Reality support for professional Dreamers

ครูจิ๋ม ละมัย โชคสิริ

Wed, 25 May 2011 14:54:40 +0700

ครูจิ๋ม ละมัย โชคสิริ

ครูจิ๋ม ละมัย โชคสิริ
คุณครูโรงเรียนอนุบาลหนูน้อย

ก้าวแรกของการเข้ามาเรียนที่โรงเรียนอนุบาล มีใครจำได้หรือไม่ ว่าใครคือคนที่เข้ามาคุยกับคุณเป็นครั้งแรก หากเราลองนึกภาพของโรงเรียนอนุบาลตอนเช้า โดยเฉพาะวันแรกของการเรียน เราจะได้เห็นความวุ่นวายและได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็ก ๆ ซึ่งคนที่ดูจะวุ่นวายและเหนื่อยที่สุดคงจะเป็นคุณครูนั่นเอง แต่คงมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เห็น และตัดสินใจเลือกทางเดินเส้นนี้มานานถึง 15 ปี

ครูจิ๋มจบอะไรมาคะ แล้วมาเป็นครูโรงเรียนอนุบาลได้อย่างไร
จริง ๆ แล้วคุณครูจิ๋มจบมาจาก คหกรรม ทางด้านครูอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เรียนสายอนุบาลโดยตรง แล้วอาที่ทำงานอยู่ที่จุฬาฯ ก็เลยชักชวนว่าให้มาสอนเด็กอนุบาลมั้ย จากที่เราเคยไปสอนหนังสือผู้สูงอายุที่ไม่รู้หนังสือมาก่อนเป็นครูอนุบาล เราเลยได้รู้ว่าเด็กอนุบาล กับคนที่อยู่เริ่มต้นกับจุดปลายมันเป็นอะไรที่แบบว่าเราเห็นความต้องการคล้าย ๆ กัน คือต้องการความรัก ความอบอุ่นเหมือนกัน แล้วเรียนรู้ก็เริ่มต้นด้วย ก. เหมือนกัน ใช้ภาษาเหมือนกับเด็ก เค้าจะเถียงเลข 6 กับเลข 9 เหมือนกันนะอะไรอย่างเนี้ย เหมือนกับเด็กเลย พอเรามาสัมผัสเรารู้สึกว่าชีวิตนี่น่าให้อะไรกับจุดเริ่มต้นกับจุดปลายต้องดูแล แต่คุณจะจบอะไรมามันไม่สำคัญ เวลาอยู่กับเด็กเราเข้าใจเ และสามารถเรียนรู้กับเด็กได้ตลอดเวลา เด็กคือครูของเรา เราจะเรียนรู้กับเด็กอยู่ตลอดเวลา เราจะพัฒนาฝึกฝนไปตามศักยภาพ เราจะเห็นเด็กเล่นเนี่ย...เราก็จะวิเคราะห์ เด็กก็มีวิธีเล่นเราจะเอาวิธีการเล่นของเค้า มาเป็นกระบวนการการเรียนรู้ให้มากขึ้นแล้วก็ซับซ้อนขึ้น โดยครูจะเป็นผู้สังเกต เข้าใจเค้า พอคุณรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของเค้า ก็จะเล่นกับเค้าแบบที่เค้าเข้าใจ

คนที่จะต้องการที่จะมาเป็นครูอนุบาลนั้นจำเป็นหรือเปล่าที่จะต้องมีความรู้สูง ๆ หรือต้องจบปริญญาตรี
ไม่จำเป็นค่ะ อยู่ที่ตัวเค้าเอง เมื่อเข้ามาคุณจะต้องเป็นคนที่เรียนรู้ พัฒนา แล้วก็สร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลานะคะ เพราะความรู้ที่เรียนมา บางทีก็ไม่ได้ใช้ การที่เข้ามามันคืออีกภาพหนึ่ง เราต้องศึกษาว่าอาชีพครูต้องใช้อะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นครูในระดับอุดมศึกษาก็จะต้องใช้ทฤษฎี เรียนวิชา จริง ๆ เราถามว่าใครสำคัญที่สุดเนี่ย มันสำคัญทุก ๆ ส่วน ต้องสำคัญกว่าลูก ถ้าให้ลูกมาสำคัญกว่า มันอาจจะพังได้ค่ะ เช่นถ้าเด็กเรียกร้องอะไรก็จะตามใจเด็ก นั่นมันไม่ใช่คุณต้องให้ความรู้กับเด็ก เราต้องดูว่าเค้าควรจะศึกษาอะไร เรียนรู้อะไร

แล้วเป็นอย่างไรบ้างกับการเป็นครูอนุบาล
ก็ต้องลองพูดภาษาเด็ก ก็เหมือนเราพูดภาษาผู้ใหญ่ ตอนแรกก็ลองเล่นกับเด็ก ทำเสียงหลาย ๆ โทนแบบเด็ก ๆ ไม่เป็นมันก็รู้สึกประหม่า การปรับตัวครั้งแรกเนี่ยสำคัญ ในการที่บอกว่าเราจะรักในอาชีพนี้หรือเปล่า เราค้นพบตัวเองหรือเปล่า ชอบมั้ย ต้องอาศัยความเป็นเราให้มาก ต้องศึกษาว่าเราทำไปทำไปเรามีความสุขมั้ย แล้วเราสังเกตว่าทำไมตัวเราถึงมีความสุข แล้วทำแล้วได้อะไรกับตัวเราบ้าง เราทำไปมันมีคุณค่าแล้วความรักความผูกพันของเด็กมันเหมือนลูกเลย พอส่งเด็กออกไปแต่ละปีมันมีความรู้สึกรักและผูกพันเค้ามาก คือทั้งชีวิตของเด็กกินอยู่หลับนอน ขับถ่าย เจ็บป่วยเราดูแลเค้าทุกอย่างเลย แล้วเห็นเค้าทำอะไรไม่ถูกต้องเราทุกข์ใจ ทรมานใจนะ คิดว่าเอ๊ะ...เราจะทำยังไงนะ เค้าถึงจะเป็นคนดี เราก็ต้องแบบหาวิธีอ้อมไปทางพ่อแม่กระตุ้น ผลักดันเพื่อที่จะให้ลูกเนี่ยเป็นคนที่เป็นคนดีอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ยิ่งเล็กๆ ก็ยิ่งต้องดูแลกันใหญ่ เพราะฉะนั้นคนที่ทำอาชีพครูเนี่ย ต้องทำตรงนี้ให้ได้ แต่... ต้องมีความเป็นแม่ด้วยนะ คือตรงเนี่ยพอเราได้ทำงาน ได้วิเคราะห์ ได้คิดกันแล้วว่า ทฤษฎีหลาย ๆ ทฤษฎีว่าเด็กอนุบาลเป็นรากแก้วที่จะทำให้เค้าเติบโตในอนาคต คือว่าถ้าเราสอนเค้าดีตั้งแต่จุดเริ่มต้น เค้าจะโตขึ้นสูงแค่ไหนเค้าก็จะไม่เอนโอนเหมือนเสาเข็มที่ลงลึก เด็กอนุบาลคือรากแก้วทั้งชีวิตของมนุษย์เลยนะ ถ้าเค้าเป็นอย่างไรตอนเด็ก ตอนโตก็จะเป็นอย่างนั้น

แล้วจำเป็นมั้ยที่การเป็นครูอนุบาลจะต้องมีจิตวิทยาสูงด้วย
ต้องมีคะ คือประสบการณ์เนี่ย มันทำให้เราเหมือนว่ามีหลัก มีแนวก็คือจิตวิทยานั่นแหละ คือต้องมีส่วนนี้ เพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก

มีทฤษฎีหรือสถิติอะไรหรือเปล่าคะ ที่ว่าตอนเด็กเป็นอย่างไรตอนโตก็จะเป็นอย่างนั้น
เออ...ถึงตรงนี้จะไม่มีทฤษฎี แต่ว่าเราดึงเอาพระพุทธศาสนาเข้ามา การที่เราดึงเอากระบวนการ แนวความคิด แนวการฝึกฝน เพื่อพัฒนาเด็ก พัฒนาชีวิตคนให้อยู่ในคุณธรรม และตัวเราต้องมีก่อนที่จะให้เด็ก เพราะฉะนั้นอาชีพครูไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่แค่สอนวิชา แต่คุณจะต้องฝึกทักษะชีวิต ดูแลชีวิตให้เค้า การเป็นอาชีพครู คือการทักคนกับคน ชีวิตกับชีวิต เพราะฉะนั้นมันยาก ต่างคนมีเป็นร้อยความคิด เราไม่ได้มาทักแค่เด็ก แต่เราก็ต้องทักผู้ปกครองด้วย เพราะฉะนั้นในความเป็นครูเองจะต้องมีความเข้าใจชีวิตที่จะตอบหรือความเข้าใจให้กับเด็ก ตอบปัญหาหรือแก้ปัญหาให้กับเด็ก

ส่วนสำหรับน้อง ๆ ที่จบไปนั้น ตรงตามเป้าหมายตามที่โรงเรียนตั้งไว้มั้ยคะ
คือในระดับอนุบาล พ่อแม่จะเป็นผู้สานต่อในวิธีการเลี้ยงดูที่บ้าน ถ้าพ่อแม่เข้าใจก็จะสามารถเลี้ยงดูต่อได้ บางคนเนี่ยจบไปแล้วไม่ได้สานต่อ เมื่อมีการเรียนรู้บรรยากาศใหม่ ๆ ก็จะถูกกลืนไป ผู้ปกครองก็คิดว่าจะทำอย่างไรที่พฤติกรรมของเด็กที่ดีอยู่แล้วติดตัวเด็กไปให้มากกว่านี้

มีความทุกข์หรือเปล่ากับการทำงานอาชีพนี้
มันก็มีนะคะ อย่างบางทีเราทุกข์กับเด็กคนนึงแต่ก็จะมีเด็กคนอื่นที่ทำให้เราหัวเราะ มันเหมือนมีตัวโกรธแต่ละลายเร็วมันก็เลยทำให้มีความสุขไป แต่บางทีก็มีอุปสรรคกับครูผู้สอนด้วยกัน แต่เราก็มีการพูดคุยกัน เหมือนพี่น้อง เตือนกันได้ แนะนำกันได้

รายได้ของอาชีพครูอยู่ได้หรือเปล่าคะ
อยู่ได้คะ แต่คุณครูอนุบาลก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะนะคะ เพราะเราต้องหามาให้กับเด็ก ๆ อยู่ตลอด เพราะเราเห็นของบางอย่างที่จะมาใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กได้ก็จะซื้อ มาได้นึกถึงว่าเงินเราที่เสียไปจะเสียดายหรืออะไร เรารู้สึกมีความสุขในการให้กับเด็ก

อาชีพของการเป็นครูควรมีทัศนะคติอย่างไร
ทัศนะคติของความเป็นครูก็คือว่า เมื่อเราได้เข้ามาอยู่นั้นต้องมีความรัก คุณต้องรู้นโยบายของโรงเรียนคืออะไร พอเข้าใจของนโยบายก็จะทำให้การทำงานเป็นทีมก็จะได้ทำงานไปด้วยกัน นี่คือทัศนะคติของครูจิ๋มเองคะ ส่วนคนอื่นที่จะเป็นครูนั้นควรจะต้องมีความรักเป็นอันดับหนึ่งเลย ครูจิ๋มเองมีความรักในอาชีพนี้นะ ก็อยู่มาแล้ว 15 ปี พอถึงเวลาเลิกงานก็ไม่อยากกลับมีอะไรต้องทำก็ทำเพื่อเตรียมไว้ให้เด็กของวันพรุ่งนี้ ว่าตอนเช้าจะต้องมีกิจกรรมเตรียมไว้ให้เค้า เราต้องทำการบ้านทุกวัน อีกอย่างคือเราต้องเป็นแบบอย่าง เพราะเด็กเค้าจะดูเรา ถึงบอกว่าครูคือแม่พิมพ์ไง คุณพิมพ์อย่างไรเด็กก็จะพิมพ์ตามแบบ กริยา ท่าทาง การพูดเป็นหมด เพราะฉะนั้นในตัวของครูเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็ก ต่อหน้าผู้ปกครอง ยิ่งต้องระมัดระวัง แต่ไม่ใช่ว่าดิ้นไม่ได้นะ สนุกได้ เบิกบานได้ เล่นกับเด็กได้ แล้วมันก็อยู่ในสามัญสำนึกนะ จะออกไปข้างนอกก็จะเป็นเหมือนเวลาอยู่กับเด็ก ๆ แต่มันก็เป็นแต่ละบุคคล บางคนก็ไม่เหมือนกัน
อยากให้คุณครูจิ๋ม แนะนำนิสิต นักศึกษาที่กำลังจะจบมาแล้วอยากทำงานทางด้านการสอนหนังสือว่าจะต้อง

มีแนวทางอย่างไรบ้าง
ต้องลองถามตัวเองว่าชอบรึเปล่า แล้วถ้าคิดว่าอยากที่จะเป็นครูก็ต้องคิดต่อไปอีกว่าอยากเป็นครูแบบไหน แต่ ครูอนุบาลเนี่ย ต้องรักเด็กเป็นอันดับแรก เข้าใจพัฒนาการเด็ก ทีนี้การที่เราวางตัวคืออยู่กับเด็กเราต้องอดทนกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ของเค้า การอดทนจะทำให้เราผูกพันกับเด็ก จะรักเด็ก แล้วก็รักในอาชีพ บางคนเข้ามาเจอเด็ก ๆ หลายพฤติกรรม พอไม่อดทนก็จะออก แต่นี่เพื่อนร่วมงานก็ให้ความร่วมมือคือเป็นเพื่อนกัน หรือในสังคมของเราอยู่ก็คือว่ามันเกื้อกูลกัน เราจะปรึกษากันว่าเราจะช่วยเด็กได้อย่างไร แบบว่าคุณรักเค้าก่อนแล้วเค้าก็จะให้ความรักคุณตอบ แต่คุณจะไปเอาความรักครั้งแรกจากเค้าก่อนไม่ได้ เพราะฉะนั้นในบทบาทของคุณครูต้องมีความเมตตา เอ้อ.. เมตตาเยอะๆ แล้วก็ช่วยเหลือเค้า


 


Share
Content