออยู่หลังจากความทุกข์ได้ดำเนินไปถึงจุดที่สุดของที่สุด แต่ความทุกข์ก็ไม่เคยถึงที่สุดสักที

ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือความเชื่อของเธอ มันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆไปตามขนาดของความทุกข์ เครดิตที่เธอให้กับคำมั่นสัญญาลมๆแล้งจากเขา แทนที่จะลดน้อยลง กลับเพิ่มมากขึ้นและมากขึ้น

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน เธอยังคงนั่งเหม่ออยู่ที่เดิม ฟ้าเริ่มมืดลง

และแล้ว...ฝนกลางฤดูร้อนที่เธอรอคอยก็โปรยปรายลงมา

รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

ผืนดินเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ฝนยังคงตกลงมาเรื่อยๆไม่ยอมหยุด

เธอยกสองมือขึ้นประนม หลับตา พึมพำเอ่ยคำขอบคุณในรางวัลแห่งการรอคอยที่เขาส่งมาให้

ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท ห้องของเธอสว่างจ้าจากแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้อง
มันอาจจะเป็นสัญญาณ

เธอคิดว่า"เขา"กำลังจะมาหาเธอ เช่นเดียวกับสายฝนที่มาเยือนให้เธอได้ชื่นใจกลางฤดูร้อน เธอลุกขึ้นจากที่นั่งริมหน้าต่าง เดินไปเปิดประตูอ้าทิ้งไว้ น้ำที่ท่วมนองพื้นถนนภายนอกค่อยๆไหลเข้ามาในห้อง

เธอกลับมานั่งที่เดิม พนมมือต่อไปในท่าเดิมด้วยความรู้สึกขอบคุณล่วงหน้า

เธอเชื่อว่าเขากำลังเดินทางมาใกล้

ระดับน้ำในห้องค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆ จากตาตุ่มขึ้นมาถึงตัก ริมฝีปาก ใบหู

ท่านั่งพนมมือของเธอริมหน้าต่างกระจกบานนั้นดูสงบนิ่ง

น้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้าน สูงถึงเสาไฟฟ้า สูงถึงยอดเขา น้ำทะเลกับน้ำในแม่น้ำทุกสายรวมกันเป็นผืนเดียว มีปลามากมายว่ายอยู่ในห้องของเธอ

และเธอก็ยังนั่งขอบคุณในความเมตตาของเขาอยู่อย่างนั้น

 

 

 

 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618