Travel
#19 เที่ยวน้ำตกไทรโยคน้อย สัมผัสร่องรอยโศกนาฏกรรมรถไฟสายมรณะ ที่กาญจนบุรี
Mon, 09 Aug 2010 16:35:09 +0700
จำได้ว่าผมได้นำเรื่องท่องเที่ยว จ.กาญจนบุรี ด้วยรถไฟสายท่องเที่ยวของ รฟท. มาแล้ว แต่ครั้งนั้นเป็นการบรรยายบรรยากาศรายทางที่ทางรถไฟจัดให้ มาหนนี้ผมใคร่จะมาเพื่อนๆ ย้อนอดีตไปสัมผัสถึงความโหดร้ายของสงครามที่หลงเหลือเพียงซากแห่งอดีต และความงามที่น่าจดจำ นั่นคือทางรถไฟสายมรณะ
ก่อนที่รถไฟจะนำเราไปเที่ยวพักผ่อนบริเวณน้ำตกไทรโยกน้อยหรือน้ำตกเขาพัง ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ 46 น้ำตกแห่งนี้นับได้ว่าสวยงามพอสมควร แม้จะเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ ก็ตาม ส่วนต้นกำเนิดของมันเราก็สามารถเดินขึ้นไปดูได้โดยไม่ต้องเสียแรงมากแต่อย่างใด ลักษณะของน้ำตกเป็นผาหินปูนลาดลงมาสู่แอ่งน้ำเล็กๆ ด้านล่าง ลักษณะของหินปูนคล้ายๆ กับน้ำตกทีลอซู คือไม่ลื่นง่ายๆ ผมแนะนำว่าเอาไว้นั่งรับความสดชื่นดีกว่าที่จะลงไปเล่น ปล่อยให้เด็กๆ เขาสนุกตามประสาเถอะครับ ก็มันน้อยจริงๆ น้ำจะเยอะดูสวยงามระหว่างเดือนกรกฏาคม – ตุลาคม นอกจากนั้นไม่ขอการันตี ในอดีตเมื่อ พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยนี้ด้วย คาดว่าสมัยนั้นน้ำคงล้นแอ่งโดยไม่สนใจฤดูกาล ป่าเขาคงรกทึบยิ่งกว่านี้มาก ที่สำคัญเพื่อนซี้ใกล้บ้าน 24 ชั่วโมง เจ็ด สิบเอ็ด ก็ไม่มีให้รำคาญลูกตาด้วย
ก่อนเข้าไปในพื้นที่ของน้ำตกเราจะพบร้านขายของชำบริเวณริมรางรถไฟที่ญี่ปุ่นบังคับเชลยศึกให้สร้างจากหนองปลาดุก จ.ราชบุรี ผ่านสถานีบ้านน้ำตกแถวๆ ไทรโยกน้อย ผ่านไปถึงพม่า เมื่อพ.ศ. 2584 สมัยที่สงครามแปซิฟิคเริ่มก่อขึ้นโดยญี่ปุ่น บุกโจมตีเพิร์ล ฮาเบอร์ เกาะฮาวาย และบุกเข้ามาเลเซีย ต่อด้วยการบุกเข้าพม่า ต่อสู้กับทหารอังกฤษในพม่า เพื่อจะโจมตีอินเดียต่อไป ทีนี้การการส่งกำลังบำรุง หากต้องใช้ทางเรือ มันเสี่ยงกันการโจมตีทางทะเล ระหว่างสิงคโปร์และร่างกุ้ง ญี่ปุ่นจึงตัดสินใจสร้างทางรถไฟความยาว 415 กิโลเมตร โดยผ่านป่าภูเขาจากบ้านโป่งในประเทศไทย ไปยังเมืองบูซายัตในประเทศพม่า
หากหันหน้าเข้าร้านขายของ ลองซ้ายหันก็จะพบหัวรถจักรสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จอดเงียบสงบ เมื่อเดินตรงไปประมาณ 50 เมตร ก็จะพบพื้นที่น้ำตกอันน้อยนิดสมชื่อทันที ส่วนใครที่ต้องการไปชมจุดกำเนิดและหาที่ค้างคืนกับสถานอนุรักษ์ให้เลี้ยวขวาขึ้นเขาเล็กๆ ไปครับ แล้วท่านจะเจอเอง บนนั้นจะเป็นเขาโล่งๆ แบบฉบับเมืองกาญจน์ บริเวณที่พักแรมเป็นพื้นที่ราบโล่ง แม้แดดจะร้อนเพียงใดบริเวณแห่งนี้ก็เย็นสบาย เหมาะแก่การตั้งเต้นท์เป็นที่สุด (คนน้อยด้วย) อ้อ! บนนั้นมีลำธารเล็กๆ และร่มไม้ใหญ่ด้วย แคร่ที่วางเคียงนั้นเหมาะแก่การเอนกายหลับอย่างยิ่งๆ ที่อย่าเผลอเอาเท้าไปแกว่งน้ำล่ะ เพราะมีบ้านเอาไว้ว่าห้ามเล่นน้ำ คนไทยทั้งนั้นน่าจะอ่านหนังสือออก ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่มาเตือน
ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศของน้ำตกไทรโยกน้อย ที่เหลือเพื่อนๆ ผู้อ่านก็เข้าไปนั่งรับความสงบร่มรื่นได้ตามใจชอบ เลือกมุมเอาได้ตามสบายแต่ต้องเร็วหน่อยนะ (พื้นที่มีจำกัด) ส่วนความสนุกไม่ขอพูดถึง เนื่องจากสำหรับผม ผมว่ามีแค่ความร่มรื่นให้เลือกเท่านั้น
ตามที่บอกไว้ข้างต้นว่าก่อนจะถึงน้ำตก (ซึ่งผมสาธยายมาเสียยาว) เราจะได้สัมผัสความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ ร่องรอยของสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคงอยู่ในรูปแบบการท่องเที่ยว นั่นคือทางรถไฟสายมรณะ มรณะในที่นี้ไม่ใช่ว่าเกิดอุบัติเหตุกับรถไฟบ่อยหรอกนะ แต่ทว่ามันเป็นจุดจบของเฉลยศึกและกรรมกรกว่า 12,599 ชีวิต หรือประมาณ 20% ของเฉลยศึกทั้งหมด 70,000 – 90,000 คนโดยมีกรรมกรจากทวีปเอเชียประมาณ 250,000 คน และเชลยศึก อังกฤษ ดัชท์ และอเมริกันกว่า 60,000 คน ในการสร้างทางครั้งนั้นไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ เลย ใช้จอบเสียม ใช้แรงคน ทำ ใช้ไม้ซุงจากป่ามาทำเป็นสะพานข้ามเหวทั้งนั้น หากตอนไปเที่ยวสังเกตจะเห็น ท่อนซุงปักเป็นเสา มีตัวเลขตั้งที่ 1 2 3 ชัดเจน นับว่าเป็นการสร้างที่ยากมากๆ แต่นั่นก็ผ่านมาแล้วถึง 60 ปี หลังที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามเส้นทางส่วนหนึ่งที่สร้างคือตั้งแต่หนองปลาดุก ถึงสถานีน้ำตก ระยะทาง 130.3 กิโลเมตร รัฐบาลไทยได้ขอใช้ต่อ ส่วนที่เหลือได้ถูถอดรางรื้อถอนทั้งหมด จนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในที่สุด
ประมาณสิบปีที่ผ่านมานี้เอง ที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถเที่ยวพิเศษขึ้น เป็นเส้นทางรถไฟสายมรณะ โดยเริ่มต้นจากสถานีกาญจนบุรี ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว ผ่านป่าเขา เลาะริมแม่น้ำแควน้อยไปเรื่อยๆ จนถึงสถานีบ้านน้ำตก ซึ่งห่างจากน้ำตกไทรโยกน้อยหรือนำตกเขาพังเพียง 3 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางมรณะนี้จะผ่านเหว ผ่านช่องภูเขาที่เชลยศึกทำเป็นช่องให้รถไฟผ่าน และวิวทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำแควน้อย ตลอดเส้นทางมีไร่สวนของชาวบ้าน ทั้งสวนมันสำปะหลัง สวนกล้วย สวนมะม่วง บางช่วงที่ต้องผ่านแม่น้ำแควน้อยจะเห็นนักท่องเที่ยวบนแพโบกมือทักทาย ด้วยใบหน้าอิ่มสุข ในทางกลับกันเมื่ออดีตเฉลยศึกหลายหมื่นคนอาจจะโบกมือขอความสงสารจากทหารญี่ปุ่นให้ปล่อยตัวพวกเขา การขอพัก ขอข้าวขอน้ำ หรือแม้แต่ยารักษาโรคที่แทบจะไม่มีเลย คิดได้อย่างนั้นความร่าเริงของผมก็หายไปทันที
**************************

