Home
About
News
Club
Job
Webboard
Contact
Survival
อ่านบทความอื่นๆ ในคอลัมน์นี้
     
The Art of Survival

"มอง"
 
 
ฉันชอบนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณมักสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่รู้สึกเบื่อทิวทัศน์จากหน้าต่างกระจกที่ไม่เคยถูกเปิดบานนั้น มันดูเหมือนไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งที่สอดสายตาผ่านม่านมุ้งลวด ลอดช่องเหล็กดัด ทะลุกระจกใสในบานกรอบไม้เนื้อแข็ง ออกไปสู่ภาพสนามหญ้าสีเขียว พุ่มอากาเว่ กอหมากเขียว ต้นมะม่วง มะยม และกอไผ่ ความเปลี่ยนแปลงช้าๆของต้นไม้ช่างอืดอาดยืดยาดน่าเบื่อหน่าย หากไม่มีลมพัด พวกมันก็ได้แต่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม

คุณรู้ไหม ทุกวันที่ฉันเฝ้ามองออกไปข้างนอก ในภาพที่ดูซ้ำซากนั้น แท้จริงแล้วไม่เคยมีวันไหนที่ฉันจะเห็นมันเหมือนกันเลย บางวันถ้าฉันสนใจต้นมะยมเป็นพิเศษ ต้นมะยมก็พลันดูโดดเด่น สูงสง่า เหมือนกับมันมีความหมายหรือความสำคัญขึ้นมาทันที ในขณะที่ต้นไม้อื่นๆก็จะมีค่าเป็นเพียงตัวประกอบฉากที่ช่วยเสริมความเด่นให้กับต้นมะยม

ถ้าเมื่อไรที่ฉันละสายตาจากต้นมะยมมาที่กอไผ่ ต้นมะยมที่เคยโดดเด่นก็ดูจะอ่อนด้อยน้อยค่าลงไปทันตาเห็น ต้นไม้ทุกต้นยังคงยืนนิ่งอยู่ตามปกติ แต่การด้วยจัดองค์ประกอบทางสายตา และกรอบของการมองในแต่ละครั้งได้เปลี่ยนค่าของพวกมันในความรู้สึกของฉันให้แตกต่างออกไป

ต้นไม้พูดไม่ได้ แสดงความรู้สึกได้หรือเปล่าไม่ทราบ เพราะฉันไม่เคยสนใจจะรับรู้การแสดงออกของพวกมัน (บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนกัน ว่ามันพยายามแสดงออกถึงอารมณ์บางอย่างสื่อออกมาให้ฉันรับรู้ แต่ฉันไม่พยายามใส่ใจ) แต่บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกมันออกจะหยิ่งๆ และไม่เคยยอมรับหรือใยดีอะไรกับค่าที่ฉันกำหนดให้พวกมันจากการตัดสินด้วยสายตาในแต่ละครั้งเลย คล้ายๆกับว่ามันจะถือดีในอะไรบางอย่างของพวกมันเอง หรือว่ามันตระหนักในค่าของตัวเองดีเสียจนไม่จำเป็นต้องแยแสความคิดเห็นของฉัน?
 

ฉันเคยบ่นเปรยๆกับต้นมะม่วง หากปีนี้มันออกลูกเต็มต้น ฉันคงจะรักและมีกำลังใจดูแลขยันใส่ปุ๋ยให้มันอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม ฉันคิดว่าต้นมะม่วงได้ยินฉัน มันรับรู้ชัดเจนว่าฉันคาดหวังอะไรจากมัน และรู้ว่ามันจะได้อะไรจากฉันเป็นการตอบแทน หากมันทำให้ฉันพอใจ

แต่มันก็ไม่เคยทำอะไรเพื่อให้ฉันพอใจเลยสักครั้ง

ฉันจึงไม่ได้ดูแลมัน


แต่มันก็ไม่เดือดร้อน เพราะคนสวนประจำบ้านเข้ามาทำหน้าที่ของเขาอย่างสม่ำเสมอด้วยความซื่อสัตย์ ฉันรู้สึกว่าเขาใส่ใจดูแลต้นไม้ทุกต้นในสนามหญ้าดีเท่าเทียมกันหมด ลุงคนสวนเป็นคนรักต้นไม้ เวลาทำงานอยู่ในสวนแกร้องเพลงเจื้อยแจ้วเหมือนกำลังมีความสุข ไม่รู้ว่าแกร้องเพลงให้ต้นไม้ฟัง หรือร้องให้ตัวเองฟัง หรือว่าร้องแหกปากไล่ความทุกข์ที่ดันเกิดมาเป็นคน...ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงปากท้อง แทนที่จะเกิดมาเป็นต้นไม้ ได้ยินสง่ารับแดดรับลมรับฝนไปวันๆไม่ต้องดิ้นรนสู้ชีวิต

เท่าที่ฉันสังเกต ต้นไม้พวกนั้นก็ไม่ได้รักใคร่ตาลุงคนสวนนั่นดีไปกว่าฉัน แม้ว่าแกจะทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับความเจริญงอกงามของพวกมันเป็นอย่างดี หรือว่าพวกมันจะรู้ว่าถือแต้มเหนือกว่าลุงคนสวน ถ้าไม่มีพวกมัน ตาลุงคนสวนก็หมดอาชีพ มันไม่ได้พึ่งความช่วยเหลือจากลุงฝ่ายเดียว แต่ลุงต่างหากที่ต้องพึ่งพวกมันเพื่อหาเงินประทังชีวิต ไม่ใช่แค่ตัวลุงเท่านั้น มันยังเลี้ยงลูกกับเมียของลุงด้วย ถ้าต้นไม้พวกนี้มันเดินได้ ลุงคนสวนแกคงเชิญพวกมันไปร่วมถ่ายรูปงานรับปริญญาลูกชายคนเล็กของแก และขึ้นไปกล่าวอวยพรบนเวทีงานแต่งงานลูกสาวแกในฐานะผู้มีอุปการะคุณคนสำคัญด้วยแน่ๆ เพราะลุงคนสวนแกเป็นคนรู้จักบุญคุณคน

ต้นไม้พวกนั้นเสียอีกที่ไม่รู้จักบุญคุณ ที่ดินย่านใจกลางเมืองหลวงที่มันยืนต้นอยู่ทุกวันนี้ราคาแพงจนแทบจะซื้อขายกันเป็นตารางนิ้ว แต่จนแล้วจนรอด ทั้งมะม่วงและมะยมก็ไม่เคยออกลูก หันไปมองพวกมันกี่ครั้งก็เห็นแต่ใบดกเขียวครึ้ม ที่มีแต่จะดกยิ่งขึ้นทุกวัน ทุกวัน ต้นไม้ประดับอื่นๆก็ได้แต่ยืนเฉยๆ ไม่เคยแสดงอาการใส่ใจกับอะไรเป็นพิเศษ

สิ่งเดียวที่จะทำให้พวกมันหวั่นไหวได้บ้างก็คือสายลม พายุฝน ช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคมเกือบทุกปี ลุงคนสวนต้องเก็บกิ่งไม้ใหญ่ๆที่โดนลมพายุพัดหักเอาไปทิ้ง พวกมันรู้อยู่แล้วว่าทุกปีจะต้องโดนอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่หวาดเกรงอะไรกับชะตากรรม หรือมันจะรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไม่ได้ จึงได้แต่ยืนตั้งรับอย่างนิ่งเฉย

ฉันเรียนมาจากโรงเรียนตั้งแต่เด็กว่าต้นไม้มีคุณอนันต์ต่อโลกใบนี้ คุณประโยชน์ของต้นไม้บรรยายสามชาติก็คงไม่หมด แต่ฉันก็ยังสงสัยมาตลอดว่าต้นไม้มีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งใดสำหรับตัวมันเองบ้าง หรือว่าเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นมาในโลกเพื่อทำให้องค์ประกอบของโลกใบนี้ครบถ้วนสมบูรณ์


หรือว่าเหตุผลต่อตัวเอง ที่พวกมันมีชีวิตอยู่ในวันนี้ คือเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ต้นไม้แต่ละต้นกับสายตาที่มองพวกมันในแต่ละวันของฉันทำให้ความรู้สึกนึกคิดของฉันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และเมื่อลมไม่พัดกิ่งใบให้ขยับไหว พวกมันก็ดูเหมือนสิ่งของที่ไม่มีชีวิต


… ... ... ... ...
ฉันนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานนั้น และรู้สึกว่ากำลังถูกจับจ้องเข้ามาจากภายนอก จากดวงตาที่มองไม่เห็นหลายคู่...

เสียงใบไม้กระทบกันโดยไม่มีลมพัด พวกมันซุบซิบกันถึงเรื่องของฉัน

ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรอยู่ ?

ชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

มีชีวิตอยู่ในวันนี้ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปจนถึงวันตายโดยไม่ได้ออกดอกออกผลมาเลี้ยงใคร

ไม่มีกิ่งใบเป็นร่มเงาให้ใคร


และเมื่อผู้หญิงคนนั้นตาย ร่างของเธอก็จะถูกเผา ไม่มีประโยชน์แม้แต่จะเป็นฟืน หรือถ่านหุงข้าว!

 
 
   
Copyright 2003 YES! Magazine All rights reserved
contact : editor@yes-wedo.com Tel. 0-2331-1610 Fax. 0-2331-1618