- ฉันชอบนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง
คุณมักสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่รู้สึกเบื่อทิวทัศน์จากหน้าต่างกระจกที่ไม่เคยถูกเปิดบานนั้น
มันดูเหมือนไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งที่สอดสายตาผ่านม่านมุ้งลวด
ลอดช่องเหล็กดัด ทะลุกระจกใสในบานกรอบไม้เนื้อแข็ง ออกไปสู่ภาพสนามหญ้าสีเขียว
พุ่มอากาเว่ กอหมากเขียว ต้นมะม่วง มะยม และกอไผ่ ความเปลี่ยนแปลงช้าๆของต้นไม้ช่างอืดอาดยืดยาดน่าเบื่อหน่าย
หากไม่มีลมพัด พวกมันก็ได้แต่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม
คุณรู้ไหม ทุกวันที่ฉันเฝ้ามองออกไปข้างนอก ในภาพที่ดูซ้ำซากนั้น
แท้จริงแล้วไม่เคยมีวันไหนที่ฉันจะเห็นมันเหมือนกันเลย บางวันถ้าฉันสนใจต้นมะยมเป็นพิเศษ
ต้นมะยมก็พลันดูโดดเด่น สูงสง่า เหมือนกับมันมีความหมายหรือความสำคัญขึ้นมาทันที
ในขณะที่ต้นไม้อื่นๆก็จะมีค่าเป็นเพียงตัวประกอบฉากที่ช่วยเสริมความเด่นให้กับต้นมะยม
ถ้าเมื่อไรที่ฉันละสายตาจากต้นมะยมมาที่กอไผ่ ต้นมะยมที่เคยโดดเด่นก็ดูจะอ่อนด้อยน้อยค่าลงไปทันตาเห็น
ต้นไม้ทุกต้นยังคงยืนนิ่งอยู่ตามปกติ แต่การด้วยจัดองค์ประกอบทางสายตา
และกรอบของการมองในแต่ละครั้งได้เปลี่ยนค่าของพวกมันในความรู้สึกของฉันให้แตกต่างออกไป
ต้นไม้พูดไม่ได้ แสดงความรู้สึกได้หรือเปล่าไม่ทราบ เพราะฉันไม่เคยสนใจจะรับรู้การแสดงออกของพวกมัน
(บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนกัน ว่ามันพยายามแสดงออกถึงอารมณ์บางอย่างสื่อออกมาให้ฉันรับรู้
แต่ฉันไม่พยายามใส่ใจ) แต่บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกมันออกจะหยิ่งๆ
และไม่เคยยอมรับหรือใยดีอะไรกับค่าที่ฉันกำหนดให้พวกมันจากการตัดสินด้วยสายตาในแต่ละครั้งเลย
คล้ายๆกับว่ามันจะถือดีในอะไรบางอย่างของพวกมันเอง หรือว่ามันตระหนักในค่าของตัวเองดีเสียจนไม่จำเป็นต้องแยแสความคิดเห็นของฉัน?
-
ฉันเคยบ่นเปรยๆกับต้นมะม่วง หากปีนี้มันออกลูกเต็มต้น
ฉันคงจะรักและมีกำลังใจดูแลขยันใส่ปุ๋ยให้มันอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม
ฉันคิดว่าต้นมะม่วงได้ยินฉัน มันรับรู้ชัดเจนว่าฉันคาดหวังอะไรจากมัน
และรู้ว่ามันจะได้อะไรจากฉันเป็นการตอบแทน หากมันทำให้ฉันพอใจ
แต่มันก็ไม่เคยทำอะไรเพื่อให้ฉันพอใจเลยสักครั้ง
ฉันจึงไม่ได้ดูแลมัน
แต่มันก็ไม่เดือดร้อน เพราะคนสวนประจำบ้านเข้ามาทำหน้าที่ของเขาอย่างสม่ำเสมอด้วยความซื่อสัตย์
ฉันรู้สึกว่าเขาใส่ใจดูแลต้นไม้ทุกต้นในสนามหญ้าดีเท่าเทียมกันหมด
ลุงคนสวนเป็นคนรักต้นไม้ เวลาทำงานอยู่ในสวนแกร้องเพลงเจื้อยแจ้วเหมือนกำลังมีความสุข
ไม่รู้ว่าแกร้องเพลงให้ต้นไม้ฟัง หรือร้องให้ตัวเองฟัง หรือว่าร้องแหกปากไล่ความทุกข์ที่ดันเกิดมาเป็นคน...ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงปากท้อง
แทนที่จะเกิดมาเป็นต้นไม้ ได้ยินสง่ารับแดดรับลมรับฝนไปวันๆไม่ต้องดิ้นรนสู้ชีวิต
เท่าที่ฉันสังเกต ต้นไม้พวกนั้นก็ไม่ได้รักใคร่ตาลุงคนสวนนั่นดีไปกว่าฉัน
แม้ว่าแกจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับความเจริญงอกงามของพวกมันเป็นอย่างดี
หรือว่าพวกมันจะรู้ว่าถือแต้มเหนือกว่าลุงคนสวน ถ้าไม่มีพวกมัน ตาลุงคนสวนก็หมดอาชีพ
มันไม่ได้พึ่งความช่วยเหลือจากลุงฝ่ายเดียว แต่ลุงต่างหากที่ต้องพึ่งพวกมันเพื่อหาเงินประทังชีวิต
ไม่ใช่แค่ตัวลุงเท่านั้น มันยังเลี้ยงลูกกับเมียของลุงด้วย ถ้าต้นไม้พวกนี้มันเดินได้
ลุงคนสวนแกคงเชิญพวกมันไปร่วมถ่ายรูปงานรับปริญญาลูกชายคนเล็กของแก
และขึ้นไปกล่าวอวยพรบนเวทีงานแต่งงานลูกสาวแกในฐานะผู้มีอุปการะคุณคนสำคัญด้วยแน่ๆ
เพราะลุงคนสวนแกเป็นคนรู้จักบุญคุณคน
ต้นไม้พวกนั้นเสียอีกที่ไม่รู้จักบุญคุณ ที่ดินย่านใจกลางเมืองหลวงที่มันยืนต้นอยู่ทุกวันนี้ราคาแพงจนแทบจะซื้อขายกันเป็นตารางนิ้ว
แต่จนแล้วจนรอด ทั้งมะม่วงและมะยมก็ไม่เคยออกลูก หันไปมองพวกมันกี่ครั้งก็เห็นแต่ใบดกเขียวครึ้ม
ที่มีแต่จะดกยิ่งขึ้นทุกวัน ทุกวัน ต้นไม้ประดับอื่นๆก็ได้แต่ยืนเฉยๆ
ไม่เคยแสดงอาการใส่ใจกับอะไรเป็นพิเศษ
สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกมันหวั่นไหวได้บ้างก็คือสายลม พายุฝน ช่วงเดือนกรกฎาคม
สิงหาคมเกือบทุกปี ลุงคนสวนต้องเก็บกิ่งไม้ใหญ่ๆที่โดนลมพายุพัดหักเอาไปทิ้ง
พวกมันรู้อยู่แล้วว่าทุกปีจะต้องโดนอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่หวาดเกรงอะไรกับชะตากรรม
หรือมันจะรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไม่ได้ จึงได้แต่ยืนตั้งรับอย่างนิ่งเฉย
ฉันเรียนมาจากโรงเรียนตั้งแต่เด็กว่าต้นไม้มีคุณอนันต์ต่อโลกใบนี้
คุณประโยชน์ของต้นไม้บรรยายสามชาติก็คงไม่หมด แต่ฉันก็ยังสงสัยมาตลอดว่าต้นไม้มีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งใดสำหรับตัวมันเองบ้าง
หรือว่าเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นมาในโลกเพื่อทำให้องค์ประกอบของโลกใบนี้ครบถ้วนสมบูรณ์
หรือว่าเหตุผลต่อตัวเอง ที่พวกมันมีชีวิตอยู่ในวันนี้ คือเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ต้นไม้แต่ละต้นกับสายตาที่มองพวกมันในแต่ละวันของฉันทำให้ความรู้สึกนึกคิดของฉันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
และเมื่อลมไม่พัดกิ่งใบให้ขยับไหว พวกมันก็ดูเหมือนสิ่งของที่ไม่มีชีวิต
... ... ... ...
ฉันนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานนั้น และรู้สึกว่ากำลังถูกจับจ้องเข้ามาจากภายนอก
จากดวงตาที่มองไม่เห็นหลายคู่...
เสียงใบไม้กระทบกันโดยไม่มีลมพัด พวกมันซุบซิบกันถึงเรื่องของฉัน
ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรอยู่ ?
ชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร
มีชีวิตอยู่ในวันนี้ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจนถึงวันตายโดยไม่ได้ออกดอกออกผลมาเลี้ยงใคร
ไม่มีกิ่งใบเป็นร่มเงาให้ใคร
และเมื่อผู้หญิงคนนั้นตาย ร่างของเธอก็จะถูกเผา ไม่มีประโยชน์แม้แต่จะเป็นฟืน
หรือถ่านหุงข้าว!
-
|