Movie

ออสการ์/สไตล์/ตัวตน

Mon, 09 Aug 2010 14:40:32 +0700

ออสการ์/สไตล์/ตัวตน

ลองสมมติเล่นๆ นะครับ สมมติว่าคุณเป็นนักมวยอาชีพ เก๋าประสบการณ์ หมัดหนัก สไตล์การชกแบบดุดัน เดินหน้าลุยแบบไม่กลัวใคร ชื่อเสียงโด่งดัง มีแฟนมวยติดตามทั่วโลก เคยได้ชิงแชมป์โลกถึง 5 ครั้ง แต่ทุกครั้งก็โดนคู่ต่อสู้น็อกคาเวทีตลอด จนวันนี้ ความพยายามของคุณก็เป็นผลสำเร็จ คุณได้เข็มขัดแชมป์โลกมาไว้ในมือ แต่ทว่า...หมัดเด็ดท่าไม้ตายที่คุณใช้น็อกคู่ต่อสู้นั้น กลับเป็นหมัดที่คุณดัดแปลงมาจากนักชกคนอื่นซะอย่างนั้น... คุณคิดว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร มาร์ติน สกอซเซซี ก็คงรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน ในช่วงนาทีที่เค้าคว้ารางวัลออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จหลังจากเข้าชิงถึง 5 ครั้ง ผิดหวังมาทุกครั้ง และทำสำเร็จในครั้งที่ 6 กับผลงานที่เขารีเมกจากภาพยนตร์ฮ่องกงชื่อดัง จาก INFERNAL AFFAIRS สู่ THE DEPARTED

มาร์ติน สกอร์เซซี เป็นผู้กำกับที่มีฝีมือและชื่อเสียงในระดับที่ใกล้เคียงกับคำว่าตำนานคนหนึ่ง ชื่อชั้นของเขา อยู่ในรุ่นเดียวกับ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา หรือ จอร์จ ลูคัส ผลงานกำกับของเขาหลายเรื่องถูกนักดูหนังยกย่องว่า เป็นมาสเตอร์พีซ แต่เหลือเชื่อ ที่เขาไม่เคยได้รับออสการ์สาขาผู้กำกับเลยสักตัว

ผลงานภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของเขา เกี่ยวข้องกับ มาเฟีย อาชญากรรม ความรุนแรง ตัวละครแบบลูกผู้ชายแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็น GOODFELLAS CASINO, RANGIG BULL, GANG OF NEW YORK ไม่เว้นกระทั่งหนังเรื่องล่าสุดของเขา อันมีต้นฉบับข้ามฟากมาไกลจากฮ่องกงซึ่งมีพล็อตเรื่องสุดเฉียบว่าด้วย การเฉือนคมกันระหว่างหนึ่งเจ้าพ่อที่ส่งนักเลงหนุ่มไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในกลุ่มตำรวจ กับอีกหนึ่งตำรวจที่ส่งอดีตตำรวจหนุ่มไปเป็นสายในแก๊งค์เจ้าพ่อ

จากหนังต้นฉบับที่เต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคมจนคนดูแทบหายใจไม่ทัน รวมไปถึงแก่นลึกๆ ของเรื่องที่ว่าด้วย บาป บุญ คุณ โทษ แบบตะวันออก สกอร์เซซีนำมันมาถ่ายทอดโดยคงเนื้อเรื่องหลักๆ ไว้ แต่ที่เข้ามาแทนที่การสู้กันด้วยไหวพริบและบทสุดฉลาด ก็คือ ความรุนแรงแบบถึงเลือดถึงเนื้อ การฟาดฟันกันด้วยกำปั้น ดุดันและสมจริง ความมุ่งมั่น กร้าวแกร่งในแบบผู้ชายแท้ๆ ซึ่งเป็นไปในสไตล์ของสกอร์เซซี และนั่นก็คือสิ่งที่ผมจะพูดถึง

สกอร์เซซี สามารถนำหนังของคนอื่นมาปรุงแต่งในสไตล์ของตนเองได้จนแทบจะกลายเป็นหนังอีกเรื่องไปเลย พูดง่ายๆ ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่เคยรู้จัก INFERNAL AFFAIRS มาก่อน คุณก็คงอุทานหลังดู THE DEPARTED จบแน่ๆ ว่า นี่มันหนังสกอร์เซซีชัดๆ เขานำสไตล์ของตัวเองมารับใช้หนังได้อย่างสวยงาม โดยยังคงความเป็นตัวตนของเขาไว้ นั่นคือ ตัวตนของคนที่ชื่นชอบจะถ่ายทอดโลกของลูกผู้ชาย โลกของอาชญากรรม แบบดิบๆ และดุดัน ไม่ใช่สกอร์เซซีเพียงคนเดียวที่มีสไตล์ของตัวเอง ยังมีผู้กำกับยอดฝีมืออีกหลายคนที่ค้นพบสไตล์ของตัวเองและนำมันมารับใช้หนังได้อย่างลงตัว

เควนติน ทาเรนติโน จากพนักงานร้านเช่าวิดิโอ ที่คลั่งหนังแบบสุดๆ เริ่มต้นจากหนังอินดี้แจ้งเกิด RESERVOIR DOG ด้วยการตัดต่อที่แปลกใหม่ ไม่เรียบเรียงเนื้อเรื่อง เวลา ตัวละครไม่มีที่มาที่ไป ความรุนแรงที่พลุ่งพล่านไปทั้งเรื่องควบคู่ไปกับอารมณ์ขันแบบร้าย ๆ กวนๆ ส่งให้เขากลายเป็นผู้กำกับมาแรงในวงการอินดีทันที ตอกย้ำด้วยหนังเรื่องต่อมา PULP FICTION สำหรับผมแล้วหนังลำดับที่สองของเขานี้ลงตัวที่สุดและท็อปฟอร์มที่สุดแล้วสำหรับเขา ซึ่งก็ยังคงสไตล์การเล่าเรื่อง ไม่ลำดับเรื่อง ไม่ลำดับเวลา บทพูดคมๆ กวน ๆ ความรุนแรงที่ยังคงอยู่เช่นเคย จากนั้นมาก็มีทั้งหนังแป้กบ้าง พอได้บ้าง จนมาถึง KILL BILL 1-2 ที่ทำเงินและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากที่สุดของเขา แม้หนังจะดูง่ายขึ้น สนุกขึ้น แต่เควนติน ก็ไม่ได้ทิ้งสไตล์ของเขาเลย นั่นคือ อารมณ์ขันร้าย ๆ ความรุนแรงแบบเกินจริง การเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา มาถ่ายทอดความเป็นตัวตนของเขา คือความชอบในหนังเกรดบี หนังกังฟู และเขาก็ทำมันได้อย่างกลมกล่อมเช่นกัน

มาที่ฝั่งเอเชียเราบ้าง ยังคงเป็นผู้กำกับที่ชื่นชอบในการทำหนังเกี่ยวกับแกงค์สเตอร์และโลกอาชญากรรม เช่นกัน ทาเคชิ คิตาโน่ คืออดีตดาราตลกชาวญี่ปุ่น ที่ผันตัวมากำกับหนังแล้วกวาดรางวัลจนนับไม่ถ้วน เริ่มจาก VIOLENT COP, SONATINE, HANABI และอีกมากมาย หนังแก๊งค์สเตอร์ของคิตาโน่ ไม่ได้ถูกถ่ายทอดในรูปแบบตลก เฮฮาอย่างที่หลาย ๆคนเคยคาดไว้ แต่กลับถ่ายทอดออกมาอย่างจริงจังและให้การคารวะ แกงค์ยากูซ่าในหนังของคิตาโน่ มีระเบียบ ประเพณี ความเคารพแบบยอมตายแทนหัวหน้าได้ ความสัมพันธ์แบบลูกพี่-ลูกน้อง มุมกล้องและการตัดต่อของหนัง เป็นไปอย่างเรียบง่าย ทำให้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหนังดูสมจริงและชวนตะลึงทุกครั้งที่เกิดขึ้น ระหว่างบทสนทนาเอื่อย ๆ อาจจะมีใครสักคนระเบิดกระสุนเข้าแสกหน้า เลือดสาดกระจายอย่างไม่คาดคิดก็ได้ นี่คือสไตล์ของคิตาโน่ ที่นำมารับใช้ตัวตนของเขา คือการคาราวะ นับถือโลกของยากูซ่า การยกย่องผู้ชายที่เป็นลูกผู้ชายแบบพูดน้อยต่อยหนัก

จากผู้กำกับทั้งสามคนที่ผมกล่าวถึง ต่างก็มีตัวตนที่คล้ายๆ กัน แต่มีสไตล์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาเล่าเรื่องที่ตนเองต้องการออกมาในรูปแบบของพวกเขาเอง ยืนหยัด มั่นคงและมั่นใจในแนวทางของตัวเอง ผู้กำกับหลายคนที่หลงไปกับคำว่า “สไตล์” จนลืมตัวตนของตัวเอง มุ่งแต่จะถ่ายทอดความเป็นจุดขาย จุดเด่นของตัวเองจนสไตล์กลับเด่นเกินภาพยนตร์

ตัวอย่างมีมากมาย ที่เด่นชัดและง่ายที่จะลองหามาดูก็คงจะเป็นหนังของกาย ริทชี่ จากหนังเรื่องแรก Lock, Stock and Two Smoking Barrels หนังแกงค์เสตอร์อังกฤษสุดเปรี้ยว เต็มไปด้วยตัวละครมากมาย สถานการณ์ยุ่งเหยิงที่เกี่ยวพัน โยงใยไปมา แทรกด้วยอารมณ์ขันแบบกวนๆ สไตล์อังกฤษ การตัดต่อแบบฉวัดเฉวียน มุมกล้องแปลกๆ ส่งให้เขาข้ามมากำกับเรื่องที่สองที่อเมริกาด้วยทุนที่เพิ่มขึ้น ดาราที่ดังขึ้นกับ SNATCH ที่ยังคงสไตล์ของเขาไว้อย่างครบถ้วน แต่หนังสนุกขึ้น ฉลาดขึ้น ลงตัวมากขึ้น แต่ทว่ากับหนังเรื่องล่าสุด REVOLVER ริทชี่คว่ำไม่เป็นท่ากับการพยายามยัดเยียดสไตล์ของตัวเอง ทำให้หนังซับซ้อนจนเวียนหัว ตัดต่อจนคนดูมึนงง บทที่พยายามทำให้ฉลาดจนเกินไป ทำให้หนังเรื่องนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

ไม่ใช่เพียงแค่การทำหนังเท่านั้น ที่เราควรจะตระหนักถึงคำว่า สไตล์และตัวตน มันสามารถใช้ได้กับศิลปะทุกแขนง ความหลงไปกับเสียงชื่นชมคืออันตรายที่สุดที่จะทำให้เราลืมความเป็นตัวของตัวเอง จนมุ่งแต่จะนำเสนอจุดเด่นหรือสิ่งที่ทำให้คนรู้จักเรา และเพราะตลอดชีวิตการทำงานของสกอร์เซซี เขาไม่เคยลืมความเป็นตัวตนของเขาเลย แม้ครั้งนี้จะมีหลายเสียงค่อนขอดถึงความสำเร็จของเขา แม้นี่จะไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดในชีวิตที่เขาเคยกำกับ แต่ออสการ์ตัวนี้ หนังเรื่องนี้ เป็นคำยืนยันจากสกอร์เซซีว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ไม่ว่าหนังที่เขาทำจะมาจากมันสมองของเขาเองหรือไม่ สไตล์และตัวตนของเขาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมตลอดไป..


Share
Content